"ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้พีท! นั่นสร้อยหลักหมื่นนะเว้ย ไม่ใช่เศษเหรียญบาทในกระเป๋าแม่ค้าส้มตำ!"
เสียงแปร๋นๆ ของ 'ส้มโอ' เพื่อนสนิทไซส์มินิแต่เสียงทรงพลังดังทะลุเสียงเบสกระບึ้มของลำโพงบลูทูธตัวยักษ์ในห้องพักสโมสรนักศึกษา ชวนให้ปวดหัวยิ่งกว่าตื่นมาเจอข้อสอบแคลคูลัสตอนแปดโมงเช้า
ฉัน—เอ๊ย พีท คนนี้กำลังจะบ้าตายอยู่แล้วค่ะ!
มือเรียวขยี้ผมทรงรากไทรย้อมสีชานมของตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลونออกจากเบ้าขณะกวาดสายตามองซากความพินาศรอบตัว พื้นห้องสโมสรตอนนี้เต็มไปด้วยกระดาษลัง ป้ายไวนิล งานเฟรชชี่คณะนิเทศศาสตร์ที่เพิ่งจัดเสร็จสดๆ ร้อนๆ และ... ความว่างเปล่าตรงไหปลาร้า
สร้อยคอมือสองแบรนด์ดัง ห้อยจี้รูปวาฬฝังเพชรเม็ดจิ๋วที่ระยิบระยับบาดใจ... มันหายไปแล้วค่ะ!
"ก็กูไม่ได้ตั้งใจทำหายป่ะวะ!" ฉันโวยวายกลับเสียงดังไม่แพ้กัน สะบัดมือเร้าเร้าด้วยความลนลานจนกำไลพลาสติกในมือแทบหลุด "ตอนเต้นคัฟเวอร์เพลงเกาหลีต้อนรับรุ่นพี่วิศวะฯ รอบสุดท้าย เหงื่อมันท่วมคอไง สายมันคงเกี่ยวกับเสื้อฮู้ดแล้วก็ปลิวหายไปไหนไม่รู้... ฮืออออ ทำไงดีวะมึง แม่ฆ่ากูแน่! สร้อยเส้นนั้นกูแอบเอาของพี่สาวมาใส่โชว์สาวแท้ๆ นะเว้ย!"
"สมน้ำหน้า!" 'ข้าวโอ๊ต' ตัวชงประจำกลุ่มยื่นหน้าเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มพริ้มเพรา มือเรียวไถโทรศัพท์มือถือหน้าตาเฉย "บอกให้เลิกแอ๊บไฮโซใส่เด็กปีหนึ่งตั้งแต่แรกก็ไม่ฟัง สมควรโดนแม่ฟาดด้วยก้านมะยมค่ะคุณชายพีท"
"ไอ้ข้าวโอ๊ต! มึงนี่มันเพื่อนทรยศ!" ฉันถลึงตาใส่เพื่อนรักจนแทบจะกินหัว ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ เอามือกุมขมับ พยายามเค้นสมองนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนให้เร็วที่สุด
ในงานต้อนรับน้องใหม่คณะนิเทศฯ และวิศวะฯ ที่จัดร่วมกันเมื่อกี้ คนเบียดเสียดกันแน่นขนัดเหมือนปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ จำได้รางๆ ว่าตอนที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่หน้าเวที มีรุ่นพี่ตัวสูงใหญ่คนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามาดึงแขนฉันไว้เพื่อหลบทางให้พวกสตาฟฟ์แบกโต๊ะจีน
ตอนนั้น... ร่างสูงๆ นั่นก้มหน้าลงมามองฉันด้วยสายตานิ่งๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากนิดๆ แบบที่ชวนให้หมั่นไส้ที่สุดในสามโลก...
*“เต้นระวังหน่อยสิเด็กน้อย ระวังของรักของหวงจะหล่นหายนะ”*
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทแว่วเข้ามาในความทรงจำ ฉันสะดุ้งเฮือกทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกสามเท่า
ชิบหายแล้ว...
หรือว่าตอนนั้น...
“มึง... แก๊งวิศวะฯ” ฉันพึมพำออกมาเสียงสั่น มือคว้าแขนส้มโอไว้แน่น "กูจำได้ละ... พี่วาฬ! รุ่นพี่ปีสามตัวตึงคณะวิศวะฯ คนนั้นแหละที่เข้ามาประชิดตัวกูตอนเพลงท่อนฮุก!"
