เสียงสะท้อนของโลหะที่กระทบกันในมิติคู่ขนานไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเกมเสมือนจริงทั่วไป ความสั่นสะเทือนของค้อนเหล็กกล้าที่ส่งผ่านฝ่ามือของผมเข้าไปถึงกระดูกท่อนแขนนั้น มันหนักหน่วงและสมจริงเสียจนบางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า หากนิ้วมือในโลกจริงของผมขยับพลาดไปเพียงมิลลิเมตรเดียว ผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่ใช่แค่ไอเทมพังเสียหาย แต่เป็นความเจ็บปวดร้าวรานที่ระบบประสาทจำลองขึ้นมาหลอกสมองอย่างแนบเนียน
รอยร้าวสีครามเข้มที่กำลังกรีดกรายผ่านอากาศว่างเปล่าข้างเตาหลอม มันไม่ใช่บั๊กของระบบกราฟิก แต่มันคือผลลัพธ์จากการอัดฉีดพลังงานมานาเกินพิกัดลงในเนื้อเหล็กเกรดต่ำ ท่ามกลางเสียงเตือนสีแดงฉานจากหน้าต่างอินเทอร์เฟซที่กะพริบถี่รัวอยู่ริมสายตา
*[คำเตือน: ความร้อนในเตาหลอมเกินขีดจำกัดความปลอดภัยของโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ย่อย!]*
*[คำเตือน: โครงสร้างมิติบริเวณจุดตีเหล็กไม่เสถียร อาจเกิดความเสียหายถาวรต่อพื้นที่รอบข้าง!]*
ผมสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของถ่านหินเวทมนตร์และกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก สมองส่วนตรรกะทำงานอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร หากปล่อยให้รอยร้าวนี้ขยายตัวออกไปอีกเพียงสามเซนติเมตร แรงดันอากาศที่ต่างกันระหว่างมิติจะดึงเอาชิ้นงานทั้งหมดระเบิดเป็นผงธุลี ความพยายามตลอดสามวันที่ผ่านมาในการตีดาบเล่มนี้จะสูญเปล่าทันที
ผมไม่ลังเลที่จะตวัดข้อมือซ้าย คว้าคีมเหล็กหนาหนีบคมดาบที่ยังเรืองแสงสีส้มสว่างจ้า พลิกมุมองศาลงสู่อ่างน้ำยาหล่อเย็นที่มีส่วนผสมของเกลือสมุทรโบราณและเลือดมังกรชั้นต่ำ เสียง "ฟู่—!" ดังสนั่นหวั่นไหว ไอความร้อนสีขาวโพลนพวยพุ่งพรางทัศนียภาพเบื้องหน้าจนมืดมัวชั่วขณะ
ในจังหวะที่ไอน้ำเริ่มจางลง รอยร้าวในอากาศก็ค่อยๆ สมานตัวกลับคืนสู่ความว่างเปล่า เหลือไว้เพียงเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่หลุดรอดจากริมฝีปากของผม
ผมปาดเหงื่อที่ไหลยึดตามกรอบหน้า กวาดสายตามองผลงานชิ้นเอกที่เพิ่งผ่านวิกฤตมาได้หมาดๆ ดาบยาวมือเดียวไร้ชื่อเสียงเรียงนาม สีของมันหม่นหมอง พื้นผิวมีรอยด่างพร้อยจากการควบคุมความร้อนที่ผิดพลาดไปเสี้ยววินาที ในสายตาของพวกนักผจญภัยเลเวลสูงที่เดินขบวนกันอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ ดาบเล่มนี้คงมีค่าไม่ต่างจากเศษขยะที่ถูกเขี่ยทิ้งไว้ข้างถนน มันไม่มีออฟชันเสริม ไม่มีประกายแสงออร่าเวทมนตร์ และที่สำคัญ ค่าพลังโจมตีพื้นฐานของมันยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าสมเพช
"สำหรับคนทั่วไป มันคือเศษเหล็ก... แต่สำหรับคนที่รู้ว่าแรงเสียดทานตรงคมดาบนั้นถูกปรับแต่งมาเพื่อหักล้างแรงต้านของเวทมนตร์ธาตุลม มันคือเครื่องมือชิ้นเดียวในเซิร์ฟเวอร์นี้ที่สามารถเจาะเกราะของโกเลมศิลาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคทาเวท" ผมพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ขณะใช้หินลับคมกวาดผ่านเนื้อเหล็กอย่างประณีตทีละนิด
กร๊อก...
