"วางมันลงซะ กวิน"
เสียงของอาจารย์รินราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันในห้องบำบัด กวินขยับนิ้วมือที่สั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะทำงานของเขาเองในจินตนาการ ในมือของเขาไม่ได้ถืออะไรเลยนอกจากปากกาโลหะราคาแพงที่เขาหมุนมันวนไปมาจนแทบจะกลายเป็นกลไกอัตโนมัติ
"ถ้าผมวาง... แล้วใครจะคุมยอดขายไตรมาสนี้? ใครจะตรวจสอบสัญญาสามสิบฉบับนั่น?" กวินสวนกลับ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าด้วยความอดทนที่ใกล้จะขาดผึง
อาจารย์รินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาของเธอภายใต้กรอบแว่นดูเหมือนจะมองทะลุผ่านความโอหังของนักบริหารหนุ่มไปถึงเด็กน้อยที่ซ่อนอยู่ข้างใน เธอหยิบตุ๊กตาไม้ตัวเล็กๆ วางลงบนโต๊ะคั่นกลางระหว่างพวกเขา
"เธอไม่ได้แบกงาน กวิน" รินพูดช้าๆ "เธอแบก 'ความคาดหวัง' ของทุกคนที่เธอคิดว่าเธอต้องตอบแทนให้ครบถ้วนต่างหาก นายกำลังทำหน้าที่พระเจ้าที่เหนื่อยล้าเกินไปจนเกือบจะสิ้นลมหายใจแล้ว"
กวินแค่นหัวเราะ เหยียดมุมปาก "หน้าที่ผมคือความสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การแบก แต่มันคือมาตรฐาน"
"มาตรฐานที่ทำให้เธอต้องนอนวันละสองชั่วโมง และใช้ยาระงับประสาทแทนกาแฟเนี่ยนะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กวินนิ่งงัน ภาพของกองเอกสารที่เขาวางแผนจะตรวจต่อในคืนนี้ผุดขึ้นมาในหัว แต่มันกลับซ้อนทับกับภาพที่เขายืนมองกระจกในห้องน้ำเมื่อเช้า ใบหน้าที่ดูโทรมจนน่าตกใจ ดวงตาที่ไร้ประกายคู่นั้น... นั่นหรือคือผลลัพธ์ของมาตรฐานที่เขาภาคภูมิใจ?
"วันนี้ เราจะเริ่มบทเรียน 'น้ำหนักที่เกินจริง'" รินหยิบกระเป๋าหนังใบเก่งของกวินมาวางตรงหน้า "ลองเอามันมาวางบนตักดู"
กวินทำตามอย่างว่าง่าย กระเป๋าใบนั้นหนักอึ้งเหมือนเดิม แต่วันนี้เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนต้นขาจริงๆ มันไม่ใช่แค่เอกสาร แต่มันคือน้ำหนักของความรับผิดชอบที่เขาสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น
"หลับตาลง" รินสั่ง "นึกถึงคนที่นายเกรงใจที่สุด คนที่นายกลัวว่าเขาจะผิดหวังหากนายไม่ได้เป็นผู้ชนะ... ไม่ต้องพูดชื่อเขาออกมา แค่รู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองนายอยู่"
หัวใจของกวินเต้นรัว เขานึกถึงพ่อ—ชายผู้ที่ไม่เคยเอ่ยปากชม แต่สายตาทุกครั้งที่มองกระดานคะแนนของเขาในวัยเด็ก คือคำสั่งกลายๆ ว่า *'ต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น'*
"ตอนนี้นายรู้สึกไหมว่ากระเป๋ามันหนักขึ้น?" รินถามเสียงเบา
กวินกัดฟันแน่น เหงื่อซึมตามไรผม ใช่... มันหนักขึ้นจริงๆ ราวกับมีใครเอาหินมาวางทับเพิ่มอีกหลายสิบกิโลกรัม "ครับ..." เขาตอบเสียงสั่น
"คนเราชอบเข้าใจว่า 'ความพอดี' คือการแบ่งเวลา แต่จริงๆ แล้วความพอดีคือ 'การยอมรับความบกพร่อง'" รินยื่นมือไปแตะที่สายกระเป๋า "ลองปล่อยมือจากสายกระเป๋าสิ ให้มันร่วงลงพื้นไปเลย ไม่ต้องประคอง ไม่ต้องกลัวว่าของข้างในจะพัง"
กวินชะงัก นิ้วมือของเขากำสายกระเป๋าแน่น ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างประหลาดแล่นปราดไปทั่วร่าง เหมือนกับว่าถ้าเขาปล่อยมือ ชีวิตของเขาจะแตกสลายกลายเป็นจุณทันที
