เสียงคำรามของฮาร์ดไดรฟ์ควอนตัมรุ่นโบราณดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินที่ถูกทิ้งร้าง แรงสั่นสะเทือนระดับความถี่ต่ำทำให้ฝุ่นละอองที่เกาะตัวหนาตามชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะสีเทา หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าซีดนับร้อยจอฉายกราฟความน่าจะเป็นที่กำลังดิ่งพสุธáลงสู่เลขศูนย์อย่างพร้อมเพรียง
“เร็น! ความหนาแน่นของสนามพลังงานในลูปเวลาลดลงต่ำกว่าร้อยละสิบแล้ว ถ้าเรายังไม่สามารถซิงโครไนซ์ตัวต้นแบบเข้ากับอัลกอริทึมหลักได้ ทุกสิ่งในไทม์ไลน์นี้จะถูกบีบอัดจนกลายเป็นผงธุลีควอนตัมภายในสามนาทีนี้แน่นอนครับ!”
เสียงของดร.อีฟตึงเครียดและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ แม้ใบหน้าอันงดงามของเธอจะยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้ แต่นัยน์ตาสีไพลินคู่สวยนั้นกลับสะท้อนภาพของเส้นกราฟสีแดงฉานที่กำลังกะพริบเตือนภัยวิกฤต เธอใช้มือข้างหนึ่งประคองแผงควบคุมหลักที่มีประกายไฟแลบแปล๊บปลาบ ขณะที่อีกมือพยายามปัดป้อนโค้ดชุดสุดท้ายเพื่อตรึงสถิติความเสถียรของกาลเวลาเอาไว้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
ผม—เร็น—ยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นกระจกนิรภัยที่บรรจุร่างของ "ต้นแบบ" ที่พวกเราตามหากันมาตลอดข้ามภพข้ามชาติ แสงไฟสีขาวนวลจากแคปซูลส่องกระทบใบหน้าของเด็กสาวผู้หลับใหลอยู่ภายใน เปลือกตาของเธอปิดสนิท ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มราวกับกำลังฝันถึงเรื่องราวในโลกที่สงบสุข ปราศจากสงครามแห่งกาลเวลา
*“พบตัวแล้ว... ต้นแบบที่หลงเหลืออยู่”*
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของผม มันไม่ใช่เสียงของระบบ แต่เป็นเสียงของหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตระหนักรู้ว่า นี่คือโอกาสสุดท้าย... โอกาสเดียวที่จะหยุดยั้งวัฏจักรแห่งการทำลายล้างที่วนลูปซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากว่าพันครั้ง
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ฃเพื่อเรียกสติและความนิ่งสงบกลับคืนมา นิ้วมือทั้งสิบบนถุงมือคอมพิวเตอร์ควอนตัมขยับรัวเร็วบนแป้นพิมพ์แสง ความรู้ทางคณิตศาสตร์และทฤษฎีความน่าจะเป็นทั้งหมดที่ผมร่ำเรียนและขัดเกลามาตลอดการเดินทางถูกดึงออกมาใช้จนถึงขีดสุด สมองของผมประมวลผลอัลกอริทึมขั้นสูงเพื่อคำนวณหาจุดตัดของไทม์ไลน์ที่ความน่าจะเป็นทุกอย่างสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้
“อาจารย์ครับ ผมกำลังรวมความน่าจะเป็นของลูปที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่ เข้ากับลูปปัจจุบัน... หากอัตราการไหลของข้อมูลเสถียรพอ เราจะสามารถสร้าง ‘จุดเอกฐาน’ (Singularity) ขึ้นมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกจากการล่มสลายได้ครับ” ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผมและแผ่นหลังจะเปียกชุ่มไปด้วยความกดดัน
“มันเสี่ยงเกินไปนะเร็น!” ดร.อีฟหันมามองด้วยแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นชุดคำสั่งที่ผมกำลังรัน “การรวมความน่าจะเป็นของลูปที่เคยล้มเหลวเข้าด้วยกัน จะสร้างภาระมหาศาลให้กับจิตใต้สำคุณของเธอ ร่างกายและจิตวิญญาณของเธออาจจะแตกสลายก่อนที่อัลกอริทึมจะทำงานเสร็จสมบูรณ์นะ!”
“ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับอาจารย์” ผมหันไปสบตากับเธอ แววตาของผมเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่ไร้ซึ่งความลังเล “ถ้าเราไม่เดิมพันด้วยวิธีนี้ ทุกชีวิตในไทม์ไลน์นี้รวมถึงตัวพวกเราเองก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย... ผมไม่อยอมให้มันจบแบบนั้นหรอกครับ”
ดร.อีฟนิ่งเงงไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดง เธอก็ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในตัวผมเสมอ
“เข้าใจแล้ว... ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นคนสนับสนุนแนวป้องกันพลังงานด้านหลังให้เอง ทำให้เต็มที่เลยนะ เร็น”
เมื่อได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ ความกลัวที่เคยเกาะกินลึกอยู่ในใจของผมก็มลายหายไปสิ้น ผมหันกลับมามองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าอีกครั้ง รหัสคำสั่งนับล้านบรรทัดไหลผ่านนัยน์ตาของผมราวกับสายน้ำแห่งตัวเลข ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อคำนวณพบว่า ความน่าจะเป็นทุกอย่างกำลังเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างช้าๆ ดั่งแม่น้ำร้อยสายที่ไหลมารวมกัน ณ มหาสมุทรแห่งกาลเวลา
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบหลักดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักร แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเตือนภัยสีแดงธรรมดา หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม พร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
**[ระบบตรวจพบการบรรจบกันของความน่าจะเป็นทุกรูปแบบ]**
**[กำลังเริ่มกระบวนการ: “อัลกอริทึมสุดท้าย - The Final Convergence”]**
**[คำเตือน: ตรวจพบพลังงานจิตวิญญาณระดับ SSS กำลังเชื่อมต่อผ่านตัวตนของต้นแบบ...]**
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าสีขาวบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากแคปซูลของต้นแบบ แรงดันมหาศาลกดทับร่างของผมจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แรงโน้มถ่วงรอบตัวแปรปรวนอย่างรุนแรงจนเศษเหล็กและฝุ่นผงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทว่าในท่ามกลางความโกลาหลนั้น ผมกลับมองเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตซ้อนทับกันราวกับกระจกเงาที่สะท้อนไม่รู้จบ
ร่างของเด็กสาวในแคปซูลค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีทองประกายของเธอลึกล้ำและทรงพลังเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะหยั่งถึง เธอมองตรงมาที่ผมผ่านกระจกใสที่กำลังร้าวราน ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะขยับกล่าวคำพูดไร้เสียงออกมาว่า...
*“ขอบคุณที่ตามหาฉันจนเจอ... ผู้พิทักษ์”*
ทว่า ในวินาทีที่ความน่าจะเป็นทุกอย่างกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ หน้าจอระบบหลักทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ เสียงเตือนภัยทุกลูปเงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่ง ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาจากความมืดมิดของอุโมงค์เซิร์ฟเวอร์ชั้นลึก... ฝีเท้าของบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่ในผังคำนวณความน่าจะเป็นใดๆ เลยแม้แต่ลูปเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เร็นกับอาจารย์อีฟมาจนถึงบทนี้นะครับ
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 30
แสงสุดท้ายก่อนสูญสิ้น
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!