เสียงเปิดประตูไม้สักเก่าแก่ของโรงตีเหล็กดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับกระดิ่งทองเหลืองที่ส่งเสียงกังวานใส มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยในยามที่ลูกค้าทั่วไปเดินเข้ามาหาซื้ออุปกรณ์ซ่อมแซมราคาถูก แต่ในยามวิกาลที่ผู้เล่นส่วนใหญ่แห่กันไปลงดันเจี้ยนระดับสูง การปรากฏตัวของแขกยามวิกาลย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ยังคงก้มหน้าก้มตาใช้หินลับคมเก็บรายละเอียดส่วนโคนดาบต่อด้วยความนิ่งสงบ
"ถ้าคุณกำลังมองหาดาบเลเวลดรอปประดับเพชรพลอยแวววาวเพื่อใส่เดินอวดสาวในลานประลอง เชิญเดินเลี้ยวไปที่ร้านค้าหลวงหัวมุมถนนฝั่งโน้นได้เลยครับ ที่นี่มีแต่เหล็กที่ผ่านการทุบตีด้วยมือและคราบเหงื่อ" ผมเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากคมดาบ สำเนียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนงในฐานะช่างฝีมือ
ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วครู่ ไม่มีเสียงฝีมือเดินย่างก้าวเข้ามาใกล้ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและมั่นคง เสียงนั้นไม่ได้สะท้อนความตื่นตระหนกหรือความเก้อเขินแต่อย่างใด
"ถ้าฉันต้องการดาบประดับเพชร ฉันคงไปร้านของกิลด์รุ่งอรุณแล้วล่ะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดลงท้ายแบบนั้นมาตลอด" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ทุบลงในความเงียบอย่างทรงพลังดังขึ้น "แต่บังเอิญว่า ฉันไม่ได้มองหาเครื่องประดับ ฉันกำลังมองหาเหล็กกล้าที่ใกล้จะหักพังต่างหาก"
ผมชะงักมือที่กำลังถือหินลับคม ดวงตาคมกริบเงยขึ้นสบมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์
ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากเตาหลอม หญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีดำสนิทไร้ลวดลายกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าของเธอเรียบเฉยจนเกือบเย็นชา เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยคลอเคลียไหล่บาง ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่ได้กวาดมองไปที่อาวุธหรูหราที่ผมวางโชว์ไว้บนชั้นวางด้านหน้า แต่กลับจดจ้องตรงมาที่เศษดาบหมองคล้ำเล่มที่เพิ่งผ่านวิกฤตมิติฉีกขาดเมื่อครู่โดยไม่กะพริบตา
เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝีเท้าเบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก สัญชาตญาณนักรบในตัวผมร้องเตือนทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้เล่นสายเวททั่วไป ค่าสถานะความว่องไวของเธอน่าจะอยู่ในระดับที่น่ากลัว แม้ภายนอกจะดูเหมือนคนอ่อนแอที่ยืนแทบไม่ไหวก็ตาม
"คุณสังเกตเห็นอะไรในดาบเล่มนั้น?" ผมถามเสียงทุ้มต่ำ วางหินลับคมลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ
ลิน่า—ชื่อที่แสดงอยู่เหนือศีรษะของเธอในกรอบสีเทาจางๆ (ซึ่งเป็นระบบซ่อนสถานะขั้นสูงที่คนทั่วไปไม่เปิดใช้งาน) ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว เธอยื่นมือเรียวขาวราวกับกระเบื้องเคลบแตะลงบนขอบโต๊ะไม้ใกล้กับดาบเล่มนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวหยุดนิ่งห่างจากคมดาบไม่ถึงเซนติเมตรราวกับกำลังวัดระดับคลื่นพลังงานบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น
"ฉันไม่ได้มองเห็น... ฉัน 'คำนวณ' ต่างหาก" เธอกล่าวตอบ เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ยากจะหาใครเทียบ "ดาบเล่มนี้มีอัตราความหนาแน่นของเนื้อเหล็กที่ไม่สม่ำเสมอ ส่วนปลายหนักกว่าส่วนโคนสามเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามตำราวิชาการตีเหล็กขั้นพื้นฐานถือว่าเป็นความผิดพลาดขั้นร้ายแรงที่จะทำให้ผู้ใช้ข้อมือเคล็ดภายในสามดาบแรก"
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสนใจในตัวแขกแปลกหน้าเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย
