เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์•ตอนที่ 2

กฎเหล็กที่ไม่เคยมีอยู่

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวร้อนยังคงลอยวนอยู่ระหว่างเรา สองเซนติเมตร คือระยะห่างที่รณกรจงใจถอยหลังออกไปหลังจากประโยคประกาศิตเมื่อครู่สิ้นสุดลง ใบหน้าคมสันภายใต้กรอบแว่นสายตากรอบโลหะสีดำฉายแววคุกกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่ปลายรองเท้าผ้าใบเปื้อนดินยันเส้นผมสีน้ำตาลคาราเมลที่รวบไว้ลวกๆ “ถ้าคุณยังคิดจะเล่นเกมท้าทายอำนาจมืดของผม ลินิน... คุณคงต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามมา” รณกรเน้นเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนพุ่งปะทะพวงแก้มใส เจ้าของชื่อไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน เธอวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะกอดอกแล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบตา ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวอย่างที่สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งคาดหวังแม้แต่น้อย “ขู่เก่งจังเลยนะคะ คุณรณกร” ลินินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท มุมปากหยักยิ้มเยาะ “นี่ขนาดเพิ่งเริ่มโปรเจกต์สวนลอยฟ้าตึกเอสเทควันแรก คุณเล่นแจกใบแดงฉันไปสามรอบแล้ว ถ้าผ่านไปสักเดือน ฉันคงต้องพกใบมรณบัตรมาสแตนด์บายไว้ใต้โต๊ะทำงานคุณด้วยไหมล่ะคะ” “ผมไม่ได้ล้อเล่น” รณกรขยับแว่นเล็กน้อย ท่าทางเย่อหยิ่งและเป็นทางการถูกงัดออกมาใช้เพื่อปกปิดความปั่นป่วนบางอย่างในอก “และเพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทสถาปัตยกรรมระดับท็อปกับนักจัดสวนอิสระ... อืม ใช้คำว่า ‘อิสระเกินไป’ ของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น ผมจำเป็นต้องร่างข้อตกลงร่วมกัน” เขาเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน เปิดไฟล์เอกสารหน้าหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้อีกฝ่าย ลินินเลิกคิ้วเรียวสวย เธอรับแท็บเล็ตมาถือไว้ กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนรณกรเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่ฝ่ามือ *“กฎเหล็กแห่งความสงบสุขร่วมกับรณกร”* ข้อที่หนึ่ง: ห้ามส่งเสียงดังเกินเดซิเบลที่กำหนดภายในรัศมีสองเมตรจากโต๊ะทำงานของผม ข้อที่สอง: ห้ามปรับเปลี่ยนแบบแปลนพืชพรรณโดยไม่ได้รับลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อยสี่สิบแปดชั่วโมง ข้อที่สาม: ห้ามแตะต้องกาแฟและอุปกรณ์ชงชาส่วนตัวของผมเด็ดขาด ข้อที่สี่: ห้าม... (ลินินหยุดอ่านตรงนี้แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาวิบวับ)* ห้ามมองหน้าผมด้วยสายตาแบบนั้น... แบบไหนล่ะคะคุณสถาปนิก? รณกรหน้าตึงขึ้นมาทันที เขากระแอมเบาๆ เพื่อเรียกคืนความน่าเกรงขาม “ข้อสี่หมายถึง ห้ามแสดงสีหน้าท้าทายหรือจ้องมองผมด้วยเจตนาปั่นป่วนสมาธิในยามที่ผมกำลังเคลียร์แบบแปลนสำคัญ” “โอ้โห...” ลินินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอน่าหมั่นไส้ในสายตาของเขาเสียเหลือเกิน “นี่คุณร่างกฎบ้าบอพวกนี้ขึ้นมาตอนตีสองเหรอคะเนี่ย ช่างเป็นผู้ชายที่มีเวลาว่างในชีวิตน้อยมาก... แต่มีความพยายามในการเผด็จการสูงมากจริงๆ” “มันคือความจำเป็นทางวิชาชีพ คุณนิน” รณกรก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดโดยไม่รู้ตัว บีบให้ลินินต้องเอนหลังพิงขอบโต๊ะทำงานของเขาเองโดยปริยาย “ถ้าคุณไม่อยากให้โปรเจกต์นี้ล่มไม่เป็นท่าเพราะทัศนคติของเราไม่ตรงกัน คุณก็ต้องทำตามกฎพวกนี้ซะ” “แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะคะ?” ลินินไม่ถอยหนี เธอกลับโน้มตัวเข้าหาเขาแทน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวเธอลอยเข้ามาแตะจมูก รณกรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหลุบมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเอื้อnนวาจาต่อรอง “ถ้าฉันบอกว่า... กฎพวกนี้มันมีช่องโหว่ล่ะคะ คุณสถาปนิก” “ช่องโหว่?” รณกรทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าลงไปถนัดใจเมื่อสมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “ใช่ค่ะ” ลินินยิ้มหวานหยด “ข้อแรกบอกว่าห้ามส่งเสียงดังในรัศมีสองเมตร แต่คุณไม่ได้ห้ามฉันยืนประชิดตัวคุณในระยะหนึ่งเซนติเมตรแบบนี้ใช่ไหมคะ? ข้อสองบอกว่าห้ามเปลี่ยนแบบแปลนพืชพรรณ แต่ถ้าฉันเปลี่ยน ‘ตำแหน่ง’ ของคุณจากการเป็นเจ้านายจอมเผด็จการมาเป็น... ผู้ช่วยถือกระถางต้นไม้ให้ฉันแทน แบบนี้ถือว่าผิดกฎข้อไหนหรือเปล่าคะ?” รณกรถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลแปลนตึกระฟ้าได้อย่างรวดเร็วกลับชะงักกึก ปะทะเข้ากับตรรกะย้อนเกล็ดที่คมกริบยิ่งกว่ากรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือเธอเสียอีก ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเขาเกินไปแล้ว! “คุณนี่มัน...” รณกรเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแท็บเล็ตคืนเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในอก แต่ทว่า ปลายนิ้วของทั้งคู่กลับแตะโดนกันโดยบังเอิญ ความนุ่มนวลจากเรียวปลายนิ้วของเธอส่งกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแขนจนชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รณกรจะได้เอ่ยปากตอกกลับอะไรที่ฟอร์มจัดใส่เธอ เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “ขอโทษทีครับคุณกร พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับพื้นที่สวนลอยฟ้ามาให้ดูด้วยตัวเองกลัวว่า... คุณจะได้คนจัดสวนที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์มาทำให้งานพังเสียก่อน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือความเยาะหยันที่คุ้นหูดีดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ ‘ภีม’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่รอคำอนุญาต รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคายของภีมทันทีที่เขาเห็นว่ารณกรกับลินินยืนแนบชิดกันอยู่แค่คืบในบรรยากาศชวนเข้าใจผิด รณกรขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบหันขวับไปจ้องผู้มาเยือนด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ขณะที่ลินินหันไปมองหน้าภีมสลับกับรณกรด้วยความสนใจ ราวกับกำลังชมการแสดงชุดใหญ่ที่เพิ่งเปิดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ************************************************** ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพี่กรและยัยตัวป่วนนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้าย กับยัยตัวป่วนระดับมาสเตอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%