ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับศิษย์ดื้อผู้กุมความลับแห่งจักรวาล•ตอนที่ 6

เมื่อครูต้องเรียนจากศิษย์

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
เศษเสี้ยวแสงสีครามจากอักขระโบราณยังคงทิ้งไอความร้อนระอุไว้บนปลายนิ้ว เซเรสยืนนิ่งค้างอยู่ในความเงียบงันของห้องวิจัยส่วนตัว เสียงทุ้มต่ำของลูคัสที่เอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนหน้านี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“สายไปแล้วล่ะครับอาจารย์... ประตูเปิดแล้ว”* มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือประกาศิต ดวงตาสีเทาเข้มของเซเรสเพ่งมองไปยังรอยแยกมิติขนาดเท่าฝ่ามือกลางอากาศ รอยแตกนั้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดทางทฤษฎีเวทมนตร์บทใดที่เขาเคยร่ำเรียนมา แต่มันสั่นไหวด้วยความถี่เดียวกับจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์—หัวใจของเด็กหนุ่มผู้ยืนยันยิ้มแป้นอยู่เบื้องหน้า "อาจารย์ทำหน้าเครียดอีกแล้วนะครับ" เสียงใสๆ ของลูคัสดึงเขากลับมาจากภวังค์ เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบนักเรียนปีหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวรัศมีพลังเวทระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ขอบรอยแยกมิติอย่างถือวิสาสะ "อย่าแตะนะ ลูคัส!" เซเรสอุทานด้วยความตกใจ รีบคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วของเซเรสแตะโดนผิวของเด็กหนุ่ม ไม่ใช่ความเย็นเยียบของเวทมนตร์สายความมืดอย่างที่เขาคาดคิด แต่มันกลับอุ่นร้อน... และเต็มไปด้วยกระแสลมปราณวิญญาณที่ไหลเวียนพลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต กระแสพลังนั้นตีกลับเข้าสู่ร่างของเซเรสจนเขาต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว ลมหายใจสะดุดกึก นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ต้องท่องคาถาเพื่อควบคุม... แต่มันคือ "เจตจำนง" เซเรสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาเป็นถึงผู้ช่วยศาสตราจารย์ผู้ปราดเปรื่อง ทฤษฎีเวทมนตร์นับร้อยบทถูกบันทึกไว้ในสมอง แต่วินาทีนี้ ตำราเหล่านั้นกลับไร้ค่าสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศิษย์ดื้อผู้กุมความลับที่แม้แต่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ยังไม่อาจหาคำตอบ "ลูคัส" เซเรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัว "นายรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ประตูมิติที่นายเพิ่งเปิด... มันไม่ใช่บทเรียนของปีหนึ่ง มันคือเขตหวงห้ามระดับเจ็ดที่แม้แต่อธิการบดีก็ยังต้องใช้เวลาสามวันในการปิดผนึก" ลูคัสเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายมีความดื้อรั้นที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ระคนระแวงในเวลาเดียวกัน "ผมก็แค่อยากให้อาจารย์เห็นนี่ครับ..." ลูคัสกระซิบเสียงเบา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มชั่วขณะ "ว่าสิ่งที่อาจารย์สอนในตำรา... มันแคบเกินกว่าจะมองเห็นความจริงทั้งหมด" คำพูดนั้นแทงใจดำเซเรสเข้าอย่างจัง อดีตที่เขาพยายามฝังกลบ—อุบัติเหตุจากการทดลองเวทมนตร์ต้องห้ามที่คร่าชีวิตผู้คนและทำลายอนาคตของเขา—ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ทฤษฎีที่ตายตัว