"ถ้าคุณยังพยายามจะถอดหัวโขนของ 'นักบริหารผู้ไร้ที่ติ' ออกไม่ได้ กวิน... ต่อให้เราคุยกันอีกกี่ร้อยชั่วโมง คุณก็ทำได้แค่ยืนมองประตูที่ล็อคอยู่จากข้างนอกเท่านั้นค่ะ"
เสียงของอาจารย์รินราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความพยายามของกวินที่กำลังจะพูดแก้ตัว กวินชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบแก้วกาแฟบนโต๊ะให้ตรงตำแหน่งเดิมเป๊ะๆ เขาไม่ได้ทำไปโดยรู้ตัว แต่มันคือสัญชาตญาณของการควบคุมที่ฝังรากลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ
เขาวางแก้วกาแฟลงแล้วถอนหายใจยาว พิงหลังพิงเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องทำงานที่เงียบสงัดของอาจารย์ริน แสงไฟสีส้มนวลสลัวทำให้เงาของเขาบนกำแพงดูโดดเดี่ยวและขยายใหญ่ขึ้นจนน่าประหลาด
"ผมแค่รู้สึกว่า... ถ้าผมไม่คุมทุกอย่างให้เป็นระเบียบ ชีวิตมันก็จะพังทลายลงเหมือนตอนนั้นครับ อาจารย์" กวินเว้นวรรค สายตามองผ่านกระจกออกไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในความมืด "ความผิดพลาดคือสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ และผมคิดว่าการตระหนักรู้ของผมมันดีพอแล้ว ผมรู้ว่าผมเครียด ผมรู้ว่าผมกำลังเหนื่อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมหยุดเดิน"
อาจารย์รินขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเธอทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้กวินต้องละสายตาจากกระจกกลับมาสบตาเธอ
"การตระหนักรู้ไม่ใช่แค่การรู้ว่าตัวเอง 'กำลังรู้สึกอย่างไร' แต่คือการรู้ว่า 'ตัวตนที่แท้จริงของคุณคือใคร' เมื่อปราศจากความสำเร็จ ความคาดหวังของสังคม และความกลัวที่ว่าคุณจะเป็นคนล้มเหลว" เธอหยุดจังหวะ "กวินคะ ลองตอบฉันมาตรงๆ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีใครเรียกคุณว่านักบริหารมือทอง ไม่มีตำแหน่งงานที่ต้องรักษา ไม่มีภาพลักษณ์ที่ต้องแบกรับ... คุณยังเหลืออะไรให้คนอื่นรัก หรือแม้แต่ให้ตัวคุณเองภูมิใจบ้าง?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในผืนน้ำที่นิ่งสนิทของใจกวิน เกิดระลอกคลื่นแห่งความสับสนซัดสาดจนเขาพูดไม่ออก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ความเงียบเริ่มทำงานของมันอย่างโหดร้าย มันบีบให้เขาทบทวนชีวิตที่ผ่านมา 30 กว่าปี กวินหลับตาลง ภาพของเอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะ เสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุดหย่อน ความภูมิใจในคำชมของผู้ถือหุ้น... ทั้งหมดนั้นเริ่มดูพร่าเลือนเหมือนสีที่ถูกน้ำฝนชะล้าง
"ผม... ไม่รู้ครับ" กวินตอบเสียงแผ่ว "ผมนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ผมคือใคร"
"นั่นไงคะ คือปัญหา" อาจารย์รินผ่อนน้ำเสียงลง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน "คุณสร้างบ้านที่หรูหราไว้บนยอดเขาที่ไม่มีรากฐานลึกพอจะยึดเกาะ จิตวิญญาณของคุณถูกกลบด้วยค่านิยมของคนอื่นมานานเกินไปแล้วค่ะ การตระหนักรู้ไม่ใช่การสะสมความรู้ทางโลก แต่มันคือการถอยหลังกลับไปหา 'เด็กชายกวิน' คนที่เคยหัวเราะได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล คนที่เคยมีความสุขกับแค่การได้มองดูท้องฟ้าโดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาผ่านไปกี่นาที"
เธอยื่นกระดาษแผ่นเปล่าและปากกามาให้เขา
