คดีมลทินกุหลาบเลือด: หอสมุดหลวงกับยอดอาลักษณ์ไร้ใจ•ตอนที่ 1

ศพในหอสมุดหลวง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นหมึกจีนเข้มข้นคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าแก่ที่หมักหมมมานับร้อยปีภายในหอสมุดหลวงชั้นใน อวิ๋นจือขยับปลายพู่กันในมืออย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองตัวอักษรบนม้วนบันทึกที่เพิ่งคลี่ออก ทว่าสมาธิของนางกลับถูกรบกวนด้วยหยดน้ำสีแดงข้นคลั่กที่ค่อยๆ ซึมผ่านกระดาษสาเนื้อบางบนโต๊ะทำงานตัวถัดไป หยดน้ำนั้นไม่ได้เป็นสีของน้ำหมึก มันหนืดเหนียว และส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน อวิ๋นจือวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบของด้ามไม้กับแท่นหินดังก้องกังวานในความเงียบสงัด นางลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าเยือกเย็น ก่อนจะก้าวไปทางโต๊ะของอาลักษณ์อาวุโสจางด้วยฝีเท้าที่ไร้เสียง ดวงตานางเบิกกว้างขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างของชายชราในชุดขุนนางชั้นผู้น้อยฟุบแน่นอยู่กับกองเอกสาร อาลักษณ์จางไม่ได้หลับ มือที่เหี่ยวย่นของเขากำแน่นอยู่ที่ขอบโต๊ะ ราวกับพยายามยึดเหนี่ยวชีวิตสุดท้ายเอาไว้ ทว่าลำคอของเขากลับปรากฏรอยบากลึกที่ถูกกรีดด้วยคมกระบี่อย่างแม่นยำและไร้ความปราณี "ท่านอาลักษณ์จาง..." นางกระซิบ เรียกชื่อนั้นแผ่วเบาไร้ซึ่งอาการตื่นตระหนก มีเพียงแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ที่ฉายชัดออกมา นางไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้เรียกหาผู้คุมกฎ เพราะนางรู้ดีว่าในวังหลวงแห่งนี้ เสียงร้องคือจุดเริ่มต้นของความตาย อวิ๋นจือยื่นมือที่สั่นเพียงน้อยนิดเข้าไปในซอกแขนเสื้อของศพ สิ่งที่นางตามหาคือ ‘บันทึกราชวงศ์รุ่นก่อน’ ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามวันก่อน แต่นิ้วของนางกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า บันทึกหายไปแล้ว... เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยการต่อสู้ที่ถูกจัดฉากให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังก้องมาจากประตูทางเข้าหอสมุด อวิ๋นจือรีบชักมือกลับ พลางจัดแจงอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายคุกคามที่กดดันจนอากาศรอบตัวหนาหนักขึ้นบอกให้นางรู้ว่า ผู้มาเยือนไม่ใช่เจ้าหน้าที่เวรยามธรรมดา “ดึกดื่นป่านนี้ อาลักษณ์อวิ๋นยังไม่กลับเรือนอีกหรือ” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับกระบี่ที่อยู่ในฝักดังขึ้น อวิ๋นจือหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดผ่านแสงเทียนวูบไหว เฟิ่งฉี ผู้บัญชาการหน่วยรักษาพระองค์ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบของเขากวาดผ่านใบหน้าของนาง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณบนโต๊ะ “คำถามเดียวกัน ข้าต้องถามท่านผู้บัญชาการเฟิ่งหรือไม่” อวิ๋นจือตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่แพ้กัน นางก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่นัยน์ตาที่พินิจพิจารณาของเฟิ่งฉีกลับกดดันนางให้จนมุม เฟิ่งฉีก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นด้วยกลิ่นไอศึกและฝุ่นผงของวังหลวงทำให้นางต้องกลั้นหายใจ “ข้าได้รับแจ้งว่ามีคนแปลกหน้าบุกรุกหอสมุด ดูเหมือนข่าวลือจะเชื่อถือได้เพียงครึ่งเดียว เพราะข้ากลับพบเพียงอาลักษณ์ที่แสนขยันขันแข็งกับ... ศพที่ยังอุ่นอยู่” เขาเดินผ่านนางไปหยุดอยู่ข้างศพอาลักษณ์จาง ปลายนิ้วสัมผัสที่รอยบากบนลำคออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “เจ้าพบเห็นอะไรก่อนหน้านี้บ้าง อวิ๋นจือ บันทึกที่หายไป... เกี่ยวข้องกับความตายของคนผู้นี้หรือไม่” คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมหอก อวิ๋นจือสูดลมหายใจลึก นางรู้ดีว่าเฟิ่งฉีมิใช่คนโง่เขลาที่เชื่ออะไรง่ายๆ ทุกคำพูดของเขาแฝงไปด้วยการหยั่งเชิงและกับดักที่พร้อมจะลากนางลงสู่ความมืดมิด “ข้าเป็นเพียงอาลักษณ์ผู้ต่ำต้อย หน้าที่ของข้าคือการคัดลอก ไม่ใช่การสืบคดี” อวิ๋นจือขยับยิ้มบางเบาที่ดูเย็นชา “หากท่านผู้บัญชาการสงสัย ข้าขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบบันทึกการเข้าออกดีกว่ามาเสียเวลาสอบสวนสตรีที่วันๆ จดจ้องอยู่กับกระดาษเช่นข้า” “สตรีที่วันๆ จดจ้องอยู่กับกระดาษ” เฟิ่งฉีทวนคำพลางแค่นหัวเราะในลำคอ “แต่สายตาเจ้าไม่ได้มองศพด้วยความหวาดกลัวเลยสักนิด... กลับมองเหมือนกำลังประเมินว่าควรทำอย่างไรกับมันต่อไปมากกว่า” เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนางอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น เฟิ่งฉีเลื่อนมือไปแตะที่สันปกหนังสือบนชั้นใกล้ตัวนาง ก่อนจะกดน้ำหนักลงไปจนชั้นวางเคลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องลับเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้หลังตู้ตำรา อวิ๋นจือเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลังเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในช่องลับนั้น ไม่ใช่บันทึกที่หายไป แต่เป็นตราประทับตระกูลของ ‘อวิ๋น’ ตระกูลที่ถูกประกาศว่าเป็นกบฏและถูกกวาดล้างไปเมื่อสิบปีก่อน เฟิ่งฉีหยิบตราประทับนั้นขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปบนรอยสลักดอกโบตั๋นที่คุ้นตา เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นประสาท “ดูเหมือนหอสมุดหลวงแห่งนี้ จะมีความลับที่น่าสนใจมากกว่าที่ข้าคิด... เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นเพียงอาลักษณ์ธรรมดา งั้นเจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไรดีล่ะ อวิ๋นจือ?” ลมหายใจของนางสะดุดกึกเมื่อเฟิ่งฉีตวัดสายตาขึ้นมอง ราวกับเขามองทะลุถึงก้นบึ้งของความทรงจำที่นางพยายามฝังกลบมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ปมปริศนาอันแสนอันตรายไปกับข้านะคะ ดอกโบตั๋นพันปี
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีมลทินกุหลาบเลือด: หอสมุดหลวงกับยอดอาลักษณ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%