"ถ้าผมปล่อย... ทุกอย่างจะพังพินาศ" เขาพึมพำ
"ถ้าเธอไม่ปล่อย... คนที่จะพังก็คือเธอเอง"
กวินสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ความลังเลปะทะกับความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอด เขาค่อยๆ คลายมือออกทีละนิ้ว... ความรู้สึกเหมือนสายใยที่รั้งใจเขาไว้ขาดสะบั้นลง
*ตึ้ง!*
เสียงกระเป๋ากระแทกพื้นดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่แสนเงียบงัน แต่น่าแปลกที่ไม่มีอะไรพังทลายลงมาตามที่เขาจินตนาการ เอกสารข้างในยังอยู่ครบ ทุกอย่างยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
กวินลืมตาขึ้นมองกระเป๋าที่วางอยู่กับพื้น แล้วมองมือตัวเองที่ว่างเปล่า ความรู้สึกหวิวๆ ในช่องท้องเริ่มแทนที่ด้วยความโล่งอย่างประหลาด
"นี่คือนิยามแรกของความพอดี" รินยิ้มบางๆ "วางมันลง เพื่อดูว่าโลกไม่ได้ถล่มทลายลงมาเพียงเพราะนายไม่อาจแบกมันไว้ได้ตลอดเวลา"
กวินยังคงจ้องมองกระเป๋าใบนั้น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ริน "แล้วถ้า... พรุ่งนี้ผมกลับไปหยิบมันขึ้นมาแบกใหม่ล่ะครับ?"
"นั่นคือเรื่องปกติของมนุษย์" รินตอบ "เราไม่ได้ฝึกเพื่อจะทิ้งทุกอย่างไปตลอดกาล แต่เราฝึกเพื่อให้รู้ว่า เรามีสิทธิ์ที่จะวางมันลง... ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ"
กวินหยิบกระเป๋าขึ้นมา แต่น้ำหนักในความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความทรมานที่ผ่านมา ไม่ได้มาจากความรับผิดชอบ แต่มันมาจาก 'ความกลัวที่จะไม่สมบูรณ์แบบ' ที่เขาเสพติดมันจนเกินตัว
เขากำลังจะขอบคุณอาจารย์ริน แต่เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน หน้าจอโชว์ชื่อ 'คุณประภาส'—ประธานกรรมการบริษัทที่เพิ่งโทรเข้ามาในเวลาที่เขาควรจะเลิกงานแล้ว
เขามองชื่อนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดกลัวที่เคยมีหายไป แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความประหลาดใจอย่างรุนแรง เมื่อเขากดรับสาย เสียงจากปลายสายไม่ใช่เสียงสั่งงานดุดันอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นเสียงกระซิบสั่นเครือที่ทำเอาหัวใจของกวินกระตุกวูบ
"กวิน... ผมทำพลาดเรื่องดีลใหญ่บริษัทจบเห่แล้ว และผมไม่รู้จะหันไปหาใคร... นอกจากนาย"
กวินชะงักค้าง มือที่ถือโทรศัพท์เย็นเฉียบ เขามองไปที่อาจารย์รินที่กำลังจ้องเขาด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ นี่ไม่ใช่การทดสอบความอดทนเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่มันคือพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะซัดความสงบสุขที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นเพียงน้อยนิดให้ปลิวหายไปในพริบตา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดไปกับกวินนะครับ "จิตวิทยาเพื่อทุกคน"
รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน•ตอนที่ 4
นิยามของคำว่าพอดี
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับปรับจูนใจ: เปลี่ยนชีวิตที่แตกสลายให้กลายเป็นความสุขที่ยั่งยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!