“คำถามเมื่อกี้... นายไม่ได้ตั้งใจจะพูดมันออกมาจริงๆ ใช่ไหม ธาม”
น้ำเสียงของพรีมไม่ได้สั่นเครือ หรือมีแววหวาดกลัวเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่โดนคำพูดเย็นชาเชือดเฉือนใส่ ตรงกันข้าม... ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของร่างสูงที่ยืนห่อไหล่อยู่หน้าประตูห้องทำงานของบิดาเขาเอง บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ประตูห้องกระจกฝ้าบานใหญ่แง้มเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นร่องรอยความยับเยินจากการทะเลาะกันก่อนหน้านี้ เศษกระดาษแปลนงานดีไซน์ที่ถูกขยำทิ้งเกลื่อนพื้น คือหลักฐานชั้นดีว่าการปะทะคารมระหว่างธามกับคุณرักษ์ ผู้เป็นพ่อ ระดับความรุนแรงพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
ธามหันหลังกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบที่มักจะมีประกายความกวนประสาทซ่อนอยู่เสมอ บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ เขี้ยวคมขบเข้าที่ริมฝีปากตัวเองแน่นจนเป็นรอยขาว ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสมเพชตัวเอง
“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ พิมพ์มาดา...” ธามเอ่ยชื่อเต็มของเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่ลึกๆ แล้วสั่นไหวจนคนฟังจับสัมผัสได้ “คนที่เกิดมาเพื่อทำตามความคาดหวัง... คนที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง... ฉันมันก็แค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งในตระกูลสถาปนิกชื่อดังนี่แหละ!”
“หุ่นเชิดบ้านนายสิ! พูดบ้าอะไรไม่เข้าท่า!”
พรีมก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเขาในระยะประชิด มือเรียวบางที่ผ่านงานปูนงานเหล็กหน้างานก่อสร้างมาอย่างโชกโชน คว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อคอเชิ้ตสีดำของเขาแล้วดึงกระชากให้โน้มลงมาสบตากันตรงๆ โดยไม่เกรงกลัวรัศมีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น
“นี่! ตั้งสติหน่อยสิคุณธามไท! นายเป็นสถาปัตย์ปีสามนะเว้ย ไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะมานั่งร้องไห้งอแงเพราะโดนพ่อดุ นายเก่งจะตายไม่ใช่เหรอ งานแบบแปลนตึกสูงระฟ้า นายยังดีไซน์ออกมาจนคนเขาทึ่งได้ แล้วทำไมเวลาเจอปัญหาครอบครัว สมองวิศวกรของฉันเอ้ย... สมองสถาปนิกของนายถึงได้ช็อตไปดื้อๆ แบบนี้ล่ะห๊ะ!”
คำพูดปากเก่งที่ผสมผสานความห่วงใยอันดุเดือด ทำให้ธามชะงักไป เขาก้มมองมือเล็กที่กำปกเสื้อเขาแน่นจนข้อนือขาวโพลน ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและจริงจังของเธอ ความเกรี้ยวกราดในใจเมื่อครู่ราวกับถูกรดด้วยน้ำเย็นจนมอดดับลงเหลือเพียงความอุ่นวาบที่แล่นพล่านเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนจากความดุเดือดเป็นความละมุนละไม เสียงเปิดประตูห้องทำงานด้านในก็ดัง "แอด..." พร้อมกับร่างท้วมสง่างามของคุณรักษ์ที่ก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ธาม... แกยังกล้าพาเพื่อนผู้หญิงคนนี้มายืนเถียงฉอดๆ ในบ้านฉันอีกงั้นเหรอ บอกไว้ก่อนนะ ถ้าวันนี้นายยังยืนยันจะไปทำโปรเจกต์บ้าบออะไรนั่นร่วมกับบริษัทรับเหมาเล็กๆ แทนที่จะรับช่วงต่อบริษัทของตระกูลเรา แกก็ไม่ต้องเรียกฉันว่าพ่ออีก!”
