เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบพื้นหินปูนดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโถงบัญชาการรกร้าง เศษซากของ “บีสต์โกลีย์” อสูรกายกลายพันธุ์แรงก์ A ที่เคยสร้างความหวาดผวาให้กับสมาคมฮันเตอร์ นอนแน่นิ่งจมกองเลือดสีดำสนิท กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นออนเซ็นซัลเฟอร์โชยเข้าจมูกจนน่าคลื่นไส้ แต่สำหรับคินน์แล้ว กลิ่นเหล่านี้กลับหอมหวานยิ่งกว่าไวน์ชั้นเลิศ
สายตาสีดำสนิทของเขาจ้องมองร่างไร้วิญญาณของอสูรกายตรงหน้าอย่างพิจารณา
ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังยืนอยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร
"คุณคินน์... แผลตรงแขนคุณ..."
เสียงหวานนุ่มที่เจือด้วยความกังวลดังขึ้นจากด้านหลัง ริน... อดีตฮันเตอร์สาวแรงก์ S ผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ ก่อนจะสูญเสียพลังทั้งหมดไปเพราะกลลวงสกปรกของกิลด์ใหญ่ เธอกำลังก้าวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านออกมาหวังจะซับคราบเขม่าควันบนใบหน้าคมคายของชายหนุ่ม
คินน์หันกลับมามองคู่ชีวิตของตน สายตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที เขายื่นมือไปกุมมือเรียวนั้นไว้เบาๆ ผิวสัมผัสที่เย็นเฉียบของรินในยามนี้คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า เขาต้องไปให้ถึงเป้าหมายที่ประกาศไว้เมื่อคืนนี้ให้จงได้
"ผมไม่เป็นไรครับริน รอยแผลพวกนี้เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พวกมันเคยทำกับคุณ" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และมั่นคง "จำคำที่ผมบอกเมื่อคืนได้ไหมครับ? พรุ่งนี้เช้า... ผมจะไปซื้อกิลด์ของพวกมันด้วยเงินสด"
รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความซาบซึ้ง ความกังวล และความไม่เชื่อมั่นลึกๆ เธอย่อมรู้ดีว่ากิลด์ 'ฟีนิกซ์เบรกเกอร์' นั้นยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากแค่ไหน เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น... มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับอดีตฮันเตอร์ตกอับอย่างคินน์
เว้นแต่ว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้จะไม่ใช่ความฝัน
*[ระบบมหาเศรษฐีฮันเตอร์ ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]*
*[ตรวจพบซากมอนสเตอร์แรงก์ A "บีสต์โกลีย์" จำนวน 1 ตัว]*
*[เงื่อนไขการใช้สกิลพิเศษ 'ซื้อซาก' ผ่านเกณฑ์]*
เสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของเขาเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง ระบบนี้ไม่ใช่ระบบอัปเกรดพลังต่อสู้แบบดาบสตรีทหรือเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ "ระบบเงินตรา" ที่เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และซากอสูรกายตรงหน้านี้ก็คือ "สินค้า" ชิ้นแรกที่จะเปลี่ยนกระดานชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล
คินน์หันกลับไปเผชิญหน้ากับซากอสูรกายตัวมหึมาอีกครั้ง เขาไม่ได้ชักดาบขึ้นมาเพื่อแล่เนื้อเอาแก่นพลังงานแบบที่ฮันเตอร์ทั่วไปทำกัน แต่วางมือขวาทาบลงไปบนผิวหนังที่หนาเตอะของบีสต์โกลีย์
"ระบบ... ทำการ 'ซื้อซาก' ครับ"
พรึบ!
แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของคินน์ แสงนั้นไม่ได้เจิดจ้าจนแสบตา แต่เป็นประกายสีทองเนื้อเนียนละเอียดดั่งทองคำแท้บริสุทธิ์ มันแผ่ขยายลามเลียไปทั่วทั้งร่างมหึมาของบีสต์โกลีย์อย่างรวดเร็วราวกับเปลวเพลิงที่ไร้ความร้อน เสียงคำรามต่ำๆ ของอสูรกายที่ตายไปแล้วดังลอดออกมาจากซากศพ ราวกับวิญญาณของมันกำลังร่ำไห้จำนนต่ออำนาจบางอย่างที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
[กำลังประเมินมูลค่าซากมอนสเตอร์...]
[บีสต์โกลีย์ (แรงก์ A) : สภาพสมบูรณ์ 85%]
[มูลค่าตลาดปัจจุบัน : 12,000,000 เครดิต]
[ระบบเพิ่มโบนัสพิเศษ "ผู้บุกเบิกตลาด" x10 เท่า]
[ยอดเงินโอนเข้าบัญชีหลักของท่าน: 120,000,000 เครดิต]
ตัวเลขสีทองวิ่งพรวดพราดขึ้นบนหน้าจออินเตอร์เฟซที่ปรากฏเบื้องหน้าสายตาของคินน์ จากศูนย์กลายเป็นหลักสิบ จากหลักสิบทะยานสู่หลักร้อยล้านในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารดังติ๊ดๆ ติดต่อกันไม่หยุดหย่อนราวกับเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากพระเจ้า
ไม่เพียงแค่นั้น...
[ตรวจพบการแปลงสภาพพลังงานส่วนเกิน]
[ทำการแปลงค่าประสบการณ์เข้าสู่ตัวโฮสต์...]
[เลเวลอัป! เลเวลอัป! เลเวลอัป!]
[ฮันเตอร์ คินน์ เลื่อนจากแรงก์ E สู่แรงก์ D...]
