ตัวเลขจำนวนผู้ชมในไลฟ์สดพุ่งทะยานผ่านหลักแสนในเวลาไม่ถึงสิบนาที คอมเมนต์วิ่งไหลผ่านหน้าจอราวน้ำหลากจนอ่านแทบไม่ทัน ข้อความส่วนใหญ่เต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอและตัดสินล่วงหน้าจากกระแสโซเชียลที่กำลังโหมกระหน่ำใส่สถาบันกวดวิชาของเขาอย่างไม่ยั้งมือ
"ไหนล่ะครับอาจารย์คนเก่ง ออกมาเคลียร์ซิว่าตึกถล่มเพราะคำนวณโครงสร้างพลาด หรือแอบรับสินบนบริษัทวัสดุก่อสร้างกันแน่!"
ฟ้าใสยืนอยู่หลังกล้องสมาร์ทโฟน ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตากลมโตฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด มือเรียวเล็กกำโทรศัพท์มือถือของตัวเองแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอหันมามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเดิมด้วยความรู้สึกผิดล้นปรี่ เพราะคลิปตัดต่อสั้นๆ ที่เธอเคยถ่ายเล่นเพื่อความสนุกเมื่อสัปดาห์ก่อน กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชาวเน็ตหยิบมาบิดเบือนจนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต
ดรณ์ในยามนี้ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทหรือท่าทีขี้เล่นเหมือนเช่นเคย ใบหน้าคมคายเรียบนิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววคมกริบและจริงจังอย่างที่ฟ้าใสไม่เคยเห็นมาก่อน เขายกมือขึ้นปัดหน้าจอเพื่อเลื่อนดูคอมเมนต์ที่ไหลผ่าน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างใจเย็น
"ไม่ต้องหน้าเครียดขนาดนั้นหรอครับฟ้าใส" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่สายตายังคงมองตรงไปยังเลนส์กล้อง "ความจริงก็คือความจริง ต่อให้ตัดต่อวิดีโอให้บิดเบี้ยวไปสักกี่ร้อยรอบ กฎทางฟิสิกส์ก็ไม่เคยโกหกใครอยู่แล้วครับ"
"อาจารย์ดรณ์... คือว่า..." ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันขอโทษนะคะ... เอ้ย ขอโทษนะครับ! คือฉันเป็นต้นเหตุทำให้เรื่องมันแย่แท้ๆ"
เธอลืมตัวเผลอใช้คำพูดติดปากจนเกือบหลุดพิรุธ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ดรณ์ไม่ได้เอ่ยแซวหรือหยอกล้อเธอเหมือนทุกที ชายหนุ่มเพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว
ดรณ์หันกลับมาสนใจหน้าจอไลฟ์สดอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผม ดรณ์ จากเพจ 'ฟิสิกส์รอบตัว' ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่นะครับ"
คอมเมนต์ในไลฟ์ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาวิ่งพลุกพล่านอีกครั้งด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม
*(ไอบ้าแอ๊บหล่อเหรอ)*
*(หลักฐานคาตาขนาดนั้นยังจะกล้าไลฟ์อีกเหรอวะ)*
*(เลิกแก้ตัวแล้วยอมรับเถอะ)*
ดรณ์ไม่ได้แสดงอาการสะท้านสะเทือนต่อถ้อยคำรุนแรงเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขายกกระดานไวท์บอร์ดขนาดพกพาขึ้นมา พร้อมกับปากกาเคมีสีดำในมือ
"มีคนตั้งคำถามว่า ทำไมโครงสร้างตึกของสถาบันเราถึงเกิดรอยร้าวและทรุดตัวลงในจุดอับสายตา..." ดรณ์เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังยืนสอนหนังสืออยู่ในห้องเรียนตามปกติ "ตามหลักกลศาสตร์ของไหลและโมเมนต์ความเฉื่อยแล้ว หลายคนอาจเข้าใจว่าเราคำนวณแรงกดทับของคานผิดพลาด แต่ถ้าเรามองลึกลงไปถึง 'ความถี่ธรรมชาติ' (Natural Frequency) ของวัสดุ และปรากฏการณ์ 'การสั่นพ้อง' (Resonance) ที่เกิดขึ้นจากไซตรัสของการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่เมื่อเดือนก่อนล่ะครับ?"