คำประกาศกร้าวจากผู้เป็นพ่อทำให้ธามสันหลังวาบ ร่างสูงเตรียมจะอ้าปากเถียงกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงเหมือนเคย แต่ทว่า... มือเรียวของพรีมกลับยกขึ้นแตะเบาๆ ที่แขนแกร่งของเขา เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนที่ร่างบางจะก้าวออกไปยืนบังหน้าเขาไว้ครึ่งตัวอย่างปกป้อง
คุณรักษ์ขมวดคิ้วมุ่น มองเด็กสาวรุ่นลูกด้วยสายตาประเมิน “หนูเป็นใคร? เรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัวของเรา คนนอกไม่เกี่ยว เชิญกลับไปซะ!”
“หนูไม่ใช่คนนอกค่ะคุณอา...” พรีมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย “ในฐานะที่หนูเป็นทั้งหัวหน้าทีมโปรเจกต์ที่ร่วมงานกับธาม และในฐานะ... เอ่อ... คนที่รู้จักตัวตนของเขาดีพอๆ กับที่เขาไม่ยอมรู้จักตัวเอง หนูคิดว่าหนูมีสิทธิ์พูดค่ะ”
ธามเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคที่เธอพยายามสื่อความนัย หูของเขาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งเห็นแผ่นหลังบางๆ ที่ยืนหยัดปกป้องเขาจากแรงกดดันของผู้เป็นพ่อ ความรู้สึกซาบซึ้งจนจุกอกก็ตีรื้นขึ้นมาจนพูดไม่ออก
“เธอกล้าดียังไงมาสอนฉัน เด็กเมื่อวานซืน!” คุณรักษ์เสียงดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“หนูไม่ได้สอนค่ะคุณอา... แต่หนูแค่กำลังจะพิสูจน์ให้คุณอาเห็นว่า ‘ความฝัน’ กับ ‘หน้าที่’ มันสามารถเดินไปพร้อมกันได้โดยที่ธามไม่ต้องกลายเป็นหุ่นเชิดของคุณอาเลยต่างหาก” พรีมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงของเธอดังชัดเจนและหนักแน่นทุกถ้อยคำ “ที่คุณอาโกรธธาม เพราะคุณอากลัวว่าเขาจะเลือกทางเดินที่ล้มเหลวใช่ไหมคะ กลัวว่าเขาจะไปไม่รอดกับสิ่งที่เขารัก เพราะคุณอาไม่เคยเปิดใจมองผลงานที่เขาทำด้วยหัวใจเลยสักครั้ง!”
“เหลวไหล! ผลงานพวกนั้นมันก็แค่ขยะไร้ค่าเทียบกับมรดกที่ฉันสร้างมาไม่ได้!”
“ถ้ามันไร้ค่า ทำไมแบบแปลนศูนย์ชุมชนที่ธามออกแบบให้เด็กด้อยโอกาสเมื่อเทอมก่อน ถึงได้รางวัลระดับประเทศล่ะคะ?” พรีมสวนกลับทันควันโดยไม่เปิดช่องว่างให้ผู้ใหญ่อาวุโสได้ตั้งตัว “คุณอาอาจจะมองไม่เห็น เพราะคุณอามัวแต่มองหาความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของตัวเอง แต่หนูที่อยู่หน้างาน หนูที่เห็นเขานั่งอดหลับอดนอนแก้แบบจนขอบตาดำคล้ำ... หนูบอกได้เลยว่า หัวใจของสถาปนิกคนนี้มันยิ่งใหญ่กว่าตึกระฟ้าสิบชั้นที่คุณอากำลังบังคับให้เขาสร้างเสียอีก!”
