"ถอยหลังสามก้าว... ทิศทางลมเปลี่ยนองศาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเจ็ดจุดห้าองศา ถ้าเรายังก้าวไปข้างหน้าอีกแค่ก้าวเดียว แรงกดจากสายนิรภัยที่ถูกดัดแปลงตรงพื้นคอนกรีตตรงนั้นจะส่งสัญญาณเตือนไปยังห้องควบคุมหลักทันทีครับ"
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่น and เด็ดเดี่ยวของคินดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างเขตท่าเรือ ความเย็นเฉียบของค่ำคืนนี้ไม่ได้มาจากสายลมที่พัดผ่านจากอ่าวเบื้องนอก หากแต่มาจากไอสังหารที่แผ่ซ่านมาจากเงื้อมเงาของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาปิดล้อมพวกเขาทีละน้อย
อาจารย์รินชะงักฝีเท้าลงทันทีตามคำเตือน ดวงตาคู่สวยภายใต้เงาหมวกฮู้ดกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ประสบการณ์การต่อสู้และสัญชาตญาณดิบของเธอบอกชัดเจนว่า ตอนนี้สถานการณ์ได้พลิกผันจาก ‘ผู้ล่า’ กลายเป็น ‘ผู้ถูกไล่ล่า’ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว แม้ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาที่คมกริบราวกับใบมีด
"นายสังเกตเห็นตัวกระจายสัญญาณความถี่ต่ำนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ คิน?" เสียงของเธอราบเรียบแต่นุ่มนวลพอที่จะเรียกสติของชายหนุ่มให้กลับมาโฟกัสกับปัจจุบัน
"ตั้งแต่ตอนที่ระบบ *Insight Eye* ของผมกะพริบเตือนเป็นแสงสีแดงเรื่อๆ ที่มุมขวาของลานสายตาเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ... วัตถุชิ้นนั้นไม่ใช่กล้องวงจรปิดธรรมดา แต่มันคือเครื่องสแกนชีวมิติที่ใช้คลื่นไมโครเวฟตรวจจับความร้อนและอัตราการเต้นของหัวใจ คนที่วางแผนเรื่องนี้ไม่ได้แค่อยากจับตัวเรา แต่พวกมันต้องการต้อนเราให้จนมุมเหมือนหนูในกรง เพื่อทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ขององค์กร"
คินขยับแว่นตาเล็กน้อย สมองของเขาประมวลผลข้อมูลนับร้อยชุดต่อวินาที เสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนก้องกึกจากด้านนอกไม่ได้มีแค่คู่เดียว มันมีอย่างน้อยห้าถึงหกคน และแต่ละคนต่างก็เคลื่อนไหวด้วยยุทธวิธีทางทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ไม่มีเสียงฝีเท้าที่สะเปะสะปะ ไม่มีช่องโหว่ในการเดินขบวน ทุกย่างก้าวถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อปิดตายทุกเส้นทางหนี
ตึง!
เสียงโลหะกระแทกันจากชั้นลอยด้านบนเรียกให้ทั้งคู่ต้องแนบหลังติดกับเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก คินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น แต่มือทั้งสองข้างกลับนิ่งสนิทอย่างไร้ที่ติ นี่ไม่ใช่เกมไขปริศนาในห้องเรียนหรือคดีฆาตกรรมทั่วไปตามหน้าหนังสือพิมพ์อีกต่อไปแล้ว นี่คือสนามรบจริงที่เดิมพันด้วยลมหายใจ
"อาจารย์ครับ ทางออกฉุกเฉินทางทิศใต้ถูกล็อกด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าแรงดันสูง ถ้าเราจะฝ่าออกไปทางนั้น ต้องใช้เวลาถอดรหัสอย่างน้อยสี่นาที ซึ่งเราไม่มีทางมีเวลามากขนาดนั้นแน่ๆ ครับ" คินวิเคราะห์พลางกวาดสายตามองไปรอบตัวผ่านมุมมองของระบบ *Insight Eye* ที่แสดงเส้นแสงสีฟ้าจำลองโครงสร้างอาคาร
"ถ้าไม่มีทางออก... เราก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่" อาจารย์รินเอ่ยขึ้นเบาๆ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบมีดสั้นเล่มโปรดออกจากซองหนังที่ต้นขา แววตาสะท้อนความดุดันที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดอาจารย์ผู้เคร่งขรึม "นายคอยคำนวณมุมและจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกมัน ส่วนเรื่องเคลียร์ทาง... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
"เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์! การพุ่งชนตรงๆ เป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยงเกินไป โอกาสสำเร็จมีไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ..."
