อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 9

ลูปที่หนึ่ง: วิกฤตโรงไฟฟ้า

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงคำรามต่ำทุบกระโหลกศีรษะของผมจนสะเทือนไปถึงซี่โครง แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์ทำให้เศษละอองเหล็กจากคานเพดานร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะมรณะ ในห้องควบคุมหลักของโรงไฟฟ้าปฏิกรณ์ควอนตัมเซาท์ดิวิชัน อุณหภูมิอากาศพุ่งทะยานจนทะลุห้าสิบห้าองศาเซลเซียส ผิวหนังของผมชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อที่ระเหยกลายเป็นไอแทบจะในทันที หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนรหัสวิกฤต *‘CORE_MELTDOWN_IMMINENT: 03:42’* เวลาสามนาทีสี่สิบสองวินาที... นั่นคือช่องว่างระหว่างความเป็นและความตายที่เหลืออยู่ของพวกเราในลูปที่หนึ่งนี้ "เร็น! อัลกอริทึมการกระจายความร้อนล้มเหลว ค่าความหนาแน่นของพลาสมาในห้องเครื่องยนต์ที่สามเกินลิมิตโครงสร้างโมเลกุลแล้ว!" เสียงของ ดร.อีฟ ดังฝ่าเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องจักร เธอไม่ได้หันมามองผมด้วยซ้ำ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองชุดข้อมูลนับล้านบรรทัดที่ไหลทะลักผ่านม่านตาเทียมอย่างรวดเร็ว ปอยผมสีเงินยวงที่มักจะรวบไว้อย่างเรียบร้อยบัดนี้หลุดลุ่ยเปียกชื้นแนบข้างแก้มขาวซีด ทว่ามือเรียวยังคงรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดแสงอย่างแม่นยำไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ผมกัดฟันกรอด รสเค็มปร่าของเลือดแปลบปลาบในโพรงปากจากการเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงสุด คำนวณความน่าจะเป็นของเส้นทางรอดที่แทบจะเป็นศูนย์ นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... นี่คือกับดักที่ถูกฝังไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเราเหยียบย่างเข้ามาในตึกนี้ *ถ้าแก้สมการด้วยวิธีปกติ แรงดันไอจะระเบิดห้องควบคุมภายในสิบวินาที แต่ถ้าตัดวงจรจ่ายไฟสำรอง โรงไฟฟ้าทั้งเมืองจะดับมืด และระบบป้องกันภัยอัตโนมัติจะลบตัวตนของเราออกจากไทม์ไลน์ในฐานะผู้บุกรุก* "อาจารย์ครับ ถอดรหัสโปรโตคอลชั้นที่เจ็ดออกเดี๋ยวนี้!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงไซเรนแหลมสูงที่เจาะแก้วหู "นายบ้าหรือไง เร็น! นั่นหมายถึงการปลดล็อกการควบคุมแกนกลางด้วยมือเปล่า รังสีความร้อนจะหลอมละลายกระดูกนายก่อนที่จะได้กดปุ่มยืนยันซะอีก!" ดร.อีฟหันขวับมาตวาด น้ำเสียงเยือกเย็นที่เคยมีบัดนี้เจือแววตื่นตระหนกอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอยื่นมือเรียวหมายจะคว้าแขนผมไว้ ผมปรายตามองเธอ แววตาของผมสงบนิ่งสวนทางกับหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก ความกลัวการสูญเสียที่คอยกัดกินจิตใจมาตลอดถูกปัดกวาดให้พ้นทางด้วยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดและภารกิจที่ต้องปกป้องทุกคน "ผมไม่ได้บ้าครับ... ผมแค่เชื่อในสมการที่อาจารย์สอนต่างหาก" ผมยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ฝืนที่สุดในชีวิต "จำได้ไหมครับที่เราเคยคุยกันว่า... บางครั้งความน่าจะเป็นที่ต่ำที่สุด ก็คือปาฏิหาริย์ที่คำนวณได้จริง" ไม่รอให้เธอได้ทักท้วง ผมพุ่งตัวเข้าหาแผงควบคุมหลัก ปลดล็อกเซฟتيล็อคด้วยการกระแทกฝ่ามือลงบนสแกนเนอร์ชีวมิติ เลือดสดๆ จากรอยแผลที่ฝ่ามือเปื้อนเปรอะหน้าจอสัมผัสทันที เสียงระบบตอบรับดังขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวา *‘Biometric Confirmed. Warning: User will experience thermal degradation.’