อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา•ตอนที่ 22

ทางเลือกที่ไม่มีใครอยากเลือก

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงสัญญาณเตือนความถี่ต่ำระดับแปดสิบเฮิรตซ์ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในแก้วหู มันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรกลในห้องปฏิบัติการทั่วไป แต่เป็นเสียงสั่นพ้องของโครงสร้างเวลาที่กำลังแตกร้าวราวกับกระจกบางๆ ที่โดนค้อนทุบ "นายคำนวณความน่าจะเป็นพลาดไปสามจุดสองเปอร์เซ็นต์นะ เร็น" น้ำเสียงของดร.อีฟราบเรียบและเย็นเยียบจนน่าใจหาย เธอไม่ได้หันกลับมามอง ขณะที่เรียวปลายนิ้วเรียวยาวกำลังรัวพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมสีครามที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ เบื้องหน้าของเธอคือประตูมิติขนาดมหักษระที่กำลังหมุนวนด้วยอนุภาคควอนตัมความหนาแน่นสูง มันคือทางออกเดียวที่จะนำพาทั้งคู่ออกไปจาก "ลูปที่หนึ่งร้อย" นี้ได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายกลับไม่ใช่พลังงาน หรือหน่วยความจำของระบบ... แต่มันคือชีวิตของผู้ควบคุม เร็นก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายรองเท้าของเขาชนเข้ากับเศษซากของฮาร์ดไดรฟ์ที่แตกกระจาย ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงราวกับสมการคณิตศาสตร์ที่ไม่มีวันแก้ตก เขากวาดสายตามองหน้าจอสถานะสีแดงฉานที่กระพริบเตือนถี่ๆ บนข้อมือ [คำเตือน: ตรวจพบความเสียหายของสถาปัตยกรรมกาลเวลา เกณฑ์ความเสถียรลดลงต่ำกว่าขีดจำกัดปลอดภัย] [เงื่อนไขการหลบหนี: จำเป็นต้องมี "ตัวตนสังเกตการณ์" หนึ่งเดียวทำหน้าที่ปิดกั้นเกตเวย์จากภายใน] "ผมไม่ยอมให้มันจบแบบนี้หรอกครับ อาจารย์!" เร็นพยายามก้าวเข้าไปหาเธอ ทว่าพลังงานสนามแม่เหล็กที่แผ่ออกมาจากประตูมิติกกลับผลักร่างของเขาให้กระเด็นถอยหลังด้วยแรงมหาศาล "เราทดลองมาตั้งหนึ่งร้อยครั้ง เราคำนวณทุกตัวแปรอย่างรอบคอบแล้ว ทำไม...ทำไมผลลัพธ์สุดท้ายถึงยังคงบังคับให้ต้องมีใครสักคนถูกลบหายไปจากไทม์ไลน์ล่ะครับ!" ดร.อีฟหยุดมือ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ลมหายใจของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงคำรามของเกตเวย์ แววตาหลังกรอบแว่นไร้กรอบคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนลึกซึ้งที่เร็นไม่เคยได้เห็นมาก่อนตลอดการเดินทางอันยาวนานนี้ "เพราะคณิตศาสตร์ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับความรู้สึกยังไงล่ะ เร็น" เธอระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เจือความเศร้าสร้อยแต่ทว่าสง่างาม "ในสมการ... ตัวแปรทุกตัวมีค่าเท่าเทียมกัน แต่ในความเป็นจริง การที่พวกเราจะก้าวไปสู่อนาคตได้ จำเป็นต้องมีตัวแปรที่ยอมเสียสละเพื่อรักษาความสมดุลของจักรวาล และในลูปนี้... หน้าที่นั้นตกเป็นของฉัน" "ไม่! อาจารย์ก็รู้ว่าถ้าไม่มีอาจารย์ อัลกอริทึมสุดท้ายจะทำงานต่อไม่ได้!" เร็นตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของระบบ ความรู้สึกกลัวการสูญเสียที่เขาพยายามกด เก็บไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมมาตลอดพรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น ขอบตาร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก "เรายังมีเวลาเหลืออีกสิบวินาที! ให้ผมลองเขียนโปรแกรมแก้ไขโค้ดใหม่ ผมทำได้ ผมคำนวณมาหมดแล้ว!" "มันสายเกินไปแล้วล่ะ... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" ดร.อีฟกดปุ่มยืนยันคำสั่งหลัก (Master Override) แสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งทะยานจากแผงควบคุมขึ้นสู่เพดานห้อง เกิดเป็นตาข่ายพลังงานแสงควอนตัมที่พันธนาการร่างของเธอเอาไว้กับเสาหลักของเกตเวย์ ร่างกายของเธอบางเบาราวกับกลุ่มควันสีขาวที่ค่อยๆ เลือนรางลงทีละน้อย "อาจารย์!" เร็นพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของเธอไว้สุดแรง แม้ว่าสนามพลังงานจะแผดเผาผิวหนังของเขาจนเกิดรอยแผลไหม้สีแดงฉานและความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วกระดูก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ "ผมขอร้อง... กลับไปด้วยกันเถอะครับ เราสัญญาว่าจะสร้างอนาคตใหม่ด้วยกันไม่ใช่เหรอครับ!" ดร.อีฟก้มมองมือของเด็กหนุ่มที่กำข้อมือเธอไว้แน่น เธอไม่ได้สะบัดออก แต่ใช้มืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระวางลงบนกลุ่มผมของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและคุ้นเคยเหมือนในวันที่เขาเพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ทฤษฎีควอนตัมกับเธอเป็นวันแรก "จำไว้นะ เร็น... ชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การรอดชีวิตไปพร้อมกับทุกสิ่ง แต่คือการรู้ว่าเราปกป้องอะไรไว้บ้างในวินาทีสุดท้าย" เธอแย้มยิ้มทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย "หน้าที่ของฉันในฐานะสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลาสิ้นสุดลงแล้ว... แต่หน้าที่ของเธอในฐานะผู้เขียนอัลกอริทึมสุดท้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น จงมีชีวิตอยู่ต่อไป... เพื่ออนาคตที่ฉันไม่มีโอกาสได้เห็น" "อาจารย์—!" สิ้นเสียงเรียกอันสิ้นหวัง ดร.อีฟออกแรงผลักร่างของเร็นหลุดกระเด็นออกนอกรัศมีของเกตเวย์ไปพร้อมกับระลอกคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ แสงสีขาวโพลนสว่างวาบจนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องทดลองให้หายลับไปในพริบตาเดียว ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเร็นที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ เขานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน มือขวายังคงกำอากาศว่างเปล่าไว้แน่น ราวกับว่าความอบอุ่นจากข้อมือของเธอยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นโลหะ สะท้อนภาพเศษซากความพินาศรอบตัว ไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญ มีเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึกที่กัดกินหัวใจของเด็กหนุ่มผู้เหลือรอด ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกือบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองอร่ามที่เร็นไม่เคยเห็นมาก่อนในระบบ ก็พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบแต่ทรงพลัง [ตรวจพบการถ่ายโอนข้อมูลจิตสำนึกระดับสูงสุดสำเร็จ...] [ระบบอัลกอริทึมสุดท้ายได้รับการปลดล็อก สมบูรณ์ 100%] [ยินดีต้อนรับ "สถาปนิกคนใหม่" สู่จุดเริ่มต้นของเวลาจริง... เร็น] [คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากตัวตนปริศนาที่อยู่นอกเหนือลูปเวลา กำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดปัจจุบันของคุณ... ภายใน 3... 2...] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงข้างตัวละครมาจนถึงบทนี้นะครับ --- ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้พิทักษ์กาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%