“คุณกำลังทำลายโครงสร้างความจริงของฉัน รินรดา หรือแค่พยายามจะบอกว่าตึกที่ออกแบบด้วยความสมบูรณ์แบบนี้... มีเนื้องอกข้างใน”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาลดังมาจากด้านหลัง รินรดาหยุดชะงักมือที่กำลังกดสว่านไฟฟ้าลงบนแนวรอยแยกของผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก เธอไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงคือใคร กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไอของกระดาษเอกสารและอำนาจที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ—ปารมี นักบริหารสาวผู้เป็นดั่งกำแพงหินที่ไม่มีวันทลายลงได้ง่ายๆ
รินรดาถอนหายใจยาว ปล่อยเครื่องมือในมือลงบนพื้นคอนกรีตขรุขระ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคู่คมที่จ้องมองมายังเธออย่างประเมิน
“คนทั่วไปอาจเรียกว่าความสมบูรณ์แบบค่ะคุณปารมี แต่ในฐานะสถาปนิก ฉันเรียกมันว่า ‘หน้ากาก’... ยิ่งฉาบปูนให้หนาเท่าไหร่ สิ่งที่เน่าเฟะข้างในก็ยิ่งเก็บความลับได้นานขึ้นเท่านั้น” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือเรียวถอดถุงมือกันฝุ่นออกอย่างใจเย็น
ปารมีก้าวเข้ามาในโซนพื้นที่ก่อสร้างที่ถูกปิดตาย แสงไฟสลัวจากสปอร์ตไลท์สนามฉายให้เห็นเงาที่ทอดยาวของทั้งคู่ทับซ้อนกันบนผนังสีขาวที่ดูเหมือนจะไร้รอยตำหนิ หากแต่สำหรับรินรดา มันคือผืนผ้าใบที่กำลังตะโกนบอกความผิดปกติผ่านรอยร้าวขนาดเล็กที่แทรกซึมอยู่ตามแนวเสาหลัก
“สิบปีที่แล้วอาคารนี้เคยเกิดเรื่องอื้อฉาว และคุณก็รู้ดีว่าทำไมฉันถึงไม่ต้องการให้ใครมาขุดคุ้ย ‘ศพ’ ที่ฝังอยู่ในชั้นใต้ดินนี้ขึ้นมาอีก” ปารมีก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมา เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองไปที่รอยแยกบนผนังก่อนจะแค่นยิ้ม “คุณกำลังเล่นกับไฟรินรดา และถ้าตึกนี้พังลงมา ความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกอยู่ที่คุณ... ไม่ใช่ฉัน”
“ถ้าฉันไม่ขุด ความจริงก็จะตายไปพร้อมกับซากปรักหักพังค่ะ” รินรดาตอบ สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลดละ “และการที่คุณมายืนขวางอยู่ตรงนี้ แทนที่จะปล่อยให้ฉันทำงานตามหน้าที่... นั่นหมายความว่า ‘ความลับ’ ที่ว่านั่น มันใหญ่พอที่จะทำให้เก้าอี้ของคุณสั่นคลอนได้เลยใช่ไหมคะ?”
บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนเหมือนอากาศเบาบางลง ปารมีนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา เป็นยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับเหยื่อที่กล้าท้าทาย
“ตามใจคุณ” ปารมีผละออกไป กลิ่นน้ำหอมของเธอจางหายไปพร้อมกับความกดดันที่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด “แต่จำไว้ว่า... บางสิ่งที่ถูกฝังไว้ ยิ่งขุดขึ้นมาดู มันอาจจะไม่ได้ให้คำตอบที่คุณต้องการ แต่มันจะกลายเป็นบ่วงที่รัดคอคุณจนดิ้นไม่หลุด”
รินรดาไม่สนใจคำเตือนนั้น เธอหยิบสิ่วเหล็กขึ้นมาอีกครั้ง เล็งไปยังจุดตัดของรอยร้าวที่เธอคำนวณไว้ในหัวด้วยหลักวิศวกรรมโครงสร้าง ความสั่นสะเทือนจากการเคาะครั้งแรกส่งผ่านฝ่ามือเข้าสู่กระดูกสันหลัง เสียงปูนแตกออกจากกันดังสนั่นในพื้นที่ปิดตาย กลิ่นอับชื้นของดินและคราบสนิมโชยออกมาทันทีที่เศษคอนกรีตชิ้นใหญ่ออกจากช่องว่างนั้น
เธอส่องไฟฉายเข้าไปในช่องว่างที่เพิ่งเปิดออก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเมื่อแสงไฟไปกระทบกับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังโครงสร้างเหล็ก มันไม่ใช่เหล็กเส้น ไม่ใช่เศษขยะจากการก่อสร้าง แต่มันคือแผ่นโลหะบางอย่างที่มีรอยสลักสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคย... สัญลักษณ์ของตระกูลปารมีเมื่อสิบปีก่อน
รินรดาเอื้อมมือเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นจัดของแผ่นโลหะนั้น เธอค่อยๆ ดึงมันออกมา และในวินาทีที่แสงไฟสะท้อนเข้ากับวัตถุชิ้นนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ได้มีแค่คนเดียวก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินมืดมิดด้านหลัง
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของปารมี... และดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอเพิ่งขุดออกมา จะทำให้ 'เจ้าของ' ตัวจริงของอาคารนี้รู้ตัวแล้วว่าความลับที่ถูกฝังไว้ได้ถูกเปิดเผย
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กุมวัตถุในมือไว้แน่น ความเย็นของโลหะที่ซึมผ่านถุงมือให้ความรู้สึกเหมือนรอยกระสุนที่ประทับลงบนผิวหนัง เธอไม่ได้อยู่ในตึกนี้เพียงลำพังอีกต่อไป และในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ รินรดาก็ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ จากปลายสายลมที่พัดผ่านรอยร้าวบนผนัง...
“คุณควรจะหยุดตั้งแต่วินาทีที่เห็นรอยร้าวนั่นแล้ว สถาปนิกไร้เงา”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับภายใต้รอยร้าวในครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
โรสแมรี่พิษ
สถาปนิกไร้เงากับภารกิจกู้ซากความทรงจำ•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนผนังสีขาว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับภารกิจกู้ซากความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
