"ถ้ารายงานงบประมาณฉบับนี้หลุดออกไปถึงหูคณบดี ความเหนื่อยยากตลอดเทอมของพวกเราทุกคน... จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าทันทีนะคะ พี่คิม"
น้ำเสียงของพี่กรไม่ได้ดังตึงตัง แต่มันกลับคมกริบและเยียบเย็นจนบรรยากาศในห้องประชุมเล็กของตึกสโมสรนักศึกษาแทบจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ปันยืนตัวเกร็งอยู่ข้างโต๊ะทำงานของคิม สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของเฮดว้ากหนุ่มที่เอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบกระชับแน่นนั้นไม่ได้สื่อถึงความหวาดกลัว แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดว่า สถานการณ์กำลังก้าวล่วงเลยเส้นแบ่งความขัดแย้งแบบปกติไปไกลโขแล้ว
คิมค่อย ๆ ดึงตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายฉายแววเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างสูงโปร่งของประธานสโมสรผู้มาใหม่ ซึ่งกำลังก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ในมือเรียวยาวของกรถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้ม—หลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกเขากำลังถกเถียงกันก่อนหน้านี้
"นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่... กร" คิมเอ่ยถาม น้ำเสียงต่ำทุ้มแต่เจือไปด้วยความกดดัน
"นานพอที่จะรู้ว่า เฮดว้ากปีสามผู้รักความยุติธรรมคนนี้ กำลังพยายามปกป้องเด็กเฟรชชี่จนยอมเอาอนาคตของตัวเองและคณะไปเสี่ยง" กรแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่เรียวนั้นเลยแม้แต่น้อย "เอกสารเบิกงบจัดค่ายอาสาพัฒนาชนบทที่มียอดเงินหายไปเกือบครึ่งแสน... ถ้าฉันเอาไปยื่นให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาตอนนี้ นายคิดว่าเก้าอี้เฮดว้ากของนายจะยังปลอดภัยอยู่ไหมล่ะ คิม"
ปันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ "มันไม่ใช่ความผิดของพี่คิมนะคะ! หนูเป็นคนตรวจพบความผิดปกตินี้เอง และพี่คิมก็แค่—"
"เงียบก่อน, ปัน" คิมเอ่ยขัดขึ้นเบา ๆ แต่เด็ดขาด สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของกรเลยแม้แต่วินาทีเดียว "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเด็กปีหนึ่ง กร ถ้านายมีปัญหาอะไรกับฉัน ก็เคลียร์กันตรงนี้ อย่าเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง"
"ไม่เกี่ยวข้องได้ยังไง ในเมื่อยัยเด็กนี่แหละที่เป็นต้นเหตุทำให้ระเบียบวินัยของพวกเราพังทลาย!"
เสียงตวาดดังลั่นแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูห้องอีกครั้ง ก่อนที่ร่างของ 'พี่มีน' รองประธานฝ่ายกิจการและแกนนำกลุ่มรุ่นพี่ปีสามสายอนุรักษ์นิยมจะก้าวฉับ ๆ เข้ามา สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวอย่างปิดไม่มิด ด้านหลังของเธอมีเพื่อนร่วมรุ่นอีกหลายคนเดินตามเข้ามาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
ความตึงเครียดในห้องประชุมทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว กลุ่มรุ่นพี่ที่เคยร่วมงานกันมาอย่างราบรื่นเริ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือกลุ่มของมีนและกรที่มองว่าการกระทำของคิมและปันเป็นการทำลายกฎเหล็กและสร้างความเสื่อมเสียให้กับคณะ ส่วนอีกฝั่งคือเพื่อนสนิทในกลุ่มเฮดว้ากของคิมที่รีบก้าวเข้ามาสมทบด้วยความเป็นห่วง
"มีน เธอพูดจาให้มันดี ๆ หน่อย ปันมันทำตามหน้าที่!" เสียงของ 'พี่ต้น' เพื่อนสนิทสายลุยของคิมตวาดกลับเสียงดังลั่น "ถ้าไม่ได้น้องปันช่วยตรวจสอบเอกสารบัญชีรอบนี้ ป่านนี้พวกเราอาจจะโดนสอบวินัยยกคณะเพราะเงินงบส่วนต่างที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยก็ได้ ใครกันแน่ที่กำลังปกป้องความเน่าเฟะในสโมสรนี้อยู่!"