"เขียนชื่อตัวเองลงไปในกระดาษ แล้วขีดฆ่าทุกอย่างที่คุณนิยามตัวเองว่า 'ต้องมี' หรือ 'ต้องเป็น' ออกไปให้หมด จนกว่าจะเหลือแค่... คุณ"
กวินหยิบปากกา มือของเขาสั่นเล็กน้อย เขาเขียนคำว่า 'นักบริหาร' แล้วขีดฆ่าทิ้ง เขียน 'ลูกชายที่แม่ภูมิใจ' แล้วขีดฆ่าทิ้ง เขียน 'คนที่สมบูรณ์แบบ' แล้วขีดฆ่าทิ้ง จนกระทั่งหน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยหมึกหนาทึบ ความว่างเปล่าเริ่มกัดกินหัวใจของเขา มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เลวร้าย แต่มันเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เหมือนการยืนอยู่บนหน้าผาที่มองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง
"มันน่ากลัวใช่ไหมคะ?" อาจารย์รินถามเบาๆ
"ครับ... มันเหมือนผมกำลังหายไป" กวินตอบพลางวางปากกาลง มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "เหมือนตัวตนของผมกำลังละลายหายไปกับรอยหมึกพวกนี้"
"สิ่งที่ละลายไปนั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคุณหรอกค่ะกวิน แต่มันคือ 'อัตตา' หรือเปลือกนอกที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกที่โหดร้ายต่างหาก เมื่อเปลือกแตกออก สิ่งที่เหลืออยู่ภายใต้ความกลัวนี้แหละ คือที่ที่คุณจะเริ่มพบกับคำว่า 'จิตวิญญาณ' จริงๆ"
อาจารย์รินลุกขึ้นเดินไปที่ตู้หนังสือเก่าแก่ หยิบสมุดบันทึกปกหนังที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาหนึ่งเล่ม เธอวางมันลงตรงหน้ากวิน
"นี่คือบันทึกของคนที่เคยหลงทางเหมือนคุณ... ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า นี่คือสิ่งที่คนคนนั้นเขียนไว้ก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไปจากชีวิตของฉันเมื่อสิบปีก่อน"
กวินมองสมุดเล่มนั้นด้วยความฉงน "คนคนนี้คือใครครับ?"
อาจารย์รินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสงบดังเดิม "เขาเป็นคนที่ฉันเคยคิดว่าฉันสามารถช่วยได้ด้วยการให้ความรู้ แต่ฉันคิดผิด... เพราะแท้จริงแล้ว เขาต่างหากที่สอนให้ฉันรู้ว่า การตระหนักรู้ที่ปราศจากการยอมรับความจริงที่เจ็บปวด คือกับดักที่อันตรายที่สุด"
กวินเอื้อมมือไปแตะปกสมุดเล่มนั้น ความเย็นเยียบของมันส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจราวกับกระแสไฟฟ้า เมื่อเขากำลังจะเปิดหน้าแรกออก เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบในห้องอย่างรุนแรง
บนหน้าจอโชว์ชื่อบุคคลที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานนับปี... บุคคลที่เป็นต้นเหตุของรอยร้าวในใจทั้งหมดของเขา
กวินเงยหน้ามองอาจารย์รินด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นความตื่นตระหนก "อาจารย์... เขาโทรมา เขา... เขาตายไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"
อาจารย์รินมองหน้าจอโทรศัพท์ของกวิน ดวงตาของเธอดูลึกลับและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าคนที่ตายไปแล้วโทรหาคุณได้ กวิน... คุณคิดว่า 'ตัวตน' ของคุณที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะรับมือกับ 'ความจริง' ที่กำลังจะพุ่งเข้าหาคุณได้ยังไงคะ?"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวอักษรทุกตัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 51
จิตวิญญาณและการตระหนักรู้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!