เสียงกระแทกของบานประตูไม้สักยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้น ราวกับเสียงก้องกังวานของฆ้องใหญ่ที่ประกาศศึกครั้งสุดท้าย
ร่างของ 'ธนา' อดีตรองประธานสโมสรนักศึกษาปีที่สามก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตห้องประชุมคณะกรรมการกิจการนิสิตอย่างท้าทาย สองมือของเขาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิท รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมเข้าสู่กรงขัง
"อุ๊ย ตายจริง... บรรยากาศเคร่งเครียดกันจังเลยนะคะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ชั่วขณะ "หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะการ 'สอบสวน' ภายในของพวกคุณหรอกนะ... พี่คิม"
สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยัง 'คิม' เฮดว้ากหนุ่มปีสามผู้ยืนตระหง่านอยู่หน้าโต๊ะประธาน ในยามนี้ ไหล่กว้างที่เคยแบกรับความคาดหวังของน้องๆ และระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของคณะวิศวกรรมศาสตร์ กลับเกร็งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันอยู่บนโต๊ะบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
ปัน ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่คิมยืนอยู่ หันไปมองหน้าพี่รหัสของตนด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในอก ดวงตากลมโตของเฟรชชี่หนุ่มฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ปรึกษาหารือกับ 'น้ำหวาน' ที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ ด้วยการส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
*เกิดอะไรขึ้นกันแน่?*
"นายไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนี้ ธนา" เสียงของคิมต่ำและทรงพลัง แม้จะมีความแห้งผากเจืออยู่ในลำคอเล็กน้อย "นี่เป็นการประชุมลับของคณะกรรมการเฉพาะกิจ นายถูกสั่งพักกิจการกิจกรรมนักศึกษาจากกรณีงบประมาณปีที่แล้ว ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาในตึกนี้ด้วยซ้ำ"
ธนาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ปันรู้สึกหนสันหลังวาบ "คำสั่งพักกิจการเหรอ? ฮะ... ตลกดีนะพี่คิม พี่คิดจริงๆ เหรอว่ากระดาษแผ่นเดียวที่พวกพี่เซ็นกันเอง จะปิดปากคนที่รู้ความลับทั้งหมดได้?"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก น้ำหวานเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของปันเบาๆ ด้วยความกลัว ขณะที่สายตาของธนากวาดมองเอกสารกองโตบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่แฟ้มสีน้ำเงินเข้ม—แฟ้มสรุปบัญชีโครงการค่ายอาสาพัฒนาชนบทที่คิมทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม และเป็นแฟ้มเดียวกันกับที่กำลังเป็นประเด็นตรวจสอบความโปร่งใสในตอนนี้
"พี่คิมมีทางเลือกอยู่สองทางนะคะ... ตอนนี้" ธนาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของคิมมากขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิม "ทางแรก... เซ็นชื่ออนุมัติโอนงบก้อนสุดท้ายให้บริษัทจัดอีเวนต์ของเพื่อนฉันซะ แล้วเรื่องทุกอย่างที่รุ่นน้องปีสองปีสามกลุ่มนี้มันรวมหัวกันทำผิดกฎระเบียบว้าก... จะถูกเก็บเป็นความลับตลอดกาล"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับเข็มนาฬิกาหยุดเดิน
คำพูดของธนามีน้ำหนักมหาศาล มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองภายในมหาวิทยาลัย แต่มันคืออนาคตของน้องๆ ปีสองและปีสามหลายคนที่อาจจะต้องพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา หากถูกเอาผิดเรื่องการใช้อำนาจเกินขอบเขตในช่วงรับน้องที่ผ่านมา ซึ่งคิมในฐานะเฮดว้ากต้องรับผิดชอบโดยตรง และนั่นคือสิ่งที่ธนากำลังใช้เป็น "ตัวประกัน"
ปันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ถ้าคิมเลือกหน้าที่และความถูกต้อง คณะและน้องๆ อาจจะต้องพังพินาศ แต่ถ้าคิมเลือกความรักและความปลอดภัยของคนรอบข้าง... คิมจะต้องกลายเป็นคนทรุดยศต่ออุดมการณ์ที่ตัวเองศรัทธามาตลอดสามปี
"แล้วทางที่สองล่ะ?" คิมถามเสียงเรียบ แต่นัยน์ตาสั่นไหวอย่างรุนแรง เป็นครั้งแรกที่ปันได้เห็นความอ่อนแอในแววตาของพี่ว้ากผู้แข็งกระด้างคนนี้
"ทางที่สอง..." ธนายิ้มเหี้ยมเกรียม "พี่เลือกที่จะปกป้องอุดมการณ์บ้าๆ ของพี่เอง แล้วปล่อยให้เด็กวิศวะปีหนึ่งหน้าใสคนนี้... อ้อ น้องปัน คนที่พี่คอยตามประกบดูแลไม่ห่างคนนั้นน่ะ... ต้องมารับผิดชอบความผิดทั้งหมดในฐานะผู้ปลอมแปลงลายเซ็นเอกสารเบิกงบประมาณ"
พรึบ!
