“หยุดมือเสียเถอะ เพราะต่อให้คุณตัดกระแสไฟได้สำเร็จ สิ่งที่คุณพยายามจะทำลาย มันก็พังทลายลงไปตั้งแต่ที่คุณตัดสินใจเลือกจะลืมผมแล้ว”
เสียงของศิลาดังก้องขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำชะล้าง เขาไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดินปกติ แต่เขากำลังยืนอยู่บนซากปรักหักพังของความทรงจำที่แตกสลาย ร่างของชายปริศนาตรงหน้าที่เขารู้ดีว่าคือ 'ดร.อคิน' ในรูปแบบของภาพฉายทางจิต กำลังชะงักมือที่เอื้อมไปแตะแผงควบคุมระบบประสาทส่วนกลางของเขา
อคินไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแค่นหัวเราะ เสียงนั้นแห้งแล้งและเย็นเยียบจนน่าขนลุก “ศิลา... นายยังคงเป็นคนประเภทที่ยึดติดกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน นายคิดว่าความทรงจำคือสมบัติ แต่สำหรับฉัน มันคืออาวุธที่ใช้เชือดเฉือนคนที่โง่เขลาที่สุดในโลกใบนี้ให้ยอมจำนน”
ศิลาขยับกาย กลิ่นอายของความเจ็บปวดจากการถูกดึงรั้งจิตวิญญาณออกมาจากโลกเสมือนจริงโชยเข้าปะทะจมูก เขาเห็นรอยร้าวบนฟากฟ้าของจิตใจตัวเอง รอยร้าวนั้นไม่ได้เกิดจากการตัดไฟ แต่มันเกิดจาก 'ความผิดพลาด' ครั้งใหญ่ที่เขาเคยก่อเอาไว้—ความผิดพลาดที่เขาพยายามลบมันทิ้งด้วยการจารึกความทรงจำปลอมซ้อนทับลงไป
ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าก็บิดเบี้ยว หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น รินรดา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แววตาของเธอไม่ใช่แววตาของหญิงสาวที่เขารู้จัก แต่มันเป็นแววตาของใครบางคนที่กำลังถือมีดเล่มเล็ก ปักลงบนอกของเขาซ้ำๆ ในความทรงจำที่เขาสั่งให้ลืมไปเสียสนิท
“นี่คือสิ่งที่คุณเลือกจะลืมใช่ไหม ศิลา?” รินรดาในภาพหลอนเอ่ยขึ้น เสียงของเธอนุ่มนวลทว่าบาดลึก “คุณคิดว่าการสร้างปมใหม่ขึ้นมาจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากความผิดบาปที่ฆ่าคนรักของคุณไปได้หรือเปล่า”
ศิลาทรุดเข่าลง ความทรงจำที่ไม่สมประกอบถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขาเห็นภาพตัวเองในห้องทดลองปิดตาย มือที่เปื้อนคราบสีแดงเข้ม เสียงกรีดร้องที่ถูกแช่แข็งอยู่ในความเงียบงัน มันไม่ใช่ภาพหลอนที่อคินสร้างขึ้น แต่มันคือ 'รอยจารึก' ที่แท้จริงของเขาที่เขากลบฝังไว้ใต้ชั้นหมอกแห่งความลวง
“นายเห็นหรือยัง ศิลา” เสียงของอคินดังขึ้นเบื้องหลัง น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความสมเพช “ตัวตนที่นายพยายามสร้างขึ้นมาให้ดูสูงส่งและน่าสงสาร แท้จริงแล้วก็แค่ฆาตกรที่ขี้ขลาดที่สุดเท่าที่เมมโมเรียเคยผลิตขึ้นมา นายไม่ได้ถูกฉันควบคุม นายแค่กำลังหนีจากตัวเอง”
ศิลาสูดลมหายใจลึก เขาพยายามตั้งสติ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงในหัวสมอง เขาหลับตาลง ภาพลักษณ์ของสุภาพบุรุษผู้เย็นชาที่เขาสวมบทบาทมาตลอดเริ่มสั่นคลอน แต่เขารู้ดีว่าหากเขาพ่ายแพ้ต่อความจริงนี้ จิตของเขาจะแตกสลายไปตลอดกาล
“ผมอาจจะเป็นฆาตกรอย่างที่คุณว่า...” ศิลาลืมตาขึ้น แววตาที่เคยหม่นหมองกลับลุกโชนด้วยความดุดัน “แต่ในฐานะฆาตกร ผมก็รู้ดีที่สุดว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะปิดฉากละครฉากนี้เสียที”
เขาลุกขึ้นยืน รวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าสู่จุดศูนย์กลางของจิต จิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้เป็นเพียงห้องเก็บความทรงจำที่รอวันพังทลายอีกต่อไป แต่มันคือ 'กรงขัง' ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกักขังอคินเอาไว้ด้วยเช่นกัน เขาตัดสินใจใช้วิธีที่บ้าคลั่งที่สุด คือการดึงความผิดพลาดทั้งหมดเข้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่ง ไม่พยายามลบ ไม่พยายามหนี แต่ยอมรับความอัปลักษณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา
ความมืดมิดรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือน เสียงเตือนภัยจากโลกภายนอกดังเข้ามาแทรกผ่านม่านหมอก เครื่องเชื่อมต่อจิตส่งเสียงหวีดแหลมราวกับจะระเบิดออก อคินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าพลังงานที่เขากำลังดูดกลืนอยู่นั้น เปลี่ยนสภาพเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการตัวเขาไว้
“แกทำอะไรลงไป! จิตแกจะรับแรงสะท้อนไม่ไหวหรอก!” อคินคำรามด้วยความตื่นตระหนก
“ความทรงจำคือพันธนาการ...” ศิลาแค่นยิ้ม มุมปากมีเลือดซึมออกมาจากการฝืนใช้พลัง “และถ้าผมต้องพังทลาย คุณก็ต้องติดอยู่ในซากปรักหักพังนี้ไปกับผมด้วย... ดร.อคิน”
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ เสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดกลับดังขึ้นจากมุมมืดที่ศิลาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน มันเป็นเสียงกดแป้นพิมพ์ที่หนักแน่นและเยือกเย็น ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงา เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ศิลาต้องหยุดชะงักจนหัวใจแทบหยุดเต้น
คนผู้นั้นคือตัวเขาเอง—ศิลาอีกคน ที่มีแววตาอำมหิตกว่าหลายเท่าตัว
“น่าเสียดายนะศิลา... นายลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่เป็น 'ต้นแบบ' ของความทรงจำทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ทั้งนาย และไม่ใช่ทั้งอคิน แต่เป็นฉันที่ยืนมองพวกนายเล่นละครกันมาตลอด”
ร่างเงาในกระจกเงาเขยิบเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำลายทุกความเชื่อมั่น “ถ้าฉันคือคนดึงปลั๊กไฟออกเสียเอง นายคิดว่าความทรงจำที่เหลืออยู่ของนาย... จะยังมีค่าอะไรให้จดจำอีกงั้นหรือ?”
สิ้นคำพูดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ระเบิดออกในสมองของศิลา โลกทั้งใบมืดดับลงในพริบตา พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเขาเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกแห่งความทรงจำมากับผมจนถึงตอนนี้ครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 41
ความทรงจำคือพันธนาการ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกที่เลือนหายในสายหมอกแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!