* ความเจ็บปวดแผดเผาแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงหัวไหล่ ราวกับถูกจุ่มลงในเตาหลอมโลหะ ร่างกายของผมสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ รัศมีรังสีความร้อนแผ่พุ่งออกมาจากช่องระบายอากาศเบื้องล่างจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่น "เร็น!" เสียงอุทานของ ดร.อีฟขาดห้วงไปเมื่อแรงระเบิดลูกแรกสั่นสะเทือนพื้นห้องจนเราเซถลา เธอไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้ามาใช้ตัวกระแทกแผงควบคุมเคียงข้างผม มือเรียวของเธอวางทับลงบนมือที่ชุ่มเลือดของผม รสชาติความร้อนแผดเผาผิวเนื้อของเธอเช่นกัน แต่หญิงสาวกลับเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงร้องสักแอะ "เราจะทำมัน... ไปด้วยกัน" เธอพูดลอดไรฟัน ดวงตาสفิงซ์คู่นั้นสะท้อนภาพเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่กำลังลุกโชน ด้วยพลังประสานของสมองกลและมนุษย์ ปลายนิ้วของเราทั้งคู่กดลงบนปุ่มเอ็นเตอร์พร้อมกัน อัลกอริทึมสุดท้าย—โค้ดลับที่ถอดรหัสมาจากความทรงจำในลูปศูนย์—ถูกฉีดเข้าสู่แกนกลางของปฏิกรณ์เหมือนวัคซีนขนานสุดท้ายที่ฉีดเข้าสู่หัวใจของผู้ป่วยโคม่า เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องจักรสะท้อนวูบหนึ่ง... ก่อนจะเงียบกริบลงราวกับถูกตัดสวิตช์ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องควบคุมทันix มีเพียงเสียงหอบหายใจรุนแรงของผมและ ดร.อีฟที่ดังสะท้อนก้อง ไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นคอนกรีต ร่างของผมทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นท่ามกลางคราบเขม่าควัน แขนขวาชาด้านไร้ความรู้สึก ผิวหนังไหม้เกรียมจนส่งกลิ่นจางๆ ดร.อีฟทรุดตัวลงคุกเข่าเคียงข้างเธอรีบดึงมือผมขึ้นมาตรวจเช็กอาการด้วยมือที่สั่นเทา แววตานิ่งสงบของนักวิทยาศาสตร์ผู้เยือกเย็นพังทลายลง เหลือเพียงความห่วงใยระคนโล่งอกที่ฉายชัดในหน่วยตา "นาย... นายมันเด็กดื้อจริงๆ เร็น" เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะดึงร่างผมเข้าไปโอบกอดไว้แน่น ไออุ่นจากตัวเธอช่วยบรรเทาความหนAาวเหน็บจากพิษแผลได้เป็นอย่างดี "ภารกิจ... สำเร็จแล้วนะครับอาจารย์" ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มโล่งใจปรากฏบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังจะจางหายไป หน้าจอโฮโลแกรมที่ดับสนิทไปแล้วกลับสว่างวาบขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยแสงสีม่วงเข้มผิดคาด เสียงแจ้งเตือนระบบไม่ได้รายงานสถานะปกติเหมือนทุกครั้งที่ควรจะเป็น *‘System Alert: Anomalous Code Detected. Third-Party Intervention Confirmed.’* ดร.อีฟผละออกจากอ้อมกอดทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นซีดเผือดสนิท ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนแกนพลังงานจะระเบิดเสียอีก บนหน้าจอหลัก ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงเลือดนกสลักขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ... เป็นประโยคที่ไม่มีใครเคยเขียนมันขึ้นมาในอัลกอริทึมของสถาบัน *‘ยินดีต้อนรับสู่ลูปที่หนึ่ง... เจ้าหนูนักคำนวณ และขอบใจที่เปิดประตูให้ฉันนะ’* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกตายสนิท... พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นความมืดออกมาสบตากับพวกเรา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าวิกฤตความร้อนระอุไปพร้อมกับเร็นและ ดร.อีฟ ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%