[ฮันเตอร์ คินน์ เลื่อนจากแรงก์ D สู่แรงก์ C...]
[ฮันเตอร์ คินน์ เลื่อนจากแรงก์ C สู่แรงก์ B... สู่แรงก์ A สมบูรณ์!]
คลื่นกระแสพลังงานมหาศาลพวยพุ่งทะลักออกจากร่างของคินน์จนเกิดเป็นพายุลมหมุนขนาดย่อมภายในโถงถ้ำ แรงกดดันระดับแรงก์ A แผ่ซ่านออกไปรอบทิศทางจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายงา รินที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับต้องยกแขนขึ้นบังกระแสลมที่รุนแรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
พลังงานที่หลuบเร้นมานานนับปีของคินน์ระเบิดออกมา ราวกับภูเขาไฟที่สงบนิ่งมาหลายชั่วอายุคนได้ตื่นขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ได้กลับมาในระดับเดิม แต่มันก้าวกระโดดขึ้นมาเทียบชั้นกับเธอในอดีตช่วงที่อยู่จุดสูงสุดอย่างง่ายดาย
ร่างมหึมาของบีสต์โกลีย์ตรงหน้าค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองคำบริสุทธิ์ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศก่อนจะจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าที่ตรงนั้นไม่เคยมีอสูรกายร้ายนอนตายอยู่เลยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
คินน์ยืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาล เขากำมือแน่น ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เคยถูกเหยียดหยาม ถากถาง และเหยียบย่ำจากพวกสมาคมฮันเตอร์และกิลด์ใหญ่ ถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยตัวเลขในบัญชีและพลังที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด
เขาหันกลับมาหาริน รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าคมคายอีกครั้ง ขณะที่ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ยังคงยืนอึ้งค้าง
"เห็นไหมครับริน..." คินน์กระซิบเสียงนุ่ม พลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม "ผมบอกแล้วว่าเราจะไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไป"
รินน้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจที่เธอต้องแบกรับร่วมกันมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายหนุ่ม เธอกอดเอวเขาแน่นซุกใบหน้าลงกับอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง
แต่ก่อนที่บรรยากาศแห่งความซาบซึ้งจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงก็ดังแหวกอากาศขึ้นมาจากเครื่องมือสื่อสารรุ่นเก่าที่วางอยู่บนพื้น มันคือสัญญาณเตือนที่เชื่อมต่อกับระบบเรดาร์รอบนอกของเขตดันเจี้ยน
*ตู้มมม!*
ผนังหินด้านทิศเหนือของโถงบัญชาการระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่ก้าวย่างเข้ามาอย่างคุกคาม แสงไฟฉายสเกאร์แรงสูงนับสิบดวงสาดส่องตรงมาที่ร่างของคินน์และริน
"โอ๊ะโอ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สวะคินน์กับนังตัวถ่วงนี่เอง"
เสียงหัวاะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควัน ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะฮันเตอร์ราคาแพงตราสัญลักษณ์กิลด์ 'ฟีนิกซ์เบรกเกอร์' ก้าวออกมาแถวหน้า ใบหน้าของเขายกยิ้มหยันด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด ดวงตากวาดมองไปรอบห้องด้วยความฉงนสนเท่ห์
"ไหนล่ะ... ซากบีสต์โกลีย์แรงก์ A ที่พวกกูตามล่ามาครึ่งวัน? หรือว่าพวกแกแอบขโมยแก่นพลังงานไปซ่อนไว้... หん?"
คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดเอวรินไว้นิ่งๆ สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทีละคนด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า
"พวกแกมาก็ดีแล้วครับ..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่กลับทรงพลังจนทำให้ฮันเตอร์กิลด์ฟีนิกซ์เบรกเกอร์ชะงักไปชั่วขณะ
"แกพูดบ้าอะไรของแกวะไอ้คินน์! คุกเข่าลงแล้วคายแก่นพลังงานออกมาซะ ไม่อย่างนั้น... วันนี้พวกแกได้ศพไม่สวยแน่!" หัวหน้าทีมหน่วยลาดตระเวนตะคอกลั่น ชักดาบเคลือบมานาขึ้นชี้หน้าคินน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว
คินน์ไม่ตอบโต้ด้วยกำลัง เขาเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นมา แตะเบาๆ ที่ข้อมือขวาซึ่งสวมนาฬิกาสมาร์ทวอッチหรูหราเรือนหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบลงในพริบตา
"ผมบอกแล้วไงครับว่า... วันนี้ผมจะมาซื้อกิลด์ของพวกคุณ"
นิ้วเรียวของคินน์แตะลงบนหน้าจอเพื่อยืนยันคำสั่งเสียง
*[ท่านต้องการทำธุรกรรมชำระเงินจำนวน 5,000,000,000 เครดิต เพื่อซื้อกิจการ "กิลด์ฟีนิกซ์เบรกเกอร์" ทั้งหมด ใช่หรือไม่?]*
คินน์กดปุ่ม "ยืนยัน" โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่สีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของพวกมัน พร้อมกับเสียงเครื่องรูดบัตรดิจิทัลที่ดังสะท้อนกังวานไปทั่วทั้งโถงถ้ำ
*ติ๊ด... รูดบัตรผ่านเรียบร้อย ยินดีด้วยครับ ท่านคือเจ้าของคนใหม่*
ฮันเตอร์ไร้ค่ากับวิวัฒนาการเงินตราพลิกโลก•ตอนที่ 2
กำไรก้อนแรกคือชีวิต
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้ค่ากับวิวัฒนาการเงินตราพลิกโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
