เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา•ตอนที่ 33

แผนการแตกหัก

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายอับชื้นของดินชื้นแฉะในยามรัตติกาลคืบคลานเข้ามาทางหน้าต่างบานแกะสลักอย่างเงียบเชียบ ทว่ายังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนริมฝีปากของซูเหม่ย ที่บัดนี้ยอมสลัดคราบอนุภรรยาผู้แสนเรียบร้อย มากุมกิดูด้วยความกระหายอำนาจ แสงจากตะเกียงน้ำมันพืชไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านช่องประตู สะท้อนเงาร่างของนางและกลุ่มชายชุดดำที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไหมปักลายหงส์ "พวกเจ้ามั่นใจหรือว่า แผนการนี้จะไม่มีทางพลาด?" เสียงหวานหยาดเยิ้มเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น นางกำลังใช้เล็บยาวเคลือบสีชาดเขี่ยปลายมีดสั้นเล่มคมที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา "เรียนพระชายารอง ข่าวกรองจากในวังหลวงแจ้งชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนติดกับดักในท้องพระโรง ฝ่ายกบฏขององค์ชายรองระดมพลเร็วกว่ากำหนดถึงสามั่วยาม เพราะพวกมันรู้ตัวว่ากำลังจะจนมุม บัดนี้จวนอ๋องไร้เงาผู้บัญชาการทหารปกป้อง เป็นโอกาสทองที่เราจะเผาทำลายหลักฐานทั้งหมด และสังหารนางแพทย์หญิงหลี่จินเหยาทิ้งเสีย" หัวหน้ามือสังหารเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาซ่อนความโลภและความเหี้ยมเกรียมไว้ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำสนิท ณ เรือนพักส่วนใน หลี่จินเหยาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพลังงานรอบตัว ดวงตาทิพย์ของนางเปิดกว้างขึ้นจนเห็นไอร้อนสีเทาหม่นและกลุ่มก้อนวิญญาณอาฆาตที่พากันกรูกันเข้ามาล้อมรอบเรือน ทว่าไม่ใช่เพื่อทำร้ายนาง หากแต่พวกมันกำลังส่งสัญญาณเตือนภัย ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีมรกตเข้มก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคงไปยังโต๊ะทำงาน นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวที่บรรจุผงพิษสลายกระดูกขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับสำรวจความเรียบร้อยของเข็มเงินยาวที่ซ่อนอยู่ตามพับแขนเสื้อ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้ไม่เคยหวาดหวั่นต่อความตาย "ในเมื่อพวกมันร้อนรนอยากจะวิ่งเข้าหาความตายเอง ข้าก็ยินดีจะเปิดประตูรับแขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ด้วยตนเองเช่นกัน" พลันนั้น เสียงพังประตูไม้สักทองด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้กระจายเกลื่อนกลาดพร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามาในห้องโถงอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน ซูเหม่ยเดินตามเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง นางหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ "พี่หญิงจินเหยา... ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ เหตุไฉนท่านจึงยังไม่นอนอีกเล่า? น่าเสียดายนักที่ท่านคงไม่มีโอกาสได้เห็นรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้แล้ว ท่านอ๋องของท่านถูกกักตัวไว้ที่วังหลวง พระราชโองการประหารชีวิตกำลังเดินทางมา ส่วนท่าน... ต้องตายอยู่ที่นี่อย่างไร้ศพ!" ซูเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสมเพชเวทนา จินเหยาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรู ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยືือกเย็นและคมกริบดั่งใบมีด นางไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับยกชาอุ่นขึ้นจิบหนึ่งคำอย่างใจเย็น "เจ้ามั่นใจนักหรือว่า... คนที่กำลังจะจนมุมคือพวกเรา?" สิ้นเสียงของหลี่จินเหยา บรรยากาศภายในห้องก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เงาดำของคุณหญิงบัวและวิญญาณในจวนผุดขึ้นจากพื้นเรือน เสียงโหยหวนและแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่กลุ่มมือสังหารจนพวกมันต้องเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะเดียวกัน ประตูใหญ่ของจวนอ๋องที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกถีบกระเด็นออกด้วยพลังลมปราณอันดุร้ายและทรงอำนาจ ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเกราะศึกชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ แววตาของท่านอ๋องเซียวจิ่งเหยียนดุดันราวกับพญามัจจุราชที่เพิ่งกลับมาจากขุมนรก ดาบในมือของเขายังมีหยาดโลหิตหยดลงกระทบพื้นเป็นทางยาว บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีสังหารที่รุนแรงจนซูเหม่ยหน้าถอดสีเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นทันที "บังกล้า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว ทว่ากลับกดทับหัวใจของทุกคนในห้องให้หยุดเต้น ก่อนที่ซูเหม่ยจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต มือสังหารคนสนิทที่อยู่ด้านหลังนางก็ชักกระบี่ขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัด และตัดสินใจพุ่งเป้าหมายปลิดชีพมาที่หลี่จินเหยาเพื่อเป็นตัวประกันในเสี้ยววินาทีเป็นตาย! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาสู่บทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนหอวิญญาณหลอนกับท่านอ๋องผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%