"คิน" อาจารย์รินหันมามองเขา ดวงตาสื่อความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำให้ชายหนุ่มต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ "บางครั้ง การสืบสวนไม่ได้จบลงด้วยการหาหลักฐานเสมอไป... แต่เป็นการบังคับให้คนร้ายเปิดเผยไพ่ใบสุดท้ายออกมาต่างหาก นายเชื่อใจฉันไหม?"
คำถามนั้นไม่ใช่คำถามเชิงปรัชญา แต่มันคือการเดิมพันที่คินต้องเลือกในเสี้ยววินาที
ชายหนุ่มเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ "เข้าใจแล้วครับ... ระวังตัวด้วยนะครับอาจารย์ พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา"
สิ้นเสียงของคิน อาจารย์รินก็พุ่งทะยานออกไปจากเงาเสาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาห์ แรงระเบิดเบาๆ จากควันพรางตัวที่เธอกว้างลงพื้นทำให้โกดังทั้งหลังถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีขาวทึบ ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องและการปะทะกันของคมอาวุธก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามด้วยความตกใจของเหล่าผู้บุกรุก
คินไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้ช่วงชุลมุนนี้ในการดึงแท็บเล็ตออกมาเชื่อมต่อกับระบบควบคุมโครงข่ายไฟฟ้าของโกดัง นิ้วเรียวยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์เสมือนอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความเบี่ยงเบนความสนใจ ระบบไฟสำรองทั้งหมดถูกสั่งให้ทำงานเกินพิกัดเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าลัดวงจรในจุดที่พวกมันกำลังดักซุ่มอยู่
เปรี๊ยะ! ปัง!
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางความมืด ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้บุกรุกคนหนึ่งที่โดนกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าอย่างจัง คินลุกขึ้นยืนเตรียมวิ่งตามทิศทางที่อาจารย์รินแยกตัวออกไป แต่ทว่า...
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนภัยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยดังขึ้นมาก่อนในระบบปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงเตือนการบุกรุกทั่วไป แต่มันคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบ *Insight Eye* ที่อัปเกรดตัวเองอย่างกะทันหันจนหน้าจอสีฟ้าตรงหน้าสั่นกระเพื่อม
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นสัญญาณชีวมิติที่ไม่รู้จักในรัศมี 10 เมตราบes]
[ระดับความอันตราย: SSS]
[คำเตือน: เป้าหมายมิใช่หน่วยรบขององค์กร แต่เป็นบุคคลที่มีรหัสพันธุกรรมเชื่อมโยงกับ "ปมปริศนาในอดีตของคุณ"]
คินชะงักฝีเท้า หัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมตึก เบื้องหน้าแสงไฟกะพริบจากเปลวเพลิงที่กำลังลามเลียโครงสร้างเหล็ก
เงาร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากโลหะลวดลายแปลกประตา แต่สิ่งที่ทำให้คินแทบไม่กล้าหายใจ คือวัตถุในมือของบุคคลปริศนาผู้นั้น... มันคือเข็มกลัดประจำตัวของพ่อเขา หายนะที่ควรจะถูกฝังกลบไว้ในอดีตเมื่อสิบปีก่อน
"เก่งมาก... เจ้าหนู นายเดินมาถึงจุดที่ฉันรอคอยจนได้นะ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้นราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ก่อนที่บุคคลปริศนาจะยกมือขึ้นปลดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้คินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนคินกับอาจารย์รินมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 38
การสืบสวนที่กลายเป็นการล่า
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!