กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองพิเศษ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในอกของนายแพทย์ศิลาลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว เขายืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสัดส่วนเนี้ยบกริบสั่นสะท้อนด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ ดวงตาสีเข้มคมกริบราวกับใบมีดจ้องมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่อีกฝั่งอย่างไม่วางตา
รินรดาในเวลานี้ ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอย่างไร้จุดหมายตลอดสามปีของการแต่งงาน เธอกลับมาพร้อมกับรัศมีของความเย่อหยิ่ง เย็นชา และทรงอำนาจเกินกว่าที่เขาจะเอ่ยคำสั่งใดๆ ได้อีกต่อไป
รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากสีพีชนั่น... มันคือหนามแหลมที่ทิ่มแทงอีโก้ของศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างเขาให้พังทลายลงทีละน้อย
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ริน" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน กรามขบเข้าหากันจนนูนเด่นเป็นสัน "คิดว่าการหายหัวไปห้าปี แล้วโผล่หน้ากลับมาทำตัวมีลับลมคมนัยแบบนี้ จะทำให้ผมรู้สึกสนุกด้วยอย่างนั้นเหรอ?"
ความเงียบงันคืออาตราร้ายกาจที่สุดที่รินรดามอบให้ในวินาทีนั้น เธอยังคงนิ่งสงบ ดื่มด่ำกับความหงุดหงดิ์ที่กำลังกัดกินหัวใจอดีตสามีทีละนิด เปลือกตาสีมุกกะพริบช้าๆ ก่อนที่เธอจะวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาหวิว แต่มันกลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนฟัง
รินรดายกมือขึ้นทัดผมปรกใบหู กิริยาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไม่แยแสต่อความเดือดดาลของเขาเลยแม้แต่น้อย
"สนุกเหรอคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกหลุดจากเรียวปากของเธอ "ศิลาคะ... คุณคิดจริงๆ หรือว่าทุกสิ่งที่ฉันทำในชีวิตนี้ มีไว้เพื่อให้คุณ 'สนุก'?"
ดวงตากลมโตคู่นั้นตวัดขึ้นสบตาเขาตรงๆ ความว่างเปล่าในแววตาของเธอในยามนี้ น่ากลัวยิ่งกว่ายามที่เธอกรีดร้องหรือตัดพ้อในอดีตเสียอีก มันคือสายตาที่มองทะลุผ่านร่างของเขา ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน
ศิลาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อควบคุมสติที่กำลังกระเจิง เขาขยับตัวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขากลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือกลิ่นอุ่นๆ จากกายเธอโชยเข้าจมูก กลิ่นเดียวกับที่เคยฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดห้าปีที่ผ่านมา
"ถ้าไม่ได้เล่นเกม แล้วคุณกลับมาทำไม" เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย เจือด้วยความสับสนที่เจ้าตัวพยายามปกปิด "ห้าปีที่ผ่านมา... คุณไปอยู่ที่ไหน ริน ทำไมถึงไม่มีแม้แต่ร่องรอย... และที่สำคัญที่สุด ทำไมคุณถึงทำเหมือนคนแปลกหน้าทั้งที่เรา..."
"เราเคยเป็นสามีภรรยากันเหรอคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน ตัดบทความพยายามจะทวงสิทธิ์ของเขาอย่างไร้เยื่อใย มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นยิ้มหยัน "แปลกจดนะคะ ฉันจำได้แม่นว่าช่วงเวลาสามปีในบ้านหลังนั้น คุณทำราวกับว่าฉันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เกะกะสายตา วันๆ หมกมุ่นอยู่แต่กับห้องผ่าตัดและการช่วยชีวิตคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ภรรยาตัวเองต้องตายทั้งเป็นบนเตียงนอนที่ไร้ความอบอุ่น"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง กรีดลงบนแผลเป็นในอดีตที่ศิลาพยายามลืมเลือน เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกผิดที่เคยซุกซ่อนไว้ลึกสุดขั้วหัวใจถูกกระชากขึ้นมาเผชิญหน้าแสงสว่างอีกครั้ง
"วันนั้น... วันที่ฉันตัดสินใจก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้น ฉันตายจากคุณไปแล้วค่ะ ศิลา" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ได้ถอยหนีเมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลับยืนหยัดเผชิญหน้าอย่างทัดเทียม แรงกดดันจากตัวเธอบด
บังความเย่อหยิ่งของศิลาจนแทบมลายหายไป "ส่วนเหตุผลที่ฉันกลับมาในวันนี้... คุณไม่ต้องรีบรู้หريكหรอกค่ะ เพราะเมื่อถึงเวลา ความจริงทั้งหมดจะพัดพาเอาทุกอย่างที่คุณรัก... พังทลายไม่เหลือชิ้นดี เหมือนกับที่ฉันเคยเจอ"
บานประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกกะทันหัน ขัดจังหวะการปะทะคารมที่กำลังถึงจุดเดือด
เลขาฯ สาวคนสนิทของรินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อยก่อนจะก้มกระซิบข้างหูเจ้านายด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แต่ทว่าศิลาที่มีประสาทสัมผัสเป็นเลิศกลับจับใจความบางคำได้ทันที
*“คุณชาย... เด็กคนนั้นตื่นแล้วค่ะ และกำลังตามหาคุณแม่”*
ร่างบางของรินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอปรายตามองอดีตสามีที่เวลานี้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ความตื่นตระหนกวูบผ่านนัยน์ตาของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งตามเดิม
"ฉันขอตัวนะคะ คุณหมอศิลา" รินรดากล่าวเรียบๆ สะพายกระเป๋าแบรนด์ดังขึ้นบ่า หมุนตัวเตรียมเดินเลี่ยงออกไปทันที
แต่ศิลาไว ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นพอที่จะตรึงเธอให้อยู่กับที่
"เดี๋ยวก่อน ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววกังวล "เด็กผู้หญิงคนนั้น... ใคร? ทำไมเลขาฯ ของคุณถึงต้องมารายงานเรื่องเด็กเวลาที่คุณกำลังเจรจาธุรกิจสำคัญกับผม?"
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศระหว่างเขาทั้งคู่อีกครั้ง ความหงุดหงิดในตัวศิลาพุ่งสูงขึ้นจนแทบคลั่งเมื่อเห็นปฏิกิริยาavoidanceที่เธอแสดงออก
ในจังหวะที่ความอึดอัดกำลังจะระเบิดออกนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ คู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก วิ่งตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองที่เปิดแง้มไว้
*“คุณแม่ขา... ปะป๋าขาอยู่ไหนคะ น้องลินดาหิวแล้วน้า”*
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยราวสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วในชุดเดรสฟูฟ่องที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้อง รินรดารemปัสสะแรงเฮือกใหญ่ สีหน้าถอดสีลงทันทีเมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยวิ่งเข้ามากลางวงล้อมของผู้ใหญ่
ศิลาชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ขาทั้งสองข้างชาดิ่งจนแทบก้าวไม่ออก สายตาสีเข้มคมกริบเลื่อนต่ำลงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียยิ่งกว่าพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากหยักที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา
หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้างก่อนจะดิ่งวูบลงเหวลึก... เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยหันมาสบตาเขา เอียงคอสงสัย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำลายสติสัมปชัญญะของเขาจนย่อยยับ
*"เอ๊ะ... ทำไมคุณอาหน้าตาเหมือนกระจกของน้องลินดาเลยล่ะคะ?"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์รักคืนสนอง: ศัลยแพทย์ฝีมือจัดกับอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม•ตอนที่ 6
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักคืนสนอง: ศัลยแพทย์ฝีมือจัดกับอดีตภรรยาที่เคยถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!