กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศ คือสิ่งที่รินรดาพึ่งพามาตลอดสามปีเต็ม นับตั้งแต่เธอดึงตัวเองออกจากหลุมศพที่เรียกว่า ‘การแต่งงาน’
ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด บรรจงคีบจดหมายรักอายุกว่าร้อยปีขึ้นจัดวางลงบนแผ่นกระจกนิรภัยภายในตู้จัดแสดง แสงไฟ LED สีขาวนวลส่องกระทบตัวอักษรหมึกซึมที่เลือนราง แต่มันกลับคมชัดบาดลึกอยู่ในความทรงจำของเธอ—คำหวานชวนฝัน คำมั่นสัญญาว่าจะรักและปกป้องชั่วชีวิต ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงให้ผู้หญิงโง่เขลาตายใจ
“จัดนิทรรศการครั้งนี้เสร็จ คุณรินคงต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ หน้าตาดูซีดเซียวเหลือเกินค่ะ”
เสียงของหัวหน้าฝ่ายจัดแสดงสินค้าดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับยื่นแก้วกาแฟอุ่นให้ แต่รินรดเพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธรอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ดเรียบสนิท ดวงตาคู่คมดูลึกล้ำและว่างเปล่า ราวกับจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งได้ตายด้านไปในคืนวันที่หิมะโปรยปรายเมื่ออดีต
“ขอบคุณค่ะพี่นวล แต่รินยังไหวค่ะ งานเปิดตัวค่ำนี้แขกผู้ใหญ่ระดับประเทศจะมากันมาก ทางพิพิธภัณฑ์ยอมพลาดไม่ได้เด็ดขาดค่ะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทราบเรียบ ทว่าทรงพลังและเด็ดเดี่ยว จนอีกฝ่ายต้องพยักหน้ารับอย่างยอมจำนนแล้วเดินเลี่ยงออกไป
รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องโถงจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณอันกว้างใหญ่ หกเดือนก่อนเธอยังเป็นเพียงหญิงสาวเร่ร่อนทางความรู้สึกที่ต้องหอบลูกชายตัวน้อยหนีตายจากการตามล่าของอำนาจมืด แต่บัดนี้ ในฐานะภัณฑารักษ์มือหนึ่งผู้กุมบังเหียนนิทรรศการประวัติศาสตร์ชิ้นเอก เธอได้สร้างเกราะกำบังอันแข็งแกร่งขึ้นมาห่อหุ้มหัวใจที่เคยแหลقสลายจนไม่มีชิ้นดี
ทว่า… เกราะเหล็กที่สร้างด้วยความหยิ่งทะนงและหยาดน้ำตา กลับสั่นคลอนลงทันที เมื่อประตูบานใหญ่ของห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามา พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดแต่งป้ายคำอธิบาย เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อเงาสูงตระหง่านทาบทับลงบนร่างของเธอ กลิ่นกายคุ้นเคย—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงแบรนด์โปรดที่เธอเคยซักรีดเสื้อผ้าให้เขาด้วยมือตัวเอง—ลอยมาแตะจมูก
หัวใจที่เต้นช้าลงมาตลอดสามปี กระชากกลับมาเต้นรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นในเสี้ยววินาที
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตา
ที่ตรงนั้น… ธีร์ธวัช ยืนอยู่
ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นรูปร่างสูงใหญ่และสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ที่ติ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับแดงก่ำและสั่นระริก ยามที่มันกวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับคนกระหายน้ำกลางทะเลทรายที่เพิ่งพบโอเอซิส
ไม่มีรอยยิ้มเย่อหยิ่งจองหองเหมือนในอดีต มีเพียงความเจ็บปวดร้าวลึกและความโหยหาที่เจ้าตัวพยายามกดขี่ข่มเหงไว้อย่างน่าสมเพช
“คุณรินรดา…” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย “ในที่สุด… ผมก็หาคุณพบเสียที”
รินรดายืนนิ่งสนิท เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งใส่อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอลงบนพื้นดินอย่างไม่ไยดี
“ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลค่ะท่านประธานธีร์ ไม่ใช่ตลาดสดที่คุณจะเดินเข้ามาส่งเสียงรบกวนแขกคนอื่นได้ตามอำเภอใจ” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และทรงพลัง จนธีร์ธวัชชะงักไปราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาน
สามปีที่ผ่านมา เขาตามหาเธอพลิกแผ่นดิน ส่งคนสืบเสาะไปทุกมุมโลกเพื่อไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองเคยทำลาย แต่ไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง ‘ดอกไม้ประดับบ้านไร้ค่า’ จะเติบโตกลายเป็นหงส์ฟ้าผู้สูงศักดิ์ เย็นชา และงดงามจนเขาแทบไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะต้อง
“ริน…” ธีร์ธวัชก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดเจียนตาย “คุณโกรธผม… เกลียดผมได้เต็มที่ แต่ขอร้องล่ะ อย่ามองผมด้วยสายตาว่างเปล่าแบบนั้น เหมือนผมเป็นคนแปลกหน้า… ทั้งที่เราเคย…”
“เคยอะไรคะ?” รินรดาย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดังก้องด้วยความเย้ยหยัน “เคยนอนบนเตียงเดียวกัน? เคยร่วมใช้ทะเบียนสมรสใบเดียวกัน? หรือเคย… ที่คุณผลักไสฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ในวันที่ฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเราอยู่!”