ปันสะعدเฮือก ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วร่าง คำกล่าวหาอันเป็นเท็จนั้นพุ่งเป้ามาที่ตนเองอย่างไม่ทันตั้งตัว น้ำหวานรีบคว้าแขนปันไว้แน่น ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือกด้วยความตกใจ
"คุณพูดบ้าอะไร! ผมไม่เคยทำ!" ปันโพล่งขึ้นด้วยความโกรธ
"น้องปัน เงียบก่อนค่ะ" คิมหันมาปรามด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่สายตาที่มองปันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมหาศาล ความรู้สึกที่ปันไม่เคยเห็นมาก่อน—ความรู้สึกของการ "ต้องยอมแพ้"
คิมรู้ดีว่าธนามีอิทธิพลเบื้องหลังมากแค่ไหน และเอกสารปลอมที่ธนาพูดถึง คงถูกเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วในระบบ หากเรื่องนี้หลุดไปถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย ปันซึ่งเป็นแค่เฟรชชี่ไม่มีทางดิ้นหลุด และอนาคตทางการศึกษาของปันจะต้องจบลงในเทอมแรกอย่างแน่นอน
นี่ไม่ใช่แค่การเลือก "ระหว่างหน้าที่กับความรัก" อย่างที่ใครคิด แต่มันคือการแลกเปลี่ยนระหว่าง "เกียรติยศของคิม" กับ "อนาคตของปัน"
คิมหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ภาพความทรงจำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาไหลย้อนเข้ามาในหัว—รอยยิ้มของปันในห้องซ้อมเชียร์ แววตาสقใสยามที่ปันคอยสังเกตและส่งน้ำให้ในยามที่เขาเหนื่อยล้า ความรู้สึกดีๆ ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางกฎระเบียบอันเข้มงวด จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน ปันมองแผ่นหลังกว้างของคิมที่กำลังสั่นเทาเล็กๆ หัวใจดวงน้อยบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ปันอยากจะเอ่ยปากบอกว่า *'พี่คิมไม่ต้องสนผม เลือกทางของพี่เถอะ'* แต่ลำคอกลับตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก
ในที่สุด คิมก็ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยเด็ดเดี่ยวและมั่นคงบัดนี้ว่างเปล่าไร้ประกาย มือหนายื่นออกไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมา ปลายนิ้วสั่นเทาขณะที่จรดปลายปากกาลงบนกระดาษเอกสารแผ่นสำคัญ
"พี่คิม... ไม่นะ..." ปันพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกอัดอั้นตันใจถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
ธนายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความสะใจ รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏเด่นชัดบนใบหน้า ขณะที่คิมกำลังจะลากเส้นแรกของการเซ็นชื่อลงไปเพื่อแลกอิสรภาพของปันและอนาคตของทุกคนในคณะ
ทว่า... ก่อนที่หมึกสีดำจะทันได้สัมผัสผืนกระดาษ เสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
และก่อนที่ใครจะทันได้หันไปมอง ประตูห้องประชุมอีกด้านหนึ่งก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคลากรที่ไม่คาดคิดที่สุด—อาจารย์ประจักษ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนวินัยนักศึกษาถึงสามคนในชุดสูทสากล และเอกสารแฟ้มสีแดงสดในมือที่จ่าหน้าหัวข้อชัดเจนว่า *"หลักฐานการทุจริตงบประมาณโครงสร้างหลักของสโมสรนักศึกษา"*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 49
ทางเลือกที่ยากลำบาก
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!