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณโถงทางเดิน คุณรักษ์ชะงักไป ดวงตาคมกราดมองลูกชายสลับกับเด็กสาวตรงหน้าด้วยความอึ้งระคนคาดไม่ถึง ไม่มีใครเคยกล้าพูดจาฉาดฉานใส่เขาแบบนี้มาก่อนในรอบสิบปี
ธามหันมองพรีมด้วยแววตาที่สั่นระริก ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของเธอมากุมไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของผู้เป็นพ่อ ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเขาอบอุ่นขึ้นทันทีที่ได้สัมผัสกับความนุ่มนวลและความจริงใจจากมือของเธอ
“พ่อครับ...” ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่ามั่นคงกว่าครั้งไหนๆ เขากระชับมือที่กุมอยู่กับพรีมให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้เป็นพ่อตรงๆ “ผมไม่ได้อยากเป็นหุ่นเชิดให้ใครชักใยอีกต่อไปแล้ว... แต่ผมก็ไม่ได้จะทิ้งตระกูลของเราเหมือนกัน สิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ มันคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าผมสะارความสามารถพอที่จะยืนหยัดด้วยขาของตัวเองได้... โดยมีผู้หญิงคนนี้คอยเดินเคียงข้าง”
พรีมเหลียวมองเสี้ยวหน้าของธาม หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับคำพูดกล้าหาญที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมา ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาจนต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มเขินอายที่ห้ามไว้ไม่อยู่
คุณรักษ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ที่เคยตั้งตรงผ่อนคลายลงเล็กน้อย สายตาที่มองบุตรชายเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ชายวัยกลางคนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับเข้าห้องทำงานแล้วปิดประตูลงช้าๆ โดยไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือขับไล่ใดๆ อีก
บรรยากาศความตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันและความอบอุ่นที่โอบล้อมคนทั้งสองไว้
ธามหันกลับมามองพรีมเต็มตา รอยยิ้มมุมปากที่แสนกวนประสาทถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของเธอ ไล่ตั้งแต่พวงแก้มแดงระเรื่อไปจนถึงริมฝีปากที่เพิ่งใช้เถียงพ่อเขาฉอดๆ เมื่อครู่
“นี่... ยัยโยธาปากแจ๋ว” เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาใกล้ใบหู จนพรีมต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ “เมื่อกี้เธอแอบสารภาพรักฉันทางอ้อมต่อหน้าพ่อหรือเปล่าเนี่ย หืม?”
“ใครสารภาพกันยะ! หลงตัวเองเป็นบ้าเลยคุณธาม!” พรีมรีบสะบัดมือออกจากการกุม แต่มีหรือที่คนตัวโตจะยอมปล่อย เขากลับรวบเอวบางเข้าไปชิดติดตัว จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างของเธออย่างรวดเร็ว
“ปากแข็งจังนะ... แต่เมื่อกี้มือเธอนี่สั่นเป็นเจ้าเข้าตอนจับมือฉันเลยนะ ยัยตัวแสบ” ธามก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสจนพรีมแทบจะละลายคาอกเขาอยู่แล้ว
“ปล่อยนะ! คนบ้า ใครอนุญาตให้กอดฮะ!” พรีมทุบอกเขาเบาๆ แก้เขิน แต่แรงแค่นั้นมีหรือจะระคายเคืองสถาปัตย์หนุ่มร่างยักษ์
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศหวานซึ้งที่กำลังจะสุกงอม...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามแผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนยับเยิน ธามขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ แต่เมื่อหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ก็พลันเลือนหายไปทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา
พรีมสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงชะโงกหน้าไปมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสงสัย
“ใครโทรมาเหรอ... ทำไมทำหน้าแบบนั้น?”
ธามเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ สีหน้าเคร่งเครียดจนพรีมใจหายวาบ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
“พี่กรณ์โทรมา... บอกว่าไซส์งานก่อสร้างตึกโซน C ที่เธอกับฉันเพิ่งลงเสาเข็มไปเมื่อวาน... กำลังจะพังถล่มลงมา!”
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
— *เกียร์เปื้อนกาวใจ*
สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว•ตอนที่ 15
จับมือกันก้าวข้ามอุปสรรค
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์ตัวร้ายกับยัยโยธาปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!