เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 27

งานแฟร์วิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"กรี๊ด! พี่ดรณ์กับพี่ฟ้าใสมาแล้วค่ะคุณผู้ชม ทางนี้ๆๆๆ!" เสียงตะโกนแหลมสูงจนแก้วหูเกือบแตกดังทะลุเสียงจอ LED ขนาดยักษ์หน้าบูธจัดแสดงพลังงานทดแทน ท่ามกลางฝูงชนเด็กนักเรียนมัธยมปลายและผู้ปกครองที่เบียดเสียดกันจนแทบไม่มีอากาศหายใจ งานแฟร์วิทยาศาสตร์ประจำปีของกระทรวงศึกษาธิการปีนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ และสาเหตุก็ไม่ใช่เพราะหุ่นยนต์กู้ภัยหรือเครื่องพิมพ์สามมิติราคาแพงลิบลิ่วที่ไหน แต่เป็นเพราะบูธช่อง "เซียนฟิสิกส์กู้โลก" ของพวกเราสองคนกำลังจะเปิดเวทีทอล์กโชว์ในอีกห้านาทีข้างหลังนี้ ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว มือเล็กๆ รีบคว้ากระจกตลับขึ้นมาเช็กหน้าม้าที่ถูกลมพัดกระเซิงทันที พร้อมกับบ่นงึมงำด้วยความตื่นตระหนก "ยัยฟ้า ตั้งสติหน่อย บูธแทบแตกแล้วเนี่ย ทำไมเด็กๆ ถึงเยอะขนาดนี้เล่า!" เสียงกระซิบกระซาบเชิงโวยวายดังขึ้นพร้อมกับศอกเล็กๆ ที่กระแทกเข้าที่ซี่โครงของผมเบาๆ ผมหัวเราะในลำคอ ปรับปกเสื้อเชيرสีขาวรีดเรียบให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปมองคู่หูตัวแสบที่ตอนนี้เหงื่อซึมเริ่มผุดพรายตรงข้ามขมับ "ก็เพราะอินฟลูเอนเซอร์สายคอนเทนต์คนสวยแถวนี้ ดันไปประกาศในสตอรี่ไอจีว่า *'ใครมางานนี้เตรียมรับโชคสองชั้น ได้ความรู้ฟิสิกส์แถมสุ่มแจกชาไข่มุกฟรีร้อยแก้ว'* ไงล่ะครับ คุณฟ้าใส" "อ้าว! ก็มันต้องเรียกเรตติ้งป่ะพี่! ใครจะไปรู้ว่าเด็กพวกนี้จะบ้าชาไข่มุกยิ่งกว่ารักฟิสิกส์ของพี่อีก!" ฟ้าใสทำหน้ามุ่ย ตาโตใส่ผมอย่างเอาเรื่อง แต่ไม่ทันที่เธอจะเถียงอะไรต่อ ทีมงานกองจัดงานก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาสะกิด "พี่ดรณ์ พี่ฟ้าใสครับ อีกสองนาทีขึ้นเวทีนะฮะ เตรียมตัวสแตนด์บายได้เลย!" บรรยากาศหลังเวทีตึงเครียดขึ้นทันตาเห็น เสียงพึมพำของฝูงชนด้านนอกดังลอดม่านผ้าใบเข้ามาเป็นระลอกๆ สำหรับคนอื่น นี่อาจเป็นเพียงงานแฟร์วิชาการธรรมดา แต่สำหรับผมและฟ้าใสแล้ว นี่คือสนามสอบจริงที่เราต้องพิสูจน์ว่า ฟิสิกส์ที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยสูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อน จะสามารถเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่จับต้องได้สำหรับเด็กๆ รุ่นใหม่ได้อย่างไร เมื่อสัญญาณไฟสีเขียวสว่างขึ้น ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มทะ้นเล้นให้ผมตามสไตล์ "พร้อมนะพี่ดรณ์? อย่าให้เด็กๆ แซวได้นะว่าติวเตอร์หนุ่มเนิร์ดหมดมุกแล้ว" "ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับ ยัยตัวป่วน..." ผมยิ้มมุมปาก เดินนำหน้าเธอฝ่าม่านผ้าใบออกไปเผชิญหน้ากับแสงไฟสปอตไลท์และเสียงปรบมือสนั่นฮอลล์ แสงไฟจ้าสาดส่องลงมาจนแสบตา แต่ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ทะเลคนนับร้อยชีวิตกำลังส่งเสียงเชียร์ พร้อมกับป้ายไฟ LED ที่เขียนข้อความว่า *'ทีมดรณ์ฟิสิกส์พาฟิน'* และ *'ฟ้าใสสู้ตาย'* โบกสะบัดไปมา "สวัสดีค่ะน้องๆ ทุกคนนนน!" เสียงใสแจ๋วของฟ้าใสทักทายผ่านไมโครโฟนไร้สาย เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากแถวหน้าได้ทันที เธอมีพรสวรรค์ในการดึงดูดผู้คนเสมอ ไม่ว่าสถานการณ์จะน่าเบื่อแค่ไหน เธอก็สามารถทำให้มันกลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวได้ "สวัสดีครับ..." ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามสไตล์ของผมบ้าง พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ฮอลล์ "วันนี้เราไม่ได้มาติวดุด่าเรื่องกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน หรือมานั่งเครียดกับสมการเทอร์โมไดนามิกส์กันหรอกนะครับ..." เด็กผู้ชายคนหนึ่งแถวหน้ายกมือพรึบแล้วตะโกนแทรกขึ้นมาทันทีเสียงดังฟังชัด "แล้ววันนี้มีอะไรแจกครับพี่! ได้ข่าวว่ามีเรื่องฟิสิกส์ลับที่จะช่วยให้สอบติดแพทย์จริงป่ะพี่!" เสียงหัวเราะดังลั่นฮอลล์ ฟ้าใสอมยิ้มกริ่มแล้วส่งไมโครโฟนมาให้ผมทันทีราวกับโยนเผือกร้อน "อ้า... น้องคนนี้ถามตรงประเด็นดีมากค่ะ เชิญครับคุณเซียนฟิสิกส์ ตอบเด็กๆ หน่อยซิว่าฟิสิกส์ลับที่ว่ามันคืออะไร" ผมยิ้มรับความท้าทาย ขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินไปกลางเวที ทอดสายตามองเด็กๆ ที่นั่งฟังด้วยความสนใจ "ฟิสิกส์ลับที่ว่า... ไม่ใช่สูตรวิเศษอะไรหรอกครับ แต่มันคือ **'ฟิสิกส์ที่ซ่อนอยู่ในความใกล้ชิด'** ต่างหาก" ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง "น้องๆ เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาที่เรายืนใกล้คนที่แอบชอบ หัวใจถึงเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก? มันเป็นเพราะตื่นเต้น หรือเป็นเพราะกฎฟิสิกส์กันแน่?" ฮอลล์ทั้งฮอลล์เงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาแซวกันจะดังขึ้นระลอกใหญ่ ฟ้าใสถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเล็กน้อย เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากพลางถลึงตาใส่ผมเชิงคาดโทษที่จู่ๆ ก็โยนประเด็นชวนเขินอายนี้ขึ้นมากลางเวที "เอ่อ... พี่ดรณ์คะ นี่คืองานแฟร์วิทยาศาสตร์ค่ะ ไม่ใช่วิชารักษาแผลใจหรือคลินิกหัวใจวัยรุ่น!" ฟ้าใสรีบแก้เก้อด้วยการหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมกับโบกมือโบกไม้ "ก็ฟิสิกส์มันอธิบายได้จริงๆ นี่ครับ..." ผมหันไปสบตากับเธอ แกล้งลดเสียงลงให้ทุ้มต่ำลงจนไมโครโฟนจับเสียงได้ชัดเจน "ตามหลักการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) และสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อมวลสารสองก้อนที่มีพลังงานความร้อนต่างกันมาอยู่ใกล้กันในระยะประชิด การถ่ายโอนพลังงานย่อมเกิดขึ้น... เช่นเดียวกับอุณหภูมิร่างกายของเราสองคนตอนนี้ ที่กำลังบอกว่า... บูธนี้เริ่มร้อนเกินกว่าจะยืนไหวแล้วล่ะครับ" "กรี๊ดดดดดดดดดดดด!" เสียงกรี๊ดของบรรดานักเรียนหญิงและแฟนคลับในฮอลล์ดังสนั่นยิ่งกว่าตอนเปิดงานเสียอีก หลายคนเอามือปิดหน้าเขินตัวบิด บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอรัวๆ ฟ้าใสหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอใช้มือถือไมโครโฟนแน่น พยายามจะเถียงกลับแต่พูดไม่ออก ได้แต่ทำปากขมุกขมขลิกด่าผมเบาๆ ว่า *'คนบ้า คนฉวยโอกาส!'* บรรยากาศการบรรยายดำเนินไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง เราสลับกันเล่นมุกและอธิบายหลักการฟิสิกส์ยากๆ ผ่านปรากฏการณ์ใกล้ตัว จนกระทั่งช่วงท้ายของกิจกรรม ซึ่งเป็นช่วงตอบคำถามเปิดท้ายเวที เด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายคนหนึ่งในชุดเนตรนารีเดินถือไมโครโฟนประจำจุดลุกขึ้นยืน เธอส่งยิ้มหวานให้พวกเราก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ทำให้รอยยิ้มบนใบผมของผมต้องชะงัก "พี่ดรณ์กับพี่ฟ้าใสคะ... มีคำถามจากทางบ้านส่งเข้ามาผ่านสตรีมสดค่ะ เขาถามว่า *'ตลอดเวลาที่ทำช่องคู่กันมา เคยมีสักเสี้ยววินาทีไหมคะที่ความรู้สึกของพี่ทั้งสองคน... หลุดออกจากกรอบความเป็นเพื่อนร่วมงานหรือคู่หูทางธุรกิจ แล้วก้าวเข้าสู่สนามแรงโน้มถ่วงที่เรียกว่าความรักจริงๆ?'*" คำถามนั้นสั้นกระชับแต่ทรงพลังราวกับลูกตุ้มเหล็กที่เหวี่ยงเข้ากลางห้องส่ง เสียงฮือฮาเงียบลงทันที ทุกสายตานับร้อยคู่ในฮอลล์รวมถึงกล้องถ่ายทอดสดนับพันชีวิตกำลังจดจ่อรอฟังคำตอบจากเราสองคน ฟ้าใสแข็งค้างไปชั่วขณะ เธอหันมามองผมด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย ความกะล่อนและความเจ้าเล่ห์หายวับไปจากใบหน้าของเธอ เหลือเพียงความประหม่าที่ซ่อนไม่มิด ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น รู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่ได้มาจากสูตรฟิสิกส์ใดๆ แต่มันคือความจริงใจที่อัดอั้นอยู่ข้างในมานาน "ถ้าตอบตามหลักฟิสิกส์..." ผมเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แต่สายตาไม่ละไปจากเธอเลยแม้แต่น้อย "แรงดึงดูดระหว่างมวลสองมวลไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญครับ แต่มันเป็นไปตามกฎแรงโน้มถ่วงสากล ที่บอกว่ายิ่งมวลเข้าใกล้กันมากเท่าไหร่ แรงดึงดูดก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น..." ผมเว้นจังหวะไปชั่ววินาที ปล่อยให้ความเงียบและความลุ้นระทึกปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ "และสำหรับผม..." ผมกระซิบเบาๆ ผ่านไมโครโฟนตัวเดิม แต่อารมณ์ในน้ำเสียงกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "แรงดึงดูดที่มีต่อเธอน่ะ... มันเกินกว่าจะต้านทานไหวมานานแล้วล่ะครับ ยัยตัวป่วน" ฟ้าใสเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม เธอกำหมัดแน่นด้วยความเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะอุทานออกมาเสียงดังลั่นฮอลล์ "พี่ดรณ์! นี่มันกลางไลฟ์สดนะ!" แต่ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยหยอกล้อมเธอต่อ หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของผมก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความด่วนจากระบบหลังบ้านของช่อง... ข้อความจากบัญชีปริศนาที่ส่งตรงถึงผม พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จเก่าๆ และข้อความสั้นๆ ที่เขียนว่า: *"ดรณ์... นายยังจำสัญญาเรื่องโปรเจกต์ลับเมื่อสามปีก่อนได้ไหม? รีบกลับมาเคลียร์ซะ ก่อนที่ความลับทั้งหมดจะพังทลายลงในงานแฟร์วันนี้"* วิทยาศาสตร์รอบตัวขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกันมาจนถึงบรรทัดนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%