"ถ้าคุณยังทำตัวเป็นภาระทางจิต and ขาดสามัญสำนึกแบบนี้อีกครั้งเดียว ผมจะโยนข้าวของทั้งหมดของคุณออกไปนอกระเบียงโดยไม่สนด้วยซ้ำว่ามันราคาเท่าไหร่"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่อุณหภูมิดูจะลดฮวบลงจนติดลบ ธันวาหรี่ตามองกระดาษแผ่นสีขาวที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนเหลืออด ซุปตาร์หนุ่มผู้กุมเรตติ้งอันดับหนึ่งของประเทศกำลังขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกเป็นจำหน่ายในศาลเตี้ย โดยมีผู้พิพากษาจำเป็นคือช่างภาพหนุ่มหน้าหวานที่แต่งตัวด้วยเสื้อยืดเซอร์ๆ แต่กลับมีสายตาดุราวกรรมการคุมสอบ
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มตวัดมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "นี่นายกล้าออกคำสั่งกับฉันงั้นเหรอ รัน? อย่าลืมนะว่าที่นี่คือคอนโดส่วนตัวของฉัน และฉัน..."
"และคุณคือคนที่จ้างผมมาจัดการเรื่องภาพลักษณ์และความเป็นส่วนตัวในช่วงโปรเจกต์นี้" รันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของซุปตาร์หนุ่มราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปถึงความคิด "ถ้าไม่อยากให้รูปหลุดว่อนโซเชียลเพราะความมักง่ายของคุณเอง กรุณาแหกตาอ่านมันให้ขึ้นใจ แล้วทำตามซะ"
ธันวากัดฟันกรอด นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนฉุนเฉียว สายตาคมกวาดมองข้อความที่ถูกพิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ หัวข้อตัวหนาเด่นหร่ากระแทกตา
*กฎเหล็ก 3 ข้อ ในการใช้ชีวิตร่วมกัน*
ข้อแรก: *ห้ามนำคนแปลกหน้าหรือเพื่อนฝูงเข้ามาเหยียบในพื้นที่ส่วนกลางโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อยสี่ชั่วโมง*
ข้อสอง: *ห้ามสร้างความวุ่นวาย ทำลายข้าวของ หรือส่งเสียงดังโวยวายหลังเที่ยงคืน*
และข้อสาม... ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่ออ่านเจอข้อสุดท้าย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
ข้อสาม: *ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว และห้ามเดินแก้ผ้าเดิน่องไปทั่วห้องโดยเด็ดขาด*
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาช่างภาพหนุ่มทันที รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะปรากฏอยู่บนหน้าฟีดข่าวบันเทิง "ข้อสามนี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณช่างภาพ? หรือว่าคุณแอบมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของผมเมื่อคืนตอนที่ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วเกิดอาการ... ควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาล่ะ?"
รันขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าเนียนนุ่มไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างที่ธันวาคาดหวัง ตรงกันข้าม แววตากลับฉายแววสมเพชเวทนาเสียด้วยซ้ำ รันส่งยิ้มเย็นเยียบกลับไปให้
"หลงตัวเองเกินไปหน่อยไหมครับคุณธันวา" รันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบแต่เชือดเฉือน "ผมไม่ได้พิสมัยการมองซากประดับราคาแพงที่เอาแต่ทำตัวไร้ระเบียบหรอกนะครับ ที่ผมต้องตั้งกฎข้อนี้ขึ้นมา ก็เพราะผมไม่อยากทนเห็นภาพทุบสายตาแต่เช้าต่างหาก รสนิยมทางสายตาของผมค่อนข้างสูงพอสมควร ช่วยกรุณาใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนก้าวออกจากห้องนอนด้วยครับ"
"นาย!" ธันวาลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ความสูงเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของซุปตาร์หนุ่มสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบตัว เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรันด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายต้องผถดถอยหลังไปนิดหน่อยโดยอัตโนมัติ แต่รันก็ยังคงยืนหยัดเชิดหน้าสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับรัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดลอยเข้าจมูกจนรันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของซุปตาร์หนุ่มจ้องมองริมฝีปากบางที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขามาตลอดตั้งแต่เมื่อวาน
"ปากเก่งนักนะรัน..." ธันวาพูดเสียงกระซิบต่ำทุบ หัวใจของเขากำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งด้วยความโมโห... หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เขาไม่อยากยอมรับ "นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาออกกฎบ้าๆ นี่ใส่ฉัน คนอื่นเขาต่อแถวรอคอยที่จะได้อยู่ใกล้ชิดฉัน แต่นายกลับทำตัวเหมือนอยากจะผลักไสฉันออกจากชีวิตซะงั้น"
"เพราะคนอื่นเขาหวังผลประโยชน์จากคุณไงครับ" รันตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ใกล้แค่คืบ "แต่ผมไม่ใช่หนึ่งในนั้น งานก็คืองาน ถ้าคุณอยากให้โปรเจกต์นี้รอดและภาพลักษณ์ของคุณไม่พังคามือผม คุณก็ต้องทำตามกติกานี้... เข้าใจไหมครับ?"
ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย สายตาที่ประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทุขึ้นมาในอากาศ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเล็กน้อยของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ธันวาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดนิ่งนั้น ความคิดร้ายกาจบางอย่างแล่นริ้วเข้ามาในหัว ซุปตาร์หนุ่มยกยิ้มมุมปาก มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของรันไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี รันสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
"ถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่คิดจะทำตามกฎพวกนี้ล่ะ นายจะทำไม?" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าเคลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวกระทบผิวแก้ม
รันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักตัวยูทาวเวอร์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุดในทันที ทั้งธันวาและรันชะงักไปพร้อมกัน ซุปตาร์หนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ในขณะที่รันฉวยโอกาสนั้นสะบัดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ แล้วถอยหลังออกห่างทันที
ธันวาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย เขากวาดสายตามองรันด้วยความอาฆาตมาดร้ายเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางประตูห้อง "ใครมาวะเวลานี้..."
รันจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้ว่าใบหน้าจะยังคงมีร่องรอยของความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่บ้าง เขามองตามหลังธันวาที่เดินดุ่มๆ ไปที่ประตูหน้าด้วยท่าทางหงุดหงิดเต็มประดา
ซันวาเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูแล้วกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ด้วยคิดว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ชอบมาหาเรื่องปวดหัวให้เขาแต่เช้าตรู่ แต่ทว่า... รอยยิ้มเยาะที่เตรียมไว้บนใบหน้ากลับต้องค้างเติ่ง เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่ผู้จัดการหนุ่มอย่างที่คาดคิด
ผู้หญิงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตกำลังยืนยิ้มหวานหยดหยย้อยอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่วางอยู่ข้างกาย
"เซอร์ไพรส์ค่ะ, พี่ธันวา... แนนซี่กลับมาหาแล้วนะคะ คิดถึงหนูไหมเอ่ย?"
ธันวาหน้าถอดสีทันที ในขณะที่รันที่ยืนอยู่ไกลออกไปถึงกับหรี่ตาลงมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... เรื่องสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะครับ
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ดาร์กไนท์
เซฟโซนของนายซุปตาร์สายเหวี่ยง•ตอนที่ 3
กฎเหล็ก 3 ข้อที่ห้ามแหก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายซุปตาร์สายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
