"บริษัทระดับท็อปเท็นของประเทศปฏิเสธใบสมัครของผม แต่คุณกลับเสนอเงินเดือนให้ห้าล้านบาท... สติของคุณยังอยู่ครบดีใช่ไหมครับ คุณคีย์"
เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของ ดร.ธนากร อดีตหัวหน้าทีมวิจัยปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าของเอเชีย ดังสะท้อนก้องห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูหราใจกลางเมือง ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนื้อดีแต่ยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานหักโหม นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง สายตาส่งความดูแคลนมายังชายหนุ่มรุ่นราวคราวลูกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
บนโต๊ะกระจกใส มีเอกสารข้อเสนอสัญญาจ้างงานวางอยู่ แผ่นกระดาษที่พิมพ์ตัวเลขเงินเดือนและสวัสดิการมหาศาลซึ่งสามารถซื้อรถสปอร์ตหรูได้ในทุกๆ สามเดือน กลับถูกมองว่าเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าในสายตาของอัจฉริยะผู้เย่อหยิ่ง
คีย์ไม่โกรธ เขาเพียงยกถ้วยชาเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีลอยอวลในบรรยากาศที่ตึงเครียด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองลอดผ่านไอร้อนนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรือความขุ่นเคืองใดๆ เหมือนผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม
"คนที่สติไม่ครบถ้วน คงไม่กล้าบินตรงมาจากซูริกเพื่อมานั่งฟังข้อเสนอของผมหรอกครับ ดร.ธนากร" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง สุภาพเยือกเย็นจนคู่สนทนาชะงักไปชั่วขณะ
ลินิน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างกายของคีย์ในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขยับแฟ้มเอกสารในมือเล็กน้อย เธอมองอัจฉริยะผู้มากด้วยอีโก้ด้วยสายตาเรียบเฉย แฝงรอยยิ้มเยาะหยันบางเบาที่มุมปาก ผู้ชายคนนี้อาจจะเก่งกาจในห้องแล็บ แต่สำหรับคีย์แล้ว... ทุกคนล้วนมีป้ายราคาติดไว้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ "สกุลเงิน" ชนิดไหนในการซื้อ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ เด็กหนุ่ม" ธนากรโน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น ดวงตาหรี่ลงพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้า "โปรเจกต์ AI ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะที่ผมวิจัยอยู่ ถูกกลุ่มทุนใหญ่สั่งแบนเพราะมันไปขัดผลประโยชน์ของพวกมัน บริษัทที่คุณแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของ... แม้แต่ชื่อผมยังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะปกป้องผมจากอิทธิพลพวกนั้นได้"
"เพราะผมไม่ได้แค่จะปกป้องคุณครับ... แต่ผมจะให้คุณเหยียบพวกมันให้จมดิน"
คีย์วางถ้วยชาลงกระทบจานรองเบาๆ เสียงนั้นดังชัดเจนในความเงียบ ก่อนที่เขาจะหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วเลื่อนหน้าจอปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้า
กริ๊ง...
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกดังขึ้นเบาๆ ในกระเป๋าเสื้อสูทของธนากร ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว เขากดหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวเลขบนหน้าจอ ลมหายใจของอัจฉริยะหนومใหญ่ก็สะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ยอดเงินฝากในบัญชีต่างประเทศที่ถูกโอนเข้ามาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว... คือเงินจำนวนสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยคือกว่าสามร้อยล้านบาทถ้วน! พร้อมข้อความสั้นๆ แนบมาว่า *'นี่คือเงินมัดจำงวดแรกสำหรับการซื้ออิสรภาพและศักดิ์ศรีของคุณ ดร.ธนากร'*
"นี่มัน... บ้าอะไรกัน!" ธนากรผุดลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังสนั่น มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาเงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นตะลึง อำนาจเงินระดับนี้... แม้แต่ประธานบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกยังต้องใช้เวลาพิจารณาเป็นเดือน แต่นี่... โอนเข้าบัญชีส่วนตัวแบบเรียลไทม์ผ่านระบบสากลอย่างไร้ร่องรอยการตรวจสอบภาษี!