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเสียบแทงหัวใจของธีร์ธวัชจนเขาเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ความผิดบาปที่เขาเคยก่อ กัดกินวิญญาณของเขามาตลอดสามปี ภาพวันที่เธอน้ำตานองหน้าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา กลับมาหลอกหลอนทุกค่ำคืน ยิ่งเขาเห็นรินรดาในตอนนี้—เข้มแข็ง เย็นชา และไร้หัวใจ—เขายิ่งตระหนักได้ว่า เขาได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปเสียแล้ว
“ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่อาจให้อภัย…” ธีร์ธวัชพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็ก แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์การสัมผัสจากเขา
“รู้แล้วยังไงคะ?” รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความเคียดแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความสุขุม “คิดว่าคำขอโทษ คำสำนึกผิด หรือเงินทองกองโตที่คุณเอามาแลก จะล้างความเจ็บปวดที่ฉันกับลูกต้องเผชิญได้หรือคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!”
“ริน! ผมไม่ได้มาเพื่อซื้อคุณ… ผมมาเพื่อชดใช้…” ธีร์ธวัชกัดฟันแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียด มือหนาคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้มั่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า แม้เธอจะพยายามสะบัดออกเท่าไหร่ก็ไร้ผล “คุณจะเกลียดผม จะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์หนีผมไปไหนอีกแล้ว!”
“ปล่อยฉันนะ!” รินรดาตวาดเสียงกร้าว แรงอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกมา เธอใช้มืออีกข้างผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรง แต่ธีร์ธวัชกลับรวบตัวเธอเข้าหาอ้อมอกหนาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายเร่าร้อนและอ้อมกอดที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีโอบล้อมร่างเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
ความทรงจำเก่าๆ วาบเข้ามาในหัว สมองของเธอสั่งให้ต่อต้าน แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยเหรอ? สามปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าผมอยู่ยังไง รินรดา…” เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าอยู่ริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ “ผมขาดคุณไม่ได้… ร่างกายนี้ หัวใจนี้ มันเป็นของคุณมานานแล้ว…”
ริมฝีปากหยักหนาร้อนผ่าวโน้มลงมาประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มของเธอทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ!
“อื้อ…!”
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันแน่นพยายามจะผลักไส แต่มือหนากลับกดท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้รับสัมผัสอันดุดันและโหยหา จูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความเจ็บปวด และความต้องการที่ถูกกักเก็บมานานนับพันวัน รุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเค็มปร่าจากหยดน้ำตาที่รินรดาไม่รู้ว่ามันไหลมาจากตาใคร ผสมผสานกันในรสจูบที่ร้อนรุ่มและวาบหวามจนสติของเธอแทบหลุดลอย
สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มือหนาของธีร์ธวัชลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางอย่างหลงใหล น้ำหนักมือที่กดลงบนสะโพกกลมกลึงทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนไม่มีช่องว่าง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องโถงจัดแสดง
แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ร่างกายของรินรดากลับตอบสนองความเร่าร้อนนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ความโหยหาที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกมาเป็นรสจูบที่ตอบรับกลับไปอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน มือเรียวที่เคยผลักไส บัดนี้กลับขยุ้มปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่น ราวกับต้องการระบายความเจ็บปวดทั้งหมดลงบนแผ่นอกแกร่งนั้น
ธีร์ธวัชคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงตอบรับจากอดีตภรรยา เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมจะกลืนกินเธอบาทั้งเป็นตรงมุมมืดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
ทว่า… ในวินาทีที่ไฟสวาทกำลังลุกโชนจนควบคุมไม่ได้ เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูที่เปิดแง้มไว้
“คุณแม่ขา… คุณน้าบอกว่าได้เวลาทานขนมแล้วนะคับ!”
ร่างของธีร์ธวัชแข็งค้างทันที ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล รินรดาสดุ้งเฮือกสติกลับคืนมาในพริบตา เธอกระชากตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างแรง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไร้ที่ติ ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับถือหุ่นยนต์ของเล่นไว้ในมือ
ธีร์ธวัชหันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้า ลมหายใจของเขาขาดห้วง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อสมองประมวลผลได้ทันทีว่า… เด็กชายคนนี้มีอายุไล่เลี่ยกับวันที่เขาเซ็นใบหย่าและขับไล่เธอออกไปจากชีวิตพอดี!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการทวงคืนศักดิ์ศรีครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับอดีตสวามีผู้หวนคืน•ตอนที่ 1
หวนคืนจากเถ้าถ่าน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับอดีตสวามีผู้หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
