อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 11

บทเรียนจากความล้มเหลว

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เศษเสี้ยวของหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่แตกละเอียด สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของเร็น มันไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรีบูตระบบ หรือการป้อนชุดคำสั่งทางคณิตศาสตร์แบบเดิมลงไปอีกครั้ง ตัวเลขความน่าจะเป็นที่เคยคำนวณไว้ว่ามีความแม่นยำสูงถึงเก้า puluh เก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ บัดนี้กลับดิ่งวูบลงสู่ศูนย์ในชั่วพริบตา ราวกับจักรวาลกำลังหัวเราะเยาะความมั่นใจอันเปราะบางของเด็กหนุ่มผู้ยึดติดอยู่กับสูตรสำเร็จ กลิ่นอายของโอโซนผสมผสานกับความร้อนจากแผงระบายความร้อนของเครื่องคำนวณควอนตัมลอยอบอวลอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดิน ดร.อีฟยืนกอดอกพิงผนังโลหะสีเงินยวง ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองเด็กหนุ่มผู้กำลังนั่งนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเรียวยาวของเธาะเคาะเบาๆ กับข้อศอก เป็นจังหวะที่เรียบเรื่อย ทว่าสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศรอบตัว "สูตรคำนวณของเธอไร้ที่ติ เร็น..." เสียงนุ่มนวลแต่เยือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ตัวแปรทุกตัวถูกแทนค่าด้วยความแม่นยำระดับทศนิยมตำแหน่งที่สิบสอง แต่ทว่า... มันกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า" เร็นเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความรู้สึกคับแค้นใจผสมผสานกับความกลัวที่ลึกที่สุดในจิตใจกำลังกัดกินความมั่นใจของเขา การสูญเสียการควบคุมในลูปเวลาก่อนหน้านี้ยังคงตามหลอกหลอน และเขาก็พยายามสร้าง 'สูตรที่สมบูรณ์แบบ' ขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นซ้ำรอย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความพินาศที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม "ผมใช้สมการการกระจายตัวของพลังงานควอนตัมตามทฤษฎีบทของท่าน... ทุกอย่างควรจะปิดรอยแยกของมิติได้สิครับ" เร็นเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขามีความสั่นเครือเล็กน้อยที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความสุขุม "เพราะเธอมัวแต่มองหาคำตอบจากตัวเลขยังไงล่ะ" ดร.อีฟถอนหายใจเบาๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน แล้วยื่นมือเรียวไปปิดหน้าจอโฮโลแกรมที่กำลังกระพริบเตือนสีแดงฉานจนมันมืดสนิท "เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง และจักรวาลก็ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสมการคณิตศาสตร์ที่ตายตัว สิ่งที่เธอพยายามทำอยู่ มันคือการบังคับให้ความจริงเข้ารูปเข้ารอยตามจินตนาการของเธอต่างหาก" ความมืดที่เกิดขึ้นบนหน้าจอสะท้อนใบหน้าของเร็นให้เห็นอย่างชัดเจน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและความเหนื่อยล้า เขาตระหนักได้ในเสี้ยววินատีนั้นเองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากำลังวิ่งหนีความจริงที่ว่า 'ความไม่แน่นอน' คือแก่นแท้ของกาลเวลา การที่เขาพยายามควบคุมทุกอย่างด้วยสูตรคำนวณ ก็ไม่ต่างอะไรกับการพยายามขังสายลมไว้ในกำมือ ยิ่งกำแน่นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหลุดลอยหายไปเร็วขึ้นเท่านั้น เด็กหนุ่มหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบซึมซับเข้าสู่ความคิด เขาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดที่สะสมมานานออกไปทีละน้อย ภาพเหตุการณ์ในลูปเวลาต่างๆ ที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว ไม่ใช่ในฐานะของตัวเลขที่ต้องแก้โจทย์ แต่เป็นในฐานะของ 'ประสบการณ์' ที่เขาเคยละเลย "ผมเข้าใจแล้วครับ..." เร็นลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดกลัว บัดนี้กลับมีความนิ่งสงบและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม "การพึ่งพาสูตรคำนวณ ก็เหมือนกับการปิดตาข้างหนึ่งเดินหน้า... เรามองเห็นเฉพาะสิ่งที่เราอยากเห็น แต่กลับมองไม่เห็นทางแยกที่แท้จริง" ดร.อีฟแย้มยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจจางๆ "ดีมาก ที่เธอตระหนักได้เร็วกว่าลูปที่แล้ว" อาจารย์สาวกล่าวพร้อมกับหมุนตัวกลับไปที่แผงควบคุมหลัก "ในเมื่อทฤษฎีตายตัวใช้ไม่ได้ผล เราก็ต้องใช้สิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า... สัญชาตญาณและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีของมนุษย์" ทันใดนั้น เสียงเตือนทุ้มต่ำระดับวิกฤตก็ดังขึ้นก้องไปทั่วห้องปฏิบัติการ พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนเบาๆ แรงโน้มถ่วงรอบตัวแปรปรวนจนเส้นผมของทั้งสองคนลอยเคว้ง แสงไฟฉุกเฉินสีเหลืองอำพันเริ่มกะพริบถี่ขึ้น บ่งบอกว่ารอยแยกของมตรีกาลกำลังขยายตัวเร็วกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าถึงสามเท่า หน้าจอโฮโลแกรมหลักดีดตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีใครสั่งการ แต่มันไม่ใช่ตัวเลขสมการแบบเดิมอีกต่อไป มันคือแผนผังโครงสร้างของสถาปัตยกรรมกาลเวลาที่กำลังพังทลายลง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ **[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับ SSS - แกนกลางเวลาหลักกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตการยุบตัว]** **[เงื่อนไขภารกิจ: ปลดล็อกสิทธิ์การควบคุมแบบ Manual ภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นลูปเวลาทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตอย่างถาวรและความทรงจำจะถูกลบเลือน]** เร็นมองหน้าจอด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขารู้ดีว่าครั้งนี้ไม่มีสูตรสำเร็จใดๆ ให้ใช้อีกต่อไป มีเพียงสติปัญญาและสองมือของเขาเองที่จะต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินหน้า ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนที่ดังระรัวจนแทบกลบเสียงหายใจ ดร.อีฟไม่ได้ขยับตัวเข้าไปช่วยเธอทำเพียงแค่ยืนมองนิ่งๆ ราวกับจะบอกว่านี่คือบททดสอบสุดท้ายที่เขาต้องก้าวผ่านด้วยตัวเอง นิ้วมือของเร็นวางลงบนแผงควบคุมสัมผัสที่เย็นเฉียบของโลหะให้ความรู้สึกแน่วแน่ เขาสูดหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรอยแยกของมิติที่กำลังฉีกขาดออกตรงหน้า พร้อมกับเงาร่างอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่ก้าวทะลุผ่านความมืดมิดออกมาจากใจกลางความโกลาหลนั้น... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเร็นในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%