"เงินจำนวนนี้ มากพอที่จะซื้อสิทธิ์ขาดในการวิจัยของคุณหรือยังครับ" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้านั้นช่างดูทรงอำนาจและเยือกเย็นเสียจนธนากรรู้สึกเหมือนตนเองกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาอันสูงชัน
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่..." เสียงของธนากรแหบพร่า ความหยิ่งทะนงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความยำเกรงต่อบุรุษผู้กุมอำนาจการเงินที่ไร้ขีดจำกัดเบื้องหน้า
"ผมเป็นแค่คนที่เห็นคุณค่าของอัจฉริยะที่ถูกพวกโง่เขลาเหยียบย่ำก็เท่านั้นครับ" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบง่ายดาย สายตากวาดมองไปยังเอกสารสัญญาที่สั่นเทาในมือของอีกฝ่าย "เลือกเอาครับ ดร.ธนากร จะเป็นลูกน้องของพวกทุนสามานย์ที่พร้อมเขี่ยคุณทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ หรือจะมาเป็นมันสมองเบอร์หนึ่งในอาณาจักรเทคโนโลยีที่ผมกำลังจะสร้างขึ้น"
ลินินก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับยื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงด้ามหรูให้ ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือปากกาสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสัญญาอย่างไร้ข้อMท้านใดๆ อีกต่อไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ณ ลานจอดรถเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าตึกระฟ้า เสียงใบพัดเครื่องยนต์ตีลมดังกระหึ่มกึกก้อง ลมกรรโชกแรงพัดพาเส้นผมของทั้งสามคนให้ปลิวไสว คีย์ยืนมองเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำใหม่เอี่ยมที่ประทับตราสัญลักษณ์รูปมงกุฎเพชร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ลับของกลุ่มทุนใต้ดินที่ระบบมอบให้
"ยินดีต้อนรับสู่ทีมวิจัยระดับโลกครับ ดร.ธนากร" คีย์ตบไหล่อดีตหัวหน้าทีมวิจัยผู้พยักหน้ารับด้วยความภักดีและตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของคีย์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาหยิบมันขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นสายเรียกเข้าจากระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยระดับสูง หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสนใจ
*[แจ้งเตือนระบบ: เป้าหมายรายต่อไป 'มาสเตอร์เชฟมือหนึ่งแห่งเอเชีย' ผู้ถูกกลั่นแกล้งจนต้องปิดร้าน กำลังถูกคุกคามโดยกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นในย่านไชน่าทาวน์ เวลาเหลืออีก 15 นาทีก่อนที่ร้านจะถูกเผาทำลาย]*
คีย์หันไปสบตากับลินินทันที เลขาคู่ใจผู้รู้ใจเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ เธอกดส่งสัญญาณบางอย่างผ่านแท็บเล็ตในมือในเสี้ยววินาที
"ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ เราจะมีแขกคนสำคัญมาร่วมโต๊ะอาหารค่ำเพิ่มอีกคนนะครับ ลินิน" คีย์เอ่ยเสียงเรียบขณะก้าวขึ้นสู่บันไดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
ประตูกระจกนิรภัยของเฮลิคอปเตอร์ปิดลงสนิท ตัดขาดเสียงลมภายนอก ทว่าก่อนที่เครื่องบินปีกหมุนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี สายตาของคีย์ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่ซุ่มอยู่มุมมืดของลานจอดรถ... พร้อมกับลำกล้องปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่เล็งตรงมายังหน้าต่างกระจกที่พวกเขานั่งอยู่พอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงวินาทีที่ดุเดือดนี้นะครับ และเตรียมพบกับความคลั่งไคล้ในตอนถัดไปครับ
ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว•ตอนที่ 30
จ้างงานอัจฉริยะ
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ประธานบริษัทก็เป็นผมซะแล้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!