เขาเริ่มวาดแผนภาพไดอะแกรมแรงกระทำและคลื่นความถี่ลงบนกระดานอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลายเส้นที่มั่นคงสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเนื้อหา
"เมื่อความถี่ของการสั่นสะเทือนจากภายนอก ตรงกับความถี่ธรรมชาติของโครงสร้างตึกพอดี แม้แรงกระทำนั้นจะไม่ได้มีค่าสูงมากนัก แต่พลังงานจะถูกถ่ายเทสะสมทวีคูณจนเกิดการวิบัติในจุดที่เปราะที่สุด ซึ่งก็คือเสาเข็มต้นที่สิบสองที่อยู่ใกล้กับแนวอุโมงค์มากที่สุดครับ ไม่ใช่เพราะความประมาทเลินเล่อ หรือการลดต้นทุนวัสดุก่อสร้างอย่างที่ถูกกล่าวหาแม้แต่น้อย"
ดรณ์วางปากกาลงเงียบๆ เขาสบตากับกล้องสมาร์ทโฟนด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม
"ทางเราได้ส่งผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมโยธาและฟิสิกส์เชิงคำนวณ ให้ทาง องคาพยพที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านสามารถเข้าไปดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์นี้ได้เลยครับ ผมยินดีรับผิดชอบด้วยหลักการและเหตุผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์หรือการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ครับ"
สิ้นเสียงของดรณ์ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ฟ้าใสอ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อมองดูหน้าจอคอมเมนต์ที่เคยเดือดดาลด้วยถ้อยคำด่าทอ บัดนี้กลับเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ
*(เห้ย... อธิบายแบบนี้คือเคลียร์มาก)*
*(จริงด้วย วลีเรื่องความถี่ธรรมชาติกับเรโซแนนซ์นี่มันตรงกับข่าวอุโมงค์รถไฟฟ้าพอดีเลยนี่หว่า)*
*(ขอโทษครับอาจารย์ ผมรีบด่วนสรุปไปหน่อย)*
*(อาจารย์ดรณ์โคตรเท่เลยวะ ยอมรับเลย)*
ยอดผู้ชมพุ่งทะยานทะลุสองแสนคนในพริบตา คอมเมนต์ส่วนใหญ่เปลี่ยนจากคำวิจารณ์เชิงลบ กลายเป็นการชื่นชมและขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ ฟ้าใสลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอหันไปมองหน้าดรณ์แล้วยกนิ้วโป้งให้ด้วยความหมั่นไส้ปนชื่นชมระคนกัน
"แหม... พ่อรูปหล่อ วันนี้พูดจาฉะฉานน่าเชื่อถือเป็นบ้าเลยนะเนี่ย เกือบเท่แล้วเชียวถ้าเมื่อกี้ไม่ทำหน้าดุใส่กล้อง" ฟ้าใสกระซิบแซวเบาๆ หลังกล้องพับเก็บลง
ดรณ์หันมามองเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเลệuขึ้นมาทันทีเมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ "ถ้าไม่ได้ความสะשלาญและใบหน้าตื่นตระหนกตกใจของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังแถวนี้คอยสร้างเรตติ้งให้ ผมก็คงไม่มีโอกาสได้โชว์พลังความรู้ให้มหาชนดูหรอกครับ... คุณฟ้าใส"
"นี่! ใครอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังกันฮะ ตาติวเตอร์ขี้เก๊ก!" ฟ้าใสทำท่าฮึดฮัดเตรียมจะยกแฟ้มเอกสารขึ้นมาตีแขนเขาแก้เขิน แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวของเธอกลับดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
*Rrr...*
ฟ้าใสหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ข้อความล่าสุดถูกส่งมาจากบัญชีส่วนตัวของดรณ์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
ดรณ์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเลิกลั่กอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยเมื่อตระหนักว่าตัวเองเผลอส่งข้อความอะไรออกไปในจังหวะที่หัวใจเต้นแรงเกินควบคุม
ข้อความบนหน้าจอปรากฏตัวอักษรที่พิมพ์ค้างไว้ว่า:
*[เธอไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ... เพราะไม่ว่าเรื่องจะแย่แค่ไหน ฉันก็ยินดีที่จะยืนอยู่ข้างๆ ยัยตัวป่วนคนนี้เสมอแหละครับ]*
ฟ้าใสอ่านทบทวนข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา แก้วิมทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนลามไปถึงใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำโทรศัพท์ในมือแน่นขณะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ตอนนี้รีบยกมือขึ้นดันกรอบแว่นแก้เขิน พยายามเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ
ทว่า... ก่อนที่ฟ้าใสจะได้เอ่ยปากแซวหรือพิมพ์ข้อความตอบกลับ เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อยก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้ได้รับอนุญาต ใบหน้าของเขาเรียบตึงและเย็นชา ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้แว่นไร้กรอบกวาดมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"สวัสดีครับ ดรณ์... และคุณฟ้าใส" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่กลับแฝงไปด้วยความกดดันประหลาด "ดูเหมือนพวกคุณจะเคลียร์เรื่องกระแสสังคมได้สวยงามมากเลยสินะครับ น่าเสียดาย... ที่กฎทางฟิสิกส์ที่คุณเพิ่งอธิบายไปเมื่อครู่ อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องตึกถล่มได้..."
ชายปริศนาเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าขยายกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของดรณ์และฟ้าใสเย็นเฉียบลงในพริบตา
"...แต่คงช่วยให้พวกคุณรอดพ้นจากข้อหา 'ฆาตกรรมโดยประมาท' จากศพที่เพิ่งถูกค้นพบใต้ซากตึกเมื่อสิบนาทีที่แล้ว... ไม่ได้หรอกนะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความป่วนและสาระฟิสิกส์แน่นๆ ไปด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก•ตอนที่ 9
เมื่อติวเตอร์หน้านิ่งต้องมาไลฟ์สดแก้ต่าง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์กับยัยตัวป่วน ชวนแก้ปมโลกแตก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!