อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 2

สัญญาณจากห้องแล็บร้าง

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงหวีดร้องของระบบความปลอดภัยระดับ SSS ดังก้องกังวานจนแก้วหูแทบปริแตก แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะ สะท้อนภาพเศษละอองฝุ่นในอากาศให้กลายเป็นฝนประกายเพลิงที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก เร็นก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปลายรองเท้าผ้าใบสะดุดเข้ากับสายเคเบิลระบบระบายความร้อนที่ขาดรุ่งริ่งบนพื้น เขาไม่สนใจความเจ็บข้อเท้าที่แลแปลบขึ้นมา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจดจ้องไปยังร่างของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวทะลุกำแพงม่านพลังงานควอนตัมเข้ามา ความเงียบงันชั่วขณะก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงแผดเสียง หญิงสาวเจ้าของเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนคราบเขม่าควันยืนนิ่งสนิท เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้ลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและดวงตาคู่คมที่พินิจพิเคราะห์เร็นราวกับกำลังคำนวณมวลสารทางฟิสิกส์ ทุกย่างก้าวของเธอดูเยือกเย็น สง่างาม และเปี่ยมด้วยอำนาจบางอย่างที่กดดันให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน "คุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่กู้ภัย... และแน่นอนว่าไม่ใช่พวกโปรแกรมทำลายล้าง" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลังดังขึ้นเหนือเสียงไซเรน เธอกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยโค้ดสีแดงฉาน "รหัสผ่านการเข้าถึงเมื่อครู่... คุณใช้สมการอนุพันธ์อันดับเจ็ดของปลองการ์ดในการแก้ชุดคำสั่งอัคคีภัยสินะครับ... อ้อ ขออภัย ผมติดนิสัยพูดครับ" เธอเอ่ยแก้คำพูดตัวเองเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างนึกสนุก เร็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอัจฉริยะของเขาประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วราวกับชิปเซ็ตประมวลผลความเร็วสูง ผู้หญิงคนนี้... ดร.อีฟ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้เป็นอัจฉริยะเบื้องหลังโครงการ "โคร노ส (Chronos)" ที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่าหายสาบสูญไปพร้อมกับการระเบิดของศูนย์วิจัยควอนตัมเมื่อสามปีก่อน แต่เธอยืนอยู่ตรงนี้ ในห้องแล็บร้างที่ควรจะถูกปิดตาย และที่สำคัญที่สุด... เธอยังมีชีวิตอยู่ "ดร.อีฟ..." เร็นเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า "คุณ... ทำไมถึง..." "คำถามมีมากกว่าเวลาว่างของฉันเสมอครับ, คุณเร็น" ดร.อีฟตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอเดินผ่านหน้าจอโฮโลแกรมที่สั่นไหว ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแผงควบคุมหลักที่มอดไหม้ ทันใดนั้น แสงไฟสีแดงฉานก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณเตือนภัยระดับ SSS เงียบเสียงลง เหลือไว้เพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมสำรองที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เร็นขมวดคิ้วแน่น เขายังคงยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมป้องกันตัว แม้จะตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น "คุณรู้จักชื่อผมได้อย่างไร? และที่สำคัญ ระบบความปลอดภัยระดับ SSS นี้... ถูกตั้งค่าให้ตอบสนองต่อตัวตนของคุณเท่านั้น นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ?" ดร.อีฟหันกลับมาสบตาเขา แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศที่ไม่มีวันสิ้นสุด มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น "มันหมายความว่า... ลูปเวลาที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เดินทางมาถึงจุดตัดที่เปราะบางที่สุดแล้วครับ คุณเร็น คุณคิดว่าตัวเองบังเอิญเข้ามาที่ห้องแล็บนี้งั้นหรือ? คุณคิดว่าสมการที่คุณใช้แก้ปัญหาเมื่อครู่ เป็นสิ่งที่คุณคิดค้นขึ้นมาเองจริงๆ หรือครับ?" คำถามนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ เร็นชะงักไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์นับร้อยครั้งที่วนลูปซ้ำแล้วซ้ำเล่าผุดขึ้นมาในหัว ความทรงจำที่ขาดหาย ความรู้สึกคุ้นเคยในสถานที่แห่งนี้ และสมการที่ไหลทะลักเข้ามาในสมองของเขาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะกดแป้นพิมพ์เสียอีก... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ "คุณหมายความว่า..." เร็นก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว "คุณเป็นคนส่งสัญญาณพวกนั้นมา? คุณคือคนที่ดึงผมเข้ามาในลูปเวลานี้ตั้งแต่วันแรกใช่ไหมครับ?" ดร.อีฟไม่ได้ตอบคำเธอทันที เธอเดินเข้าไปใกล้แผงควบคุมหลักอีกครั้ง ก่อนจะกดชุดคำสั่งยาวเหยียดลงไปด้วยความรวดเร็ว หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ขยายตัวออก เผยให้เห็นกราฟฟังก์ชันความน่าจะเป็นที่กำลังดิ่งลงเหว เส้นกราฟสีแดงตัดผ่านจุดวิกฤตที่ระบุเวลาถอยหลังไว้อย่างชัดเจน *เวลาที่เหลือ: 00:14:59 และกำลังลดลงเรื่อยๆ* "ผมไม่ได้ดึงคุณเข้ามาครับ, เร็น" ดร.อีฟหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่อ่านไม่ออก "แต่เป็น 'ตัวคุณในอนาคต' ต่างหาก... ที่เป็นคนส่งคุณกลับมาที่จุดเริ่มต้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่พวกเราไม่มีวันลบมันออก" ก่อนที่เร็นจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังขึ้นจากใต้พื้นห้องแล็บ แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน แผงควบคุมควอนตัมที่เพิ่งสงบลงกลับมาสั่นระรัวอีกครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ข้อความเตือนภัยสีเลือดจะปรากฏขึ้นพร้อมกันทุกหน้าจอ *WARNING: ANOMALY DETECTED. FOREIGN ALGORITHM OVERRIDING CORE SYSTEM.* *เป้าหมายที่ไม่รู้จักกำลังเข้าใกล้ - ระยะทาง: 50 เมตร... 40 เมตร... 30 เมตร...* ดร.อีฟหุบยิ้มทันที สีหน้าของเธอกลายเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอคว้าแขนเสื้อของเร็นแล้วกระชากให้หลบมาด้านหลังแผงคอนโซลหนา "หมอบลงครับ!" เธอตะโกนสั่ง เสียงของเธอเยือกเย็นและเฉียบขาดต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "มันมาเร็วกว่าที่การคำนวณคาดไว้... และดูเหมือนว่า 'มัน' จะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่" เร็นหมอบราบไปกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว เขาเหลือบมองผ่านช่องว่างของแผงควบคุมไปยังประตูทางเข้าห้องแล็บที่ถูกผนึกด้วยเหล็กกล้าหนาเตอะ ประตูบานนั้นกำลังบุ๋มลงทีละน้อย ราวกับมีมวลสารมหาศาลกำลังบดขยี้มันจากภายนอกด้วยพละกำลังที่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการ และในวินาทีที่ประตูเหล็กกล้าฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่ง ร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นห้องแล็บ พร้อมกับแสงประกายสีม่วงเข้มที่แผ่ออกมาจากดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เร็นจำได้แม่นยำว่าเป็นของ 'ใครบางคน' ที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนี้ --- ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%