กลิ่นอายของสนิมเหล็กและฝุ่นละอองเก่าเก็บอวลอยู่ในความมืด ยามที่เสียงฝีเท้าเบาราวกับแมวป่าเหยียบลึกลงบนพื้นปาร์เกต์ไม้สักทอง ภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการกอธิคชั้นสามของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติ
รินรดากลั้นหายใจ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำด้ามปากกาไฟฉายแน่น ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองผ่านความสลัวของแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกระจกโดมขนาดยักษ์ หล่อนไม่ได้เปิดสัญญาณกันขโมยโซนนี้ตั้งใจไว้แล้ว เพราะระบบไฟฟ้ากำลังปิดปรับปรุง แต่ไม่ใช่เพื่อเปิดโอกาสให้โจรวิปริตคนใดลัก Memento Mori ภาพวาดสีน้ำมันชิ้นเอกอายุกว่าสองร้อยปีที่แขวนอยู่เบื้องหน้า
"คุณกำลังทำลายสุนทรียศาสตร์ของการชมศิลปะด้วยการทำตัวเป็นโจรย่องเบาอย่างไร้ยางอายนะคะ"
เสียงราบเรียบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากมุมมืด รินรดาไม่สะดุ้งสะเทือน หล่อนกดสวิตช์ไฟฉายในมือ พุ่งลำแสงสีขาวเจิดจ้าตรงไปยังเป้าหมายทันที
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทขยับตัวเล็กน้อย แสงไฟแฟลชจากหลอด LED เผยให้เห็นใบหน้าคมคายได้รูปของศศิน ทายาทตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพล เขากำลังยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังยืนจิบไวน์ในงานเลี้ยงรับรอง ไม่ใช่การบุกรุกยามวิกาล
"ภัณฑารักษ์สาวคนเก่ง... ต้อนรับแขกด้วยไฟฉายแยงตาแบบนี้ เสียมารยาทไปหน่อยไหมครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันติดปากพูดคำผู้ชายเวลาหงุดหงิดน่ะค่ะ" ศศินแกล้งทำเสียงดัดจริตเลียนแบบน้ำเสียงสุภาพของหล่อน ก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย
รินรดากัดฟันกรอด ความอดทนที่มีต่อแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้พุ่งแตะขีดจำกัด หล่อนก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่ทำเอาศศินต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นอายฝนจางๆ จากตัวหล่อนโชว์หรี่เข้าจมูกเขา
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของคุณนะคะ คุณศศิน" รินรดาตวัดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของเขาเพราะความสูงที่ต่างกันไม่มากนัก "คุณใช้เส้นสายอะไรถึงเข้ามาในโซนหวงห้ามหลังเที่ยงคืนแบบนี้ แถมยัง... กล้าดียังไงมาแตะต้องกรอบรูปของภาพวาดชิ้นนั้น!"
ศศินไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มแน่นอย่างถือดีของหล่อนแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
"แตะต้องเหรอคะ? ดิฉันแค่ชื่นชม... ศิลปะก็เหมือนผู้หญิงสวยๆ ยิ่งห้ามเข้าใกล้ ยิ่งต้องพังประตูเข้าไปดูให้เห็นกับตาไม่ใช่หรือไง" ศศินกระซิบเสียงพร่า แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัดความคลั่งไคล้อย่างไม่ปิดบัง "โดยเฉพาะภาพวาดรูปหญิงสาวในชุดคลุมสีเลือดหมูรูปนั้น... ดวงตาของเธอมันมองตามดิฉันเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้ทำเรื่องบาปๆ เลยว่าไหมคะ รินรดา"
รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้า ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธกริ้วที่ถูกความระยำตำบอนของคนตรงหน้าปั่นป่วนจนย่อยยับ หล่อนเกลียดสายตาคู่นั้น เกลียดท่าทีที่ไม่เคยเห็นหัวใคร และเกลียดความจริงที่ว่า... หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะยามที่เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น
"คุณมันคนไร้รสนิยมและเสียมารยาทที่สุด!" รินรดาผลอกร่างสูงออกเต็มแรงจนศศินเซถอยหลังไปสองก้าว แต่รอยยิ้มยโสบนใบหน้าเขากลับกว้างขึ้นกว่าเดิม
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะตกหลุมรักดิฉันเข้าสักวันนะคะ ภัณฑารักษ์หน้าตาย" ศศินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ท่าทางยโสโอหังนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนหล่อนอยากจะหยิบไม้กวาดไล่ตีเขาออกไปจากพิพิธภัณฑ์เสียเดี๋ยวนี้
ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากพ่นคำด่าทอที่เจ็บแสบที่สุดออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินชั้นล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"คุณรินรดาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ! ที่ห้องคลังภาพชั้นใต้ดิน ระบบรักษาความปลอดภัยหลักถูกแฮก และ..."
รินรดาหันขวับไปมองทางต้นเสียง ใบหน้าสวยเฉียบซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที หล่อนหันกลับมาหมายจะคาดคั้นเอาความจริงจากศศิน แต่ทว่า... พื้นที่ว่างตรงหน้ากลับว่างเปล่า
ศศินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เยือกเย็น และกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ
ไม่สิ... บนกรอบรูปไม้แกะสลักโบราณของภาพวาด *Memento Mori* มีกระดาษโน้ตสีดำสนิทแผ่นเล็กๆ ถูกเหน็บไว้ด้วยเข็มกลัดเงิน รินรดากลั้นหายใจ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
ลายมือหวัดๆ ทรงพลังตวัดตัวอักษรไว้เพียงสั้นๆ แต่ทำเอาหัวใจของหล่อนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*'ภาพฝันที่เธอพยายามปกปิดไว้... บัดนี้มันหลุดออกจากการควบคุมแล้วนะ ที่รัก'*
ตุบ!
เสียงวัตถุบางอย่างหล่นกระแทกพื้นจากมุมมืดสุดปลายทางเดินของห้องจัดแสดง รินรดาชะביกไฟฉายส่องข้ามความมืดทึบไปทันที และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างของชายสวมชุดยูนิฟอร์ม รปภ. นอนคว่ำหน้าแน่นนิ่งจมกองเลือดสีเข้มข้น
พร้อมกับเงาร่างของใครอีกคน... ที่กำลังยืนยันตัวตนอยู่หลังเสาหินอ่อน สูงตระหง่านและกำลังมองตรงมาที่หล่อนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นจากความมืดมิด
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรกนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ภัณฑารักษ์หน้าตายกับคุณชาย(สาว)ผู้ขโมยภาพฝัน•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้าตายกับคุณชาย(สาว)ผู้ขโมยภาพฝัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