"พอได้แล้ว!" คิมตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนทำเอาแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไถลเลื่อน คลื่นพลังกดดันจากความเป็นเฮดว้ากแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนทุกคนต้องเงียบเสียงลง ดวงตาคมกริบกวาดมองเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนทีละคน "ถ้าพวกนายอยากจะทะเลาะกันเรื่องอำนาจหรือเก้าอี้ตัวนี้ ก็มาลงที่ฉันคนเดียว อย่าเอาเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาทำกิจกรรมด้วยความบริสุทธิ์ใจมาเป็นเครื่องมือ"
กรหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและน่ารำคาญใจเป็นที่สุด "บริสุทธิ์ใจงั้นเหรอ? คิม... นายหลับหูหลับตาปกป้องเด็กคนนี้จนไม่ยอมมองความเป็นจริงแล้วนะ นายรู้ไหมว่าตอนนี้ข้างนอกเขาพูดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ว่าเฮดว้ากคนเก่งกำลังยอมทำผิดกฎระเบียบซะเอง เพราะหลงใหลได้ปลื้มกับเด็กเฟรชชี่ในสังกัด!"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงกลางใจ ปันหน้าชาซ่า ความรู้สึกอับอายและน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว เธอก้มหน้าลงมองพื้นพรม พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าการที่เธอแค่อยากช่วยทำให้ทุกอย่างถูกต้อง จะกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้คนที่เธอเคารพต้องถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงเช่นนี้
"ถ้านายยังพูดจาไร้สาระแบบนี้อีกครั้งเดียว กร..." คิมก้าวเข้าไปประชิดตัวกรด้วยโทสะที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด "นายก็รู้ว่าฉันทำอะไรได้บ้าง"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องไปที่การปะทะคารมระหว่างสองผู้นำแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ไม่มีใครยอมใคร
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของปันก็สั่นครืดคราดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ปันมือสั่นเทาควักโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อของ "น้ำหวาน" เพื่อนสนิทที่โทรเข้ามารัว ๆ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากไลน์กลุ่มรุ่นปีหนึ่งที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด
ปันกดเปิดอ่านด้วยความหวังว่าอาจจะมีข่าวดีบางอย่าง แต่ทว่า... ข้อความล่าสุดจากน้ำหวานกลับทำให้เลือดในกายของปันเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม
* [น้ำหวาน]: ปัน! แกอยู่ไหน!? รีบวิ่งมาที่ลานกิจกรรมหน้าตึกคณะด่วนเลย ตอนนี้กลุ่มรุ่นพี่ปีสองกำลังประท้วงขับไล่แกกับพี่คิมเรื่องงบประมาณ แล้ว... แล้วมีคนปล่อยคลิปเสียงตอนที่แกกับพี่คิมคุยกันเรื่องบัญชีลงในเพจลับของคณะแล้วนะตอนนี้!*
ปันเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ ใบซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด เธอมองหน้าคิมที่หันมาสบตากับเธอพอดี ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังเซ็งแซ่มาจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องประชุมเล็กแห่งนี้ด้วยความเกรี้ยวกราด
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจากฝูงชนนักศึกษาปีสองและปีสามนับสิบชีวิตที่ยืนออกันแน่นขนัด พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนเร้นความพินาศไว้เบื้องหลัง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครใน "องศารักที่พักใจ (Love Gradient)" นะคะ
องศารักที่พักใจ (Love Gradient)•ตอนที่ 48
ความแตกแยกในคณะ
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักที่พักใจ (Love Gradient) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!