กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ•ตอนที่ 1

ความน่าจะเป็นติดลบ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
ตัวเลขศูนย์จุดศูนย์ศูนย์เปอร์เซ็นต์ บนหน้าจอแท็บเล็ตไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางโปรแกรมประมวลผล แต่มันคือผลลัพธ์จากการคำนวณซ้ำถึงสามรอบด้วยอัลกอริทึมที่แม่นยำที่สุดในชีวิตของผม—อภัยด้วยครับ ผมหมายถึงชีวิตของ 'น้ำมนต์' คนนี้ต่างหาก "เป็นไปไม่ได้..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอลงเพื่อตรวจทานค่าตัวแปรทุกตัวอีกครั้ง ทั้งคะแนนเก็บมิดเทอม คะแนนเข้าชั้นเรียน และโปรเจกต์กลุ่มที่ถูกหักคะแนนอย่างไร้ความปรานีจากศาสตราจารย์จอมเนียบ ทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน ไร้ซึ่งความผิดพลาดทางคณิตศาสตร์ แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏตรงหน้ากลับประกาศชัดเจนว่า นักศึกษาปีที่สามภาควิชาสถิติศาสตร์ผู้ไม่เคยได้เกรดต่ำกว่าเอสมาตลอดห้าเทอม กำลังจะกลายเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์คณะที่สอบตกวิชา 'ทฤษฎีความน่าจะเป็นขั้นสูง' สาเหตุไม่ใช่เพราะเธอโง่เขลาเบาปัญญา แต่เป็นเพราะไอ้ตัวแปรระดับหายนะที่ชื่อว่า *แทนคุณ* ต่างหาก "แกใจเย็นๆ ก่อนน้ำมนต์ หายใจเข้า... หายใจออก..." พิม เพื่อนสนิทสายแฟชั่นตัวแม่วางแก้วชานมไข่มุกกระแทกโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องสมุดคณะเสียจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบสงบของโซนค้นคว้าส่วนตัว "มันอาจจะมีทางแก้ก็ได้น่า เกรดวิชานี้ยังไม่ตัดสิทธิ์ซะหน่อย" "ทางแก้เหรอพิม?" น้ำมนต์หันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับคนตกหน้าผา "แกดูนี่ส ฐานคะแนนของแทนคุณ กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้มีแต้มบุญสูงส่งแต่สมองกลวงโบ๋เรื่องตัวเลข หมอนั่นทำคะแนนรวมได้สี่สิบเอ็ดคะแนนเต็มร้อย ซึ่งหมายความว่าถ้าฉันอยากจะรอดตายและได้เกรดดีมีใบประกอบวิชาชีพ ฉันต้องติวให้ผู้ชายคนนั้นจนกว่าเขาจะสอบซ่อมผ่านด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบห้า..." น้ำมนต์เว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป ก่อนจะกล่าวประโยคพิพากษาชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "...และเวลาที่เราเหลืออยู่ก่อนส่งเกรดตัด ภาคเรียนนี้คือ เจ็ดวัน กับ ความน่าจะเป็นที่มันจะสำเร็จซึ่งมีค่าเท่ากับศูนย์ถ้วน" พิมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่มุกได้ทั้งเม็ด "ศูนย์เลยเหรอ? แกไม่ได้คำนวณพลาดใช่ไหม อีตานั่นขึ้นชื่อเรื่องความหัวทึบและอาการโรคจิตประเภทเกลียดตัวเลขเข้าไส้เลยนะเว้ย วันก่อนฉันยังเห็นเขาเดินถือชีทสถิติไปทำหน้ายักษ์ใส่ศาลพระภูมิหน้าตึกคณะอยู่เลย" "นั่นแหละคือปัญหา..." น้ำมนต์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านชั้นหนังสือทรงสูงไปยังมุมอ่านหนังสืออีกด้าน ที่ซึ่งร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังนั่งกอดอกทำหน้าหงุดหงิดใส่กระดาษคำนวณราวกับมันเป็นศัตรูคู่อาฆาต ไกลออกไปไม่ถึงสิบเมตร แทนคุณ หรือที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามว่า 'กัปตันทีมบาสผู้ไร้พ่าย' กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีเก๊กหล่อตามวิสัย สวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งที่ขับให้ไหล่กว้างๆ ดูโดดเด่นสะดุดตา แต่สิ่งที่ขัดกับลุคเท่ๆ นั่นอย่างสิ้นเชิงคือดินสอในมือที่ถูกหักคามือไปแล้วสองแท่ง เนื่องจากเจ้าตัวหงุดหงิดจนควบคุมน้ำหนักมือไม่ได้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหันขวับมามองทางนี้พอดี ราวกับสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังนินทา แทนคุณไม่หลบตา น้ำมนต์เองก็เช่นกัน พวกเขาสบตากันผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ปะทะเข้าหากันในความเงียบสงบ—ไม่ใช่กระแสความโรแมนติกแบบในนิยายรักน้ำเน่า แต่เป็นรังสีความหงุดหงิดที่ต่างฝ่ายต่างส่งให้กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แทนคุณเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันตามแบบฉบับคนปากแข็งที่ชอบทำตัวเหนือกว่าเสมอ เขากวักนิ้วเรียกเธอเบาๆ เชิงออกคำสั่งให้เดินไปหา ราวกับเธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ต้องคอยวิ่งมารับใช้ *ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร น่าหมั่นไส้เป็นบ้า...* น้ำมนต์คิดในใจอย่างหัวเสีย "แกดูเขาสิพิม ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามชาติครึ่ง แถมยังกล้ามาสั่งฉันอีก" น้ำมนต์กระซิบลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังปะทุขึ้นในอก "เอาน่า แกก็ลองเดินไปคุยกับเขาดีๆ ดูสิ เผื่อพ่อเทพบุตรนักบาสสมองกลวงคนนั้นจะมีความรับผิดชอบหลงเหลืออยู่บ้าง" พิมดันหลังเพื่อนสนิทเบาๆ "คิดเสียว่าทำบุญกับคนพิการทางสมองก็แล้วกันนะแกนะ" น้ำมนต์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ รวบรวมแท็บเล็ตและชีทเรียนทั้งหมดขึ้นมากอดแนบอก เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาโดยไม่สู้ยิบตา หากความน่าจะเป็นมันเป็นศูนย์ เธอก็จะสร้างตัวแปรใหม่ขึ้นมาพลิกเกมนี้ด้วยมือของตัวเอง ก้าวเท้าฉับไวเดินตรงไปยังโต๊ะตัวริมหน้าต่าง ที่ซึ่งชายหนุ่มร่างสูงกำลังนั่งรอด้วยท่าทางกวนประสาท "มองหน้าแบบนี้ มีปัญหาอะไรกับส่วนสูงของฉันรึเปล่า เด็กสถิติ" แทนคุณเปิดฉากทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาท ทันisที่เธอยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขา มือหนายกขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสำรวจ "ถ้าปัญหาของฉันมีแคเรื่องส่วนสูง คุณแทนคุณคงไม่ต้องมานั่งทำหน้าเครียดจนตีนกาขึ้นเป็นริ้วแบบนี้หรอกค่ะ" น้ำมนต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต "แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าเด็กสถิติสักที ฉันชื่อน้ำมนต์ จำใส่สมองส่วนหน้าของคุณไว้ด้วย" แทนคุณหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างนึกฉุนเฉียว ปกติแล้วมีแต่คนวิ่งเข้ามาเอาอกเอาใจเขา ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าต่อปากต่อคำกับกัปตันทีมบาสผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหาวิทยาลัยด้วยแววตาดุดันและวาจาเชือดเฉือนแบบนี้มาก่อนเลยสักคน "ปากเก่งนักนะ... เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งให้ฉันนั่งแก้โจทย์บ้าๆ นี่ทั้งคืน" แทนคุณโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดจนพิมที่นั่งมองอยู่ไกลๆ ต้องยกมือขึ้นลุ้นระทึก "เธอรู้ไหมว่าฉันมีซ้อมบาสตอนตีหาร์ดคอร์ทุกวัน ไม่มีเวลามานั่งเล่นขายของกับสมการบ้าบอพวกนี้หรอกนะ" "ฉันไม่ได้ชวนคุณมาเล่นขายของค่ะคุณแทนคุณ" น้ำมนต์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอวางหน้าจอแท็บเล็ตที่มีผลการคำนวณกราฟสีแดงเถือกกระแทกโต๊ะตรงหน้าเขา "นี่คือสถานะปัจจุบันของคุณ... โอกาสรอดชีวิตในวิชานี้มีค่าเท่ากับศูนย์ ถ้าคุณไม่อยากรีไทร์แล้วผันตัวไปเป็นนักกีฬาอาชีพเต็มตัวแบบไร้ใบปริญญา ก็กรุณาหุบปากแล้วก้มหน้าก้มตาฟังฉันอธิบายซะ" แทนคุณก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขสีแดงฉานนั้น แต่ทิฐิและฟอร์มที่ค้ำคออยู่ทำให้เขาไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ "ถ้าฉันไม่อ่านล่ะ เธอจะทำไม?" เขาแกล้งเลิกคิ้วท้าทาย ปากแข็งสุดฤทธิ์ทั้งที่ในใจเริ่มหวั่นไหวกับความจริงตรงหน้า น้ำมนต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอโน้มตัวเข้าหาเขาช้าๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการออกกำลังกายเล็กน้อยโชะเข้าจมูกจนเธอต้องแอบกลั้นหายใจชั่วขณะ แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าคุณไม่อ่าน..." น้ำมนต์กระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำจนคนฟังต้องกลืนน้ำลาย "ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเดินไปฟ้องอาจารย์ผู้สอนด้วยตัวเอง ว่าคุณแอบเอาโพยเข้าห้องสอบเมื่อเทอมที่แล้ว" แทนคุณเบิกตากว้างขึ้นทันที สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความตกใจระคนประหลาดใจ "เธอกล้าเหรอ?" "ลองดูไหมล่ะคะว่าความน่าจะเป็นที่ฉันจะทำแบบนั้นมันมีค่าเท่าไหร่" น้ำมนต์แย้มยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะดึงชีทเรียนออกมาเตรียมพร้อม "เริ่มจากบทแรก... เอาสมองปลาทองของคุณเตรียมรับข้อมูลได้เลยค่ะ" แทนคุณจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ควรจะโกรธผู้หญิงคนนี้ที่กล้ามาขู่เขา แต่เขากลับรู้สึกว่า... ยัยเด็กสถิตินี่มันน่าสนใจกว่าสนามบาสเกตบอลเป็นไหนๆ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเริ่มเปิดศึกสงครามติวหนังสืออย่างดุเดือด ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทตัวแสบประจำทีมบาสที่เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน "อ้าว แทน... นั่งทำอะไรหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับหวานใจวะเนี่ย? อุ๊ย! กูมาขัดจังหวะอะไรพวกมึงรึเปล่าเนี่ย" น้ำมนต์และแทนคุณผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ขณะที่แทนคุณหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีทันที แต่ก่อนที่แทนคุณจะทันได้เอ่ยปากไล่กรณ์ออกไป เสียงประกาศจากโทรศัพท์มือถือของกรณ์ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับข่าวสารช็อกโลกที่ทำให้บรรยากาศในห้องสมุดดิ่งลงเหวในพริบตา "เฮ้ย แทน! มึงรีบดูนี่ด่วน..." กรณ์ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้เพื่อนดูด้วยสีหน้าซีดเผือด "อาจารย์ประกาศเลื่อนสอบซ่อมวิชาสถิติขึ้นมาเป็น... **พรุ่งนี้เช้า**!" สิ้นคำพูดนั้น... ความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งโต๊ะทันที น้ำมนต์หันขวับกลับมามองหน้าแทนคุณช้าๆ ในขณะที่แทนคุณเองก็เลื่อนสายตากลับมาสบตากับเธออีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น... ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่า *ความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิต* จากค่ำคืนนี้ ได้กลายเป็นติดลบอย่างสมบูรณ์แบบไปเสียแล้ว --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนและเคมีชวนฟินนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%