กรอบที่ขีดเส้นไว้เพื่อความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เซเรสยึดถือมาตลอดเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเดินผิดพลาดซ้ำรอยเดิม แต่วันนี้ เด็กหนุ่มผู้ไร้ระเบียบคนนี้กลับกำลังฉีกกระดาษทุกแผ่นที่เขาเขียนขึ้นมาทิ้งต่อหน้าต่อตา เซเรสกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ ในห้องวิจัยมีเพียงเสียง "ฮัม" เบาๆ ของรอยแยกมิติที่ขยายใหญ่ขึ้นทีละนิด หากยังใช้วิธีเดิม... สอนด้วยตำรา บังคับด้วยกฎเกณฑ์ และอธิบายด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ เขาคงไม่มีวันเข้าถึงเด็กคนนี้ได้ และหายนะอาจเกิดขึ้นก่อนที่รุ่งอรุณจะมาถึง ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว เซเรสผ่อนลมหายใจออกยาวนาน แววตาที่เคยเคร่งเครียดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ เมื่อครูสอนไม่ได้ผล... ก็ถึงเวลาที่ครูต้อง "เรียนรู้" จากศิษย์บ้างแล้วค่ะ "ตกลง" เซเรสพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่มีความเย่อหยิ่งของความเป็นอาจารย์หลงเหลืออยู่ มีเพียงความท้าทายของนักสำรวจผู้กระหายใคร่รู้ "ถ้าตำราของฉันมันแคบเกินไปนัก... ไหนลองบอกฉันทีสิ ลูคัส ว่าฉันต้องก้าวขาข้างไหนก่อน ถึงจะเดินเข้าไปในโลกของนายได้โดยไม่ถูกกลืนกิน" ลูคัสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนชื่นชม เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาตรงหน้าเซเรส "ง่ายมากเลยครับอาจารย์..." ลูคัสเอ่ยพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเซเรสได้กลิ่นจางๆ ของฝนและดอกไม้ป่าจากตัวของเด็กหนุ่ม "แค่ปล่อยมือจากเหตุผล... แล้วจับมือผมไว้ก็พอครับ" เซเรสจ้องมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ลังเลอยู่เพียงชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่เขากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยที่คุ้นเคย กับความเสี่ยงอันหอมหวานที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสกับฝ่ามือของลูคัส *เปรี้ยง!* ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน รอยแยกมิติที่เคยสงบก็ระเบิดแสงสว่างวาบจนกลืนกินทัศนียภาพทั้งหมดในห้องวิจัย เสียงคำรามต่ำราวกับเสียงก้องของจักรวาลดังสนั่นหวั่นไหว แรงดึงดูดมหาสมุทรดึงร่างของทั้งสองคนให้พุ่งดิ่งเข้าไปในห้วงมิติสีครามอย่างไร้การควบคุม เซเรสรู้สึกเหมือนร่างกำลังแตกสลายและประกอบขึ้นใหม่ในเสี้ยววินาที สติของเขากำลังจะหลุดลอย ท่ามกลางความมืดมิดและพายุพลังงานที่โหมกระหน่ำ เสียงกระซิบของลูคัสดังแว่วมาข้างหู ชัดเจนราวกับดังอยู่ใกล้แค่เอื้อม *"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนแรกครับอาจารย์..."* และก่อนที่สติสัมปชัญญะสุดท้ายจะดับวูบลง เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่เซเรสไม่เคยได้ยินมาก่อนในรอบสิบปีก็ดังขึ้นก้องอยู่ในหัวสมองอย่างชัดถ้อยชัดคำ **[ระบบตรวจพบการซิงโครไนซ์พลังงานระดับ SSS: ผู้ช่วยศาสตราจารย์เซเรส และเป้าหมาย ลูคัส บรรลุเงื่อนไขเชื่อมต่อวิญญาณ]** **[คำเตือนจากหอคอยกลาง: บุคคลที่สามกำลังรุกล้ำเข้ามาในเขตทดลอง... โปรดระวัง "เงา" ที่กำลังจับตามองพวกท่านจากเบื้องหลัง]** (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกเวทมนตร์กับแอสทริดธาตุมนต์นะคะ!)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์ฝึกหัดกับศิษย์ดื้อผู้กุมความลับแห่งจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%