เบรกมือรถกระบะคันเก่าของรุ่นพี่กรณ์ถูกดึงขึ้นจนสุด เสียงยางบดถนนลาดยางมะצרดังเอี๊ยดอาร์ดก่อนที่ตัวรถจะจอดสนิทหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ แทนคุณผลักประตูลงจากรถทันทีโดยไม่รอให้เครื่องยนต์ดับสนิท ดวงตากลมโตคมกริบภายใต้กรอบหน้าผาสูงปัดเป๋ด้วยเหงื่อกวาดตามองหาเป้าหมาย เขาก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปคว้าข้อแขนเรียวของคนที่กำลังก้าวลงตามมา
"เปลี่ยนแผน... ตอนนี้เราต้องรีบกลับมหาวิทยาลัยกันเดี๋ยวนี้ครับ น้ำมนต์"
น้ำมนต์กระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง ใบหน้าสวยหวานฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด พร้อมกับเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยของนักศึกษาสถิติที่ไม่เคยยอมจำนนต่อตัวแปรสุ่มใดๆ
"เดี๋ยวนะครับรุ่นพี่แทน... เมื่อกี้เราเพิ่งตกลงกันว่าจะแวะกินราเม็งร้านประจำข้างหอไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่าง โปรเจกต์วิเคราะห์สถิติการยեցสามแต้มของทีมนิเทศศาสตร์ ผมก็ส่งข้อมูลดิบให้คุณทางอีเมลเรียบร้อยแล้วด้วย ทำไมจู่ๆ ถึงต้องรีบกลับมหาวิทยาลัยล่ะครับ มีตัวเลขชุดไหนคลาดเคลื่อนหรือไง"
แทนคุณถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เสมอกลับมีร่องรอยความกระวนกระวายใจฉายชัด เขาซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตบาสเกตบอลตัวโปรด เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหลบสายตาไปมองทางอื่น
"ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน... แต่ผมหิวข้าวแล้ว และร้านราเม็งข้างมหาลัยรสชาติดีกว่าร้านบ้านนอกนี่เยอะครับ ไปขึ้นรถครับ อย่าให้ผมต้องอุศสาห์อุ้มคุณขึ้นไปเองนะ"
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ!" น้ำมนต์บ่นอุบอิบอย่างหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับขึ้นรถด้วยความจำยอม เพราะรู้ดีว่าการเถียงกับกัปตันทีมบาสเกตบอลจอมเผด็จการคนนี้มีแต่จะเสียเวลาชีวิตเปล่าๆ
ระหว่างทางกลับมหาวิทยาลัย บรรยากาศในห้องโดยสารกลับเงียบงันจนน่าประหลาด มีเพียงเสียงเพลงอินดี้เบาๆ จากวิทยุเก่าๆ ของกรณ์ที่ดังคลอไปกับเสียงเครื่องยนต์ แทนคุณนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหน้า สายตาคมกริบมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง แต่หากสังเกตให้ดี จะพบว่าสะท้อนภาพของหญิงสาวที่นั่งกอดอกหน้ามุ่ยอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองข้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สถิติความน่าจะเป็นที่แทนคุณจะหันมามองเธอนานเกินสามวินาทีมีค่าสูงถึงร้อยละเก้าสิบ... แต่น้ำมนต์เลือกที่จะก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือเพื่อหลบเลี่ยงสายตาร้อนแรงนั้น หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวเป็นจังหวะเพรสซิ่งเต็มสนามอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่เธอเป็นคนประเภทที่เชื่อมั่นในตัวเลขและความแน่นอนมาตลอดชีวิต
รถกระบะเคลื่อนตัวมาจอดที่ลานจอดรถข้างโรงยิมอเนกประสงค์ เนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว บริเวณนี้จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องลงมาจากเสาไฟริมทาง ร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำของเหล่านักกีฬาบาสเกตบอลที่ตั้งอยู่หัวมุมตึกยังคงเปิดไฟสว่างไสว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและพริกไทยดำลอยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ
"นั่งโต๊ะมุมนั้นครับ" แทนคุณออกคำสั่งเสียงเรียบ พร้อมกับพยักเพยิดไปยังโต๊ะไม้ตัวในสุดที่ติดกับผนังกระจกใส ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวและปลอดผู้คน
น้ำมนต์เลือกที่จะนั่งลงฝั่งตรงข้าม เธอวางกระเป๋าเป้สะพายหลังลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตปกสีน้ำเงินขึ้นมาเปิดดูตารางการซ้อมของทีมบาสในสัปดาห์หน้า เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
"เอาข้าวผัดปูสองจานครับ แล้วก็น้ำเก๊กฮวยหวานน้อยสองแก้ว" แทนคุณสั่งกับป้าเจ้าของร้านโดยไม่ต้องเปิดดูเมนู สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของคนตรงข้าม
"คุณนี่สั่งอาหารไม่ถามความสมัครใจของผมเลยนะครับ เผื่อผมอยากกินอย่างอื่นล่ะครับ" น้ำมนต์เงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ต เอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
"ผมจำได้ว่าสัปดาห์ก่อนคุณบ่นว่าอยากกินข้าวผัดปูร้านนี้จนแทบจะเหมาหม้อ... หรือว่าความจำของนักศึกษาสถิติปีสามจะเสื่อมเร็วกว่ากำหนดครับ" แทนคุณย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูแพรวพราวขึ้นเป็นกอง