“กรี๊ด! พี่วาฬ สถาปัตย์... เอ๊ย วิศวะคนนั้นเนี่ยนะ!” ส้มโอหวีดร้องเสียงหลง ตาเป็นประกายระยิบระยับลืมเรื่องสร้อยหายไปชั่วขณะ "ผู้ชายอะไรโคตรแด๊ดดี้ โคตรไมโครเวฟเดินได้ สายตาตอนเขามองมึงเมื่อกี้คือน้องคะพี่อยากกลืนกินหนูทั้งตัวแล้วค่ะแม่!"
"ไมโครเวฟบ้าบออะไรล่ะมึง! นั่นมันเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ชัดๆ!" ฉันโวยวายลั่นห้อง "ปากหมา กวนประสาท ชอบแกล้งกูอยู่เรื่อย! แถมยัง... ฮึย! เกลียดนัก!"
“เกลียดอะไรแปลว่าอย่างนั้นนะคะคุณชาย” ข้าวโอ๊ตแซะเบาๆ พร้อมกับยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือเข้ามาใกล้หน้าผากฉัน “นี่... ดูนี่ซะก่อน ก่อนที่มึงจะด่ารุ่นเขาไปมากกว่านี้”
ฉันก้มมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด แต่แล้วลมหายใจก็สะดุดกึก ตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้เป็นหิน
บนหน้าจอแอปพลิเคชันยอดฮิตของมหาลัย มีกระทู้ฮอตติดเทรนด์อันดับหนึ่ง พร้อมรูปถ่ายความคมชัดระดับ HD ของผู้ชายร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่า กำลังยืนพิงเสาโรงอาหาร ยิ้มมุมปากร้ายๆ
และที่สะพรึงยิ่งกว่า... ในมือเรียวยาวของเขากำลังคีบ 'สร้อยรูปวาฬ' ของฉันขึ้นมาส่องเล่นกับแสงแดดอย่างสบายใจเฉิบ!
แถมแคปชันใต้ภาพยังเด็ดดวงจนแทบกระอักเลือด:
*[ตามหาเจ้าของสร้อยน้องวาฬตัวน้อย... ทำตกไว้แถวๆ หน้าเวทีนิเทศฯ มารับคืนกับพี่ได้ที่โรงช็อปวิศวะ ภายในเที่ยงนี้ ไม่งั้นพี่จะเอาไปจำนำแล้วซื้อเหล้าเลี้ยงเด็กๆ นะครับ : P]*
"ไอ้... ไอ้พี่วาฬโรคจิต!" ฉันคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด กำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
"อุ๊ย แรงมากแม่!" ส้มโอเอามือปิดปาก หัวเราะคิกคักชอบใจ "เขาประกาศทวงตัว เอ๊ย ทวงของขนาดนี้แล้ว มึงต้องรีบสปีดเท้านรกแตกไปหาเขาแล้วล่ะพีท ไม่งั้นสร้อยหลักหมื่นของมึงได้กลายเป็นขวดเบียร์ลีโอแน่ๆ!"
"เออ! ไปก็ไปวะ กลัวที่ไหนเล่า!" ฉันกัดฟันกรอด สะบัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้สะพายหลังเตรียมพุ่งตัวออกจากห้องสโมสรด้วยความฮึกเหิม
ทว่า... ในจังหวะที่ก้าวขาออกไปได้เพียงก้าวเดียว หน้าจอโทรศัพท์ในมือของฉันก็สั่นครืดขึ้นมาเสียงดังสนั่น
ปรากฏข้อความแชตจากบัญชีไลน์ที่ไม่ได้เมมเบอร์ชื่อ แต่มีรูปโปรไฟล์เป็นภาพหางวาฬสีน้ำเงินเข้มท่ามกลางคลื่นทะเล ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะชีวิตพอดิบพอดี
*[whale_w: เดินออกมาจากตึกนิเทศฯ แล้วมองไปที่ใต้ต้นราชพฤกษ์หน้าตึกสิครับเด็กน้อย... พี่มารับ "เจ้าของสร้อย" ด้วยตัวเองแล้วนะ]*
ฉันชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความตกใจ รีบหันขวับไปมองนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่ทอดMองลงไปยังลานจอดรถด้านล่างทันที
ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะปลดกระดุมบนสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและลำคอแกร่งกำลังยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันโต ทรงผมเซ็ตยุ่งอย่างตั้งใจ ใบหน้าคมคายสวมแว่น,สายตาดุคมคู่นั้นกำลังแหงนมองขึ้นมาตรงหน้าต่างห้องสโมสรพอดีเป๊ะ!
แถมเขายังยกโทรศัพท์แนบหู พร้อมกับส่งยิ้มร้ายกาจขึ้นมาให้ฉัน... ผ่านกระจกบานที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้!
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที•ตอนที่ 1
สร้อยหลักหมื่น กับเด็กปีหนึ่งหลักโง่
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกทำตัวเป็นไมโครเวฟเดินได้สักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!