"แต่ถ้ามองจากมุมของคนที่เคยผ่านสนามรบระดับท็อปมาแล้ว..." ลิน่าเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพประกายไฟจากเตาหลอม "ความไม่สมดุลสามเปอร์เซ็นต์นั้น ถูกชดเชยด้วยองศาการลับคมที่เอียงทำมุมสิบห้าองศาเข้าหาศูนย์กลาง... มันไม่ใช่ดาบสำหรับฟัน แต่มันคือดาบสำหรับ 'งัดและทำลายล้าง' โครงสร้างข้อต่อของเกราะหนักต่างหาก คุณตั้งใจทำมันขึ้นมาเพื่อรับมือกับพวกอัศวินคลั่งแห่งหอคอยทมิฬใช่ไหมล่ะครับ... เอ่อ หมายถึง ใช่ไหมคะ?" เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดสำเนียงติดปากออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเม้มริมฝีปากบางเบาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยกับความผิดพลาดของตัวเอง
ผมเผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก รอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการตีเหล็กสำเร็จ แต่เกิดจากความทึ่งในความเฉียบแหลมของหญิงสาวตรงหน้า
นี่ไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา คนที่จะมองเห็นความตั้งใจในการออกแบบเชิงกลศาสตร์ฟิสิกส์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความผิดพลาดทางกายภาพของอาวุธได้ในแวบแรก มีเพียงผู้เล่นที่มีเซนส์การวิเคราะห์ระดับมอนสเตอร์ หรือไม่ก็... อดีตโปรเพลเยอร์ระดับท็อปที่ตกอับจากวงการ
"คุณมองออกลึกซึ้งเกินกว่าที่จะมาเดินหาซื้อดาบราคาถูกเพื่อไปเก็บเควสต์ขยะ" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความระแวดระวังแต่ก็แฝงความชื่นชม "แต่ก่อนที่คุณจะวิเคราะห์งานของผมเสร็จ ช่วยตอบคำถามผมสักข้อก่อน... คนที่ดวงตากำลังบอกชัดเจนว่าสูญเสียการประสานงานระหว่างมือกับสายตาอย่างคุณ เอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าเดินเข้ามาในโรงตีเหล็กของช่างที่ขึ้นชื่อเรื่องการขายของไร้ค่า?"
ลมหายใจของลิน่าสะดุดไปเสี้ยววินาที ร่างบางในชุดคลุมสีดำเกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะตัวเองเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ขมขื่นและงดงามในเวลาเดียวกัน
"ก็เพราะว่า... ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วยังไงล่ะคะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีเทาจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของผม "ในเมื่อระบบเกมมันบอกว่าฉัน 'ไร้เซนส์' และไม่สามารถใช้เวทมนตร์โจมตีระยะไกลได้อีกต่อไป ฉันก็คงต้องหาใครสักคนที่พร้อมจะสร้าง 'เหล็กกล้า' ที่มีความด้านทานพอจะให้คนตาบอดคนนี้ใช้เป็นไม้ค้ำยันในการฆ่าบอสใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์... คุณคิน"
ผมถึงกับชะงักค้างชื่อของตัวเองไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาดังๆ แบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว ทั้งๆ ที่ป้ายชื่อเหนือร้านของผมยังไม่ได้ติดประกาศไว้ด้วยซ้ำ
ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเขตการค้าของเมือง ระบบเกมทั้งหมดเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรงจนภาพตรงหน้ากลายเป็นเส้นพิกเซลสีขาวดำชั่วขณะ
*[ประกาศฉุกเฉินจากระบบหลัก: ตรวจพบการบุกรุกของ "ราชันย์โครงกระดูกไร้เงา" บอสลับประจำเขตแดนที่ 4 ออกมาจากรอยแยกมิติโดยไม่ทราบสาเหตุ!]*
*[พื้นที่รอบโรงตีเหล็กถูกจัดเป็นเขตปะทะอันตรายสูงสุด ผู้เล่นทั้งหมดไม่สามารถวาร์ปหนีออกจากพื้นที่ได้]*
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เตาหลอมด้านหลังสั่นระรัว ถ่านหินเวทมนตร์กระเด็นออกมาตกลงบนพื้นพรมจนเกิดกลุ่มควันสีดำทึบ ลิน่าไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับก้มลงคว้าดาบไร้ชื่อเสียงเล่มที่ผมเพิ่งวางไว้บนโต๊ะขึ้นมาถือด้วยมือข้างขวาอย่างมั่นคง แม้ว่าปลายนิ้วของเธอจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม
เธอดึงฮู้ดสีดำคลุมศีรษะลงต่ำ ปรายตามองผมที่ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยแววตาท้าทายที่อ่านไม่ออก
"ดูเหมือนว่าการทดสอบอาวุธชิ้นแรกของเรา จะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ ช่างตีเหล็ก... คุณจะยืนดูอยู่เฉยๆ หรือจะหยิบดาบอีกเล่มแล้ววิ่งตามฉันมา?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคมดาบและเสียงค้อนกระทบเหล็กไปกับผมในตอนนี้นะครับ
ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน•ตอนที่ 2
พบคนแปลกหน้าในโรงตีเหล็ก
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีเหล็กมือหนึ่งกับจอมเวทผู้ไร้เซนส์: ออกล่าดรอปไอเทมในตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!