น้ำมนต์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นนิดๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าผู้ชายปากแข็งอย่างเขาจะจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ได้... ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไม่นานนัก อาหารจานร้อนก็ถูกนำมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวผัดปูโรยพริกไทยป่นใหม่ๆ ยิ่งทำให้ท้องร้องโครกคราด ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะกลับกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงชกระทบกับจานกระเบื้องเบาๆ
น้ำมนต์ตักข้าวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่าคนตรงหน้า แต่ทว่า... จังหวะที่ดวงตาสองคู่สประสานกันอย่างพพอดีราวกับถูกลิขิตไว้
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนชั่วขณะ
นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทของแทนคุณลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร มันไม่ได้เต็มไปด้วยความเก๊กหรือความกวนประสาทเหมือนทุกที ทว่ากลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พรั่งพรูออกมาจนล้นปรี่ ความใกล้ชิดภายใต้แสงไฟสลัวของร้านอาหารยามดึกทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองสั้นลงจนน่าใจหาย
น้ำมนต์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก หัวใจในอกเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงรอบตัวไม่ว่าจะเป็นเสียงพัดลมเพดานหรือเสียงรถราบนถนนด้านนอกราวกับถูกปิดสวิตช์ลงเหลือเพียงความเงียบงัน
ไม่มีใครยอมหลบสายตา
แทนคุณโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนแกร่งทั้งสองข้างเท้าลงกับขอบโต๊ะ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขาโดยปริยาย ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นจางๆ ของกาแฟและเหงื่อจากการฝึกซ้อมลอยมาปะทะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของน้ำมนต์กระเจิดกระเจิงไปไกลลิบ
"น้ำมนต์..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา มันไม่ใช่การเรียกแบบกวนประสาท แต่เป็นน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยจนคนฟังต้องขนลุกซู่
"ค... ครับรุ่นพี่" น้ำมนต์ตอบรับเสียงตะกوتตะกาก เธอพยายามจะถอยหลังหนี แต่พนักพิงเก้าอี้กลับขวางทางเอาไว้จนมุม
"ผมไม่ได้โกหกเรื่องที่รีบพาคุณกลับมาหรอกนะครับ..." แทนคุณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่นั้นจริงจังจนน่ากลัว "แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ... ผมไม่อยากให้สายตาคู่นั้นไปมองผู้ชายคนอื่นนอกจากผมต่างหากล่ะครับ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งทำให้ดวงตากลมโตของน้ำมนต์เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง สมองที่เคยประมวลผลด้วยความน่าจะเป็นและสถิติแม่นยำ กลับหยุดทำงานลงอย่างสิ้นเชิงในเสี้ยววินาทีนั้น
ริมฝีปากหยักลึกของแทนคุณเผยรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวของเขากำลังจะเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนนุ่มของเธอ—
*โครม! เสียงประตูเหล็กของโรงยิมด้านข้างถูกกระชากเปิดออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงตะโกนโפרกฮากของกรณ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา*
"เฮ้ยแทน! ชิบหายแล้ววะ! โค้ชเดินตรวจโรงยิมกะทันหัน แบบนี้พวกเราโดนสั่งทำโทษวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบแน่!"
แทนคุณชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสแก้มของหญิงสาวทันที เขาหลับตาลงอย่างหัวเสียก่อนจะสบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ
น้ำมนต์สะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ ความร้อนผ่าวพุ่งขึ้นมาที่พวงแก้มจนแดงก่ำ เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันทีด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก
แทนคุณหันกลับไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนหอบแฮ่กอยู่หน้าร้านด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างที่สุด
"เรายังคุยกันไม่จบนะครับ น้ำมนต์" แทนคุณกระซิบด้วยเสียงแหบพร่าลอดไรฟัน ขณะที่มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อยให้ขยับหนีไปไหน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้นะครับ
กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ•ตอนที่ 24
ช่วงเวลาสะดุดรัก
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กัปตันทีมบาสคนนั้นเขย่าหัวใจเด็กสถิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!