รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 1

ความว่างเปล่าในเช้าวันใหม่

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ชื่อของคุณ คือศิลา... และคุณกำลังจะลืมมันไปตลอดกาล” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาท มันหนักอึ้งราวกับถูกฝังทับด้วยคอนกรีต ศิลากระชากลมหายใจเข้าปอดจนตัวโยน เขาลืมตาขึ้นมาพบเพียงความมืดมิดที่ฉาบไล้ด้วยสีเทาหม่นของเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะผิดปกติราวกับกำลังพยายามตอกย้ำว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่าในสมองกลับว่างเปล่าสนิท ราวกับมีใครบางคนควักเอาชิ้นส่วนความทรงจำทั้งหมดของเขาออกไปวางทิ้งไว้บนพื้นห้องอย่างไรอย่างนั้น เขาพยายามขยับตัว กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นกระดาษเก่าๆ โชยเข้าจมูก ศิลาพลิกกายลงจากเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า สัมผัสที่เท้าเปล่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง มือของเขาปัดไปโดนวัตถุบางอย่างบนโต๊ะข้างเตียง มันคือสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่รอยเย็บเริ่มหลุดลุ่ย เมื่อเปิดออก ลายมือที่ปรากฏบนหน้ากระดาษไม่ใช่ลายมือของเขาอย่างแน่นอน แต่มันกลับตวัดตัวอักษรอย่างรีบร้อนและรุนแรง จนปลายปากกาเจาะทะลุกระดาษในบางจุด *‘อย่าพยายามจำสิ่งที่เป็นของผู้อื่น เพราะมันจะฆ่าคุณจากภายใน’* ศิลาขมวดคิ้วแน่น ความปวดร้าวแล่นพล่านขึ้นมาที่ขมับราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาไม่ใช่คนในห้องนี้ เขารู้สึกได้ถึงสัญชาตญาณที่ตะโกนก้องว่านี่คือ ‘สถานที่หลบภัย’ ไม่ใช่บ้าน เขามองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ชายในกระจกมีดวงตาที่ว่างเปล่า เงาสะท้อนของคนที่เขาไม่รู้จักกลับจ้องมองเขากลับมาด้วยความหวาดระแวง เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตัวเอง แต่เขาเป็นคนแปลกหน้าที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อในกระจก “ใคร...” เขาเค้นเสียงออกมา เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของคนที่เพิ่งตื่น แต่มันคือเสียงของคนที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่าง ขณะที่เขากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อทำความเข้าใจกับภาพสะท้อนนั้น เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอก็ดังขึ้นสามครั้ง มันไม่ใช่การเคาะที่แสดงถึงความเร่งรีบ แต่มันคือการประกาศอำนาจ ศิลาหยุดนิ่ง สัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขากลั้นหายใจ “คุณศิลาครับ... ผมรู้นะว่าคุณตื่นแล้ว” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันเป็นเสียงที่ศิลารู้สึกเกลียดชังเข้ากระดูกดำ ทั้งที่เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพบชายคนนี้ที่ไหน “การลบความทรงจำในขั้นตอนสุดท้ายมักจะทิ้ง ‘เศษเสี้ยว’ เอาไว้เสมอ แต่น่าเสียดาย... ที่เศษเสี้ยวเหล่านั้นมักจะพาเจ้าของของมันไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง” ศิลาคว้าไดอารี่เล่มนั้นมากอดไว้แน่น หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาเริ่มไหลบ่าเข้ามาเป็นภาพที่ตัดสลับอย่างรุนแรง ภาพของห้องแล็บสีขาวโพลน เสียงเครื่องจักรที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง และใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สะอาดตาที่กำลังยิ้มเยาะเขา นั่นคือ ดร. อคิน ความโกรธแค้นที่ไม่รู้ที่มาปะทุขึ้นในอก ศิลาถอยหลังไปจนชิดผนัง มือของเขาควานหาอาวุธรอบตัว แต่กลับพบเพียงปากกาหมึกซึมหนึ่งด้ามที่เหน็บอยู่ข้างสมุดไดอารี่ “คุณคิดว่าคุณเป็นใครกันแน่ครับ?” ดร. อคินถามต่อ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความสนุกสนาน “เป็นชายที่ตื่นมาพร้อมกับสมุดไดอารี่ที่เขียนขึ้นโดยคนตาย หรือจะเป็นเพียงภาชนะที่ผมกำลังจะนำความทรงจำใหม่ใส่ลงไปแทนที่สิ่งที่เน่าเฟะพวกนั้น?” ศิลาไม่ตอบ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ความว่างเปล่าในหัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดที่แหลมคม เขามองเห็นภาพรินรดา—หญิงสาวที่มีดวงตาสีเทาหม่น—เธอกำลังกุมมือเขาในความมืด พร้อมกับกระซิบคำสั่งสุดท้ายที่ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึกของเขา ‘อย่ามอบกุญแจให้เขาเด็ดขาด... ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่เหลืออยู่’ เขาก้มลงมองมือตัวเอง แล้วต้องสะดุ้งสุดตัว รอยสักรูปตัวเลข ‘ศูนย์’ ปรากฏชัดเจนบนข้อมือขวา ทั้งที่เมื่อครู่เขามั่นใจว่าผิวหนังตรงนั้นยังคงเกลี้ยงเกลา เสียงกลอนประตูถูกปลดล็อกดัง *แกร๊ก* ช้าๆ อย่างจงใจ ศิลาขยับตัวไปหลบหลังบานประตู หัวใจเขาเต้นแรงจนเกือบจะหยุดหายใจ เมื่อบานประตูค่อยๆ แง้มออก แสงสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นรองเท้าหนังขัดเงาที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น “ผมให้เวลาคุณเลือกนะครับ...” ดร. อคินเอ่ยพลางย่างสามขุมเข้ามาในห้อง “จะยอมจำนนด้วยดี หรือจะให้ผมลบคุณออกไปจากระบบตั้งแต่วินาทีนี้เลย” ศิลาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ปะทุขึ้นมาใหม่ เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อที่จำไม่ได้ว่าตัวเองคือใคร แต่เขากำลังรับรู้ว่าเขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามที่เขายังไม่เข้าใจกฎกติกาด้วยซ้ำ เขารวบรวมสมาธิ พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนในจังหวะที่ดร. อคินเผลอ ทว่าในวินาทีที่เขาจะปะทะกับศัตรู ร่างกายของเขากลับทรุดฮวบลงกับพื้นเหมือนตุ๊กตาที่ถูกตัดสายชัก ความทรงจำใหม่พุ่งเข้ามาแทนที่ความทรงจำเดิมอย่างรุนแรงจนเขาต้องกรีดร้อง ภาพสุดท้ายที่ศิลาเห็นก่อนสติจะหลุดลอยไป คือรินรดาที่ยืนอยู่เบื้องหลังดร. อคิน เธอไม่มีร่องรอยของความเสียใจในแววตา เธอเพียงแค่ขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงออกมา *‘ขอโทษนะศิลา... นายเป็นแค่ตัวทดลองที่ล้มเหลว’* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความว่างเปล่าร่วมกันกับผมในตอนแรกนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%