"เก็บรอยยิ้มสมเพชของคุณเอาไว้ใช้ตอนที่ตัวเองเป็นฝ่ายแพ้ดีกว่าไหมครับ คุณคิน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันของเหนือ ไม่ได้บ่งบอกถึงความใจเย็นแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คินถือโชว์อยู่ โดยไม่มีความหวาดหวั่นเจือปนแม้แต่นقاطเดียว ในขณะที่รินซึ่งยืนอยู่ข้างกันถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อภาพบนหน้าจอนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พวกเขากำลังตามหา และมันดันมาอยู่ในมือของคู่แข่งตัวฉกาจอย่างคินได้อย่างไร... ไม่มีใครรู้
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะเหนือ... แต่ก็นั่นแหละ ของแบบนี้มันต้องดูกันยาวๆ" คินยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองเลยผ่านไหล่ของเหนือมาสบตากับรินโดยตรง "โดยเฉพาะเมื่อความลับที่นายพยายามปกป้อง... มันกำลังจะกลายเป็นหอกย้อนกลับมาทิ่มแทงนายเอง ริน เขาไม่ได้บอกนายหรอกใช่ไหม ว่าเบื้องหลังดีลนี้มันแลกมาด้วยอะไรบ้าง?"
"หุบปากซะ" เหนือสาวเท้าก้าวประชิดตัวคินด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคินที่ถือโทรศัพท์ทันที แรงบีบที่เน้นย้ำชัดเจนถึงความเดือดดาลทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคินเริ่มเจื่อนลงเล็กน้อย แต่กระนั้นคนเจ้าเล่ห์ก็ยังคงไหวไหล่ราวกับไม่สะทกสะท้าน
"ใจร้อนเป็นไฟแบบนี้ ระวังของในมือจะแตกคามือน้า... เหนือ" คินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นๆ ในห้อง VIP กลับดังขึ้นพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
ไม่ใช่แค่เครื่องของเหนือ หรือของคิน แต่รวมถึงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของรินด้วย รินรีบควักมันออกมาด้วยความตกใจ นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บรรทัดนั้น ร่างโปร่งก็ถึงกับชะงักค้าง ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตกตะลึง
ภาพหน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลนิรนาม พร้อมแนบไฟล์วิดีโอความยาวสิบวินาที ซึ่งเป็นภาพขณะที่เหนือและรินกำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ที่โกดังสินค้าเก่าเมื่อคืนก่อน... มุมกล้องถูกถ่ายมาจากที่มืด แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้คนเข้าใจผิดคิดไปไกลว่า ทั้งคู่กำลังร่วมมือกันทำเรื่องผิดกฎหมาย!
"ฉิบหายแล้ว..." รินพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เกมพลิกแล้วจริงๆ ใครบางคนกำลังเล่นสกปรกเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเหนือ และคนที่ตกเป็นเป้าหมายรองลงมาก็คือตัวเขาเอง
คินหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ "ดูท่าว่า... คืนนี้พวกนายคงไม่ได้มีเวลามาดินเนอร์กันอย่างมีความสุขหรอกนะ เพราะอีกไม่ถึงสิบนาที นักข่าวสายอาชญากรรมคงแห่กันมาเคาะประตูผับค่ำมืดนี่แน่ๆ"
พูดจบ คินก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเหนืออย่างง่ายดายด้วยแรงที่ถูกเตรียมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ร่างโปร่งของนักธุรกิจหนุ่มก้าวถอยหลังออกไปทางประตูอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทิ้งไว้เป็นมรดก "โชคดีนะคุณชาย... หวังว่าจะรอดจากวิกฤตนี้ไปได้โดยที่ไม่มีใครเจ็บตัว"
ประตูห้อง VIP ปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติ ทิ้งให้ความเงียบงันและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเข้าปกคลุมพื้นที่ภายในทันที
รินหันขวับกลับมามองหน้าพระเอกหนุ่มที่ยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบของเหนือทอประกายความน่ากลัวอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้จนถึงขีดสุด ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหนือกลับไม่ได้สบถคำหยาบออกมาสักคำ เจ้าตัวเพียงแค่ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น... เย็นชาเสียจนน่ากลัว
"นาย... ไม่ตกใจเลยหรือไง?" รินเอ่ยถามขึ้นก่อน ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย
เหนือหันกลับมามองหน้าริน ชั่วขณะหนึ่งที่แววตาดุดันคู่นั้นอ่อนแสงลง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิมตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ตกใจ? นายคิดว่าฉันเป็นใคร, ริน? แค่หมาลอบกัดไม่กี่ตัว ฉันจัดการมันได้ก่อนที่พวกมันจะทันได้กะพริบตาซะอีก"
"ปากดีให้มันตลอดเถอะครับคุณชาย" รินสวนกลับทันควัน ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ในความอวดดีของคนตรงหน้า "ในมือมันมีหลักฐานมัดตัวเราแน่นขนาดนั้น นายยังจะมาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอีกเหรอ? ถ้าข่าวนี้หลุดออกไป ผับของนายพังแน่ๆ และตัวฉันเองก็คงไม่รอดข้อหาสมรู้ร่วมคิดเหมือนกัน!"
"ถ้ากลัวนัก ทำไมไม่วิ่งตามไอนั่นไปอ้อนวอนขอลบวิดีโอล่ะ" เหนือสาวเท้าเข้ามาใกล้รินทีละก้าว น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววประชดประชันอย่างร้ายกาจ "เผื่อมันจะใจอ่อนยอมช่วย... เหมือนอย่างที่ชอบไปทำคะแนนกับคนอื่นเขานั่นแหละ"
"นี่นาย..." รินโกรจนหน้าดำคร่ำเครียด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "สมองนายมีแต่เรื่องงี่เง่าแบบนี้หรือไง? ฉันจะไปอ้อนวอนใครตอนไหนไม่ทราบ! นายต่างหากที่หาเรื่องใส่ตัวจนทำให้ฉันต้องมาซวยด้วย!"
"ฉันหาเรื่อง?" เหนือหยุดยืนประชิดตัวรินจนแผ่นหลังของร่างโปร่งชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ร่างสูงก้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนรินต้องเผลอกลั้นหายใจ "ถ้าฉันไม่เข้ามาช่วยนายจากไอ้พวกเจ้าเล่ห์ในซอยวันนั้น ป่านนี้รินคนเก่งคงไปนอนสำลักน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้วมั้ง... นี่เหรอคือกตัญญูที่นายควรจะมีให้ผู้มีพระคุณ?"
"ใครขอให้ช่วยไม่ทราบ!" รินเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเหนือลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสมองตื้อตัน "แล้วก็ถอยออกไปไกลๆ เลยนะ! มายืนเบียดกันแบบนี้มันอึดอัด!"
"อึดอัด... หรือว่าเขินกันแน่" เหนือกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกสนุก ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเจ้าเล่ห์คลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดนิ่ง
"หลงตัวเองชะมัด!" รินพยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่าง ทว่าแรงของเขากลับเทียบไม่ได้เลยกับคนตัวโตกว่า เหนือใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังห้องไว้กักขังร่างโปร่งให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินถึงกับสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาพญาอินทรีที่ฉายแววความอ่อนโยนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ
"ริน..." เหนอเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันนุ่มนวล ทุ้มลึก และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งจนรินไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ
"อะ...อะไรอีกเล่า" รินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเหนือเลื่อนลงมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับจูบทางสายตาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ
"ถ้าข่าวหลุดออกไปจริงๆ และเราสองคนต้องตกเป็นเป้าหมายของสังคม..." เหนโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงกระซิบพร่าเลือนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "นายจะยอมมาเป็นภาระผูกพันในชีวิตฉัน... แบบถูกต้องตามกฎหมายเลยดีไหม?"
รินเบิกตากว้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ คำถามกำกวมที่แฝงความจริงจังเกินเบอร์ทำเอาสติกระเจิง คำด่าทอที่เตรียมไว้ในใจมลายหายวับไปกับตา หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทว่าก่อนที่รินจะได้อ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือด่าทอใดๆ ออกไป เสียงประตูกระจกด้านนอกห้อง VIP ก็ดัง *ปัง!* ขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือหลายสิบตัวที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกใส!
นักข่าวกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาล้อมรอบห้องวีไอพีแห่งนี้ไว้แล้วเรียบร้อย และภาพที่พวกเขากำลังเห็นผ่านกระจกใสบานนั้น... คือภาพที่มาเฟียหนุ่มชื่อดังกำลังกักขังเด็กหนุ่มหน้าใสไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบชิด ราวกับคู่รักที่กำลังถูกจับได้คาหนังคาเขา!
เหนือหันขวับไปมองทางด้านนอกด้วยแววตาคมกริบท Icing บนเค้กคือรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนมุมปากของร่างสูง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้รินต้องหัวใจวายตายคาที่...
ร่างสูงไม่รอช้า มือหนาคว้าเอวบางของรินเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วกว่าเดิม พร้อมกับก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ไมโครโฟนของนักข่าวตัวดีแถวนั้นจับเสียงได้
"เตรียมตัวรับมือกับข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้ได้เลยครับ... ภรรยา"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไฟเยอร์บลัด" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก•ตอนที่ 6
สัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้อนซ่อนร้าย: คุณชายสายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!