กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงอบอวลคละเคลุ้งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของภัณฑารักษ์สาว แต่มันกลับไม่อาจกลบกลิ่นสัมผัสอันคุ้นเคยที่โชยมาแตะนาสิกได้อย่างแนบเนียน รินรดาชะงักปลายนิ้วที่กำลังเกลี่ยฝุ่นละอองออกจากหน้ากากทองคำโบราณอายุหลายร้อยปี หัวใจดวงที่เธอคิดว่ามันถูกแช่แข็งจนด้านชาไปเสียแล้ว กลับกระหน่ำเต้นระรัวราวกับกลองเพลิงที่ถูกตีซ้ำๆ ด้วยความตื่นตระหนก
เงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดทาบลงบนกรอบประตูกระจกฝ้า ไม่ได้มาพร้อมกับเสียงฝีเท้าอึกทึก แต่มันคือแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นใต้น้ำ
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในโซนจัดแสดงส่วนตัวนะคะ... ธีร์ธวัช"
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค รินรดายังคงหันหลังให้ผู้มาเยือน เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอผ่านแววตาคู่ที่เคยร้องไห้จนหยดสุดท้ายให้ผู้ชายคนนี้เห็นเป็นอันขาด
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ ช้าทว่ามั่นคง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอยังคงจำได้ดีแม้ในยามหลับใหล ลอยวนเวียนอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
"ริน..." เสียงทุ้มนุ่มที่เคยเยพันธนาการเธอไว้ด้วยความเจ็บปวด เอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความสั่นพร่าที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในอดีต "เธอเปลี่ยนไปมาก... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แผ่นหลังของเธอมันดูโดดเดี่ยวและเปราะบางขนาดนี้"
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับตัวฉันเลยค่ะ" รินรดากระแทกเสียงใส่ พร้อมกับหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉาบด้วยความเย็นชาดั่งน้ำแข็ง กำลังจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาสสมเพชแกมสมน้ำหน้า "คุณมีสิทธิ์อะไรมาเหยียบที่นี่ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามธุรกิจที่แฟรนไชส์ความไร้หัวใจของคุณจะเข้ามาครอบครองได้ตามอำเภอใจ"
ธีร์ธวัชชะงักไป ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดร้าวรานจนแทบแหลกสลาย เขาผอมลง และมีริ้วรอยแห่งความเครียดประดับอยู่รอบหางตา ชายผู้เคยคุมชะตาชีวิตคนนับหมื่น คุกเข่าลงในโลกธุรกิจได้ แต่กลับไม่รู้วิธีที่จะเอื้อมมือคว้าผู้หญิงตรงหน้ากลับคืนมา
"ฉันแค่อยากมาพบเธอ..." เขากล่าวเสียงแผ่วเบา ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว ราวกับนักล่าที่เกรงว่าเหยื่อตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ "ตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่ฝันถึงกลิ่นกายของเธอ ริน... ฉันขอโทษ"
"คำขอโทษราคาถูกแบบนั้น เก็บไว้ไปพูดให้คนที่คุณเห็นค่าเถอะค่ะ" รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางโบราณวัตถุ แต่ธีร์ธวัชกลับไวoxกว่า เขายื่นมือหนาขึ้นกั้นขอบชั้นไว้ทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง จนเธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
"ริน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมใบหู ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนเส้นผมสีดำสนิทเคลียคลออยู่กับแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธแค้นในอดีตตีรวนขึ้นมาผสมปนเปกับความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว
"ถอยไปนะ...!" เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างออก แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดภายใต้เสื้อสูทราคาแพงกลับแข็งราวกับหินผา
"ไม่... ฉันจะไม่ถอยอีกแล้ว"
ธีร์ธวัชไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับฉวยโอกาสที่เธอกำลังสับสน ประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนกลีบปากนุ่มของเธอทันที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แรงต้านทานในตอนแรกพลันมลายหายไปเมื่อสัมผัสคุ้นเคยโถมเข้าใส่ รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมล้นไปด้วยความโหยหา คล้ายจะสูบเอาวิญญาณของเธอให้ล่องลอยไปกับห้วงอารมณ์ที่เขาจงใจชี้นำ
เรียวลิ้นร้อนล้ำล่วงล้ำเข้ามาตักตวงความหวานที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องทำงาน กลิ่นอายอดีตที่เคยขมขื่น บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นรสสัมผัสที่เย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยหยาดประกายแห่งความปรารถนา รินรดาหอบหายใจรัว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่พรั่งพรู แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากขับไล่เขาออกไปให้พ้นสายตา เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับเสียงเล็กใสของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"แม่ครับ... คุณป้าบอกว่าคุณแม่ทำกระเป๋าตังค์ตกไว้ที่ล็อบบี้ครับ!"
ธีร์ธวัชชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เขาก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมสีน้ำเงินที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโต จมูกรั้น และโครงหน้าอันคุ้นเคยที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาด้านหลัง ทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มสะดุดกึก ร่างกายชาดิกจนขยับไม่ได้... เด็กคนนั้น... มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาในวัยเด็ก ราวกับส่องกระจกเงาไม่ผิดเพี้ยน!
"มิคายามวิกาล" ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับอดีตสวามีผู้หวนคืน•ตอนที่ 3
กลิ่นอายอดีต
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับอดีตสวามีผู้หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
