คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ•ตอนที่ 39

หลบซ่อนตัวในที่ที่ปลอดภัยที่สุด

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
"นายคิดจริงๆ หรือว่าหมากบนกระดานนี้... มีแค่ฉันกับนายสองคน?" เสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานอยู่ในห้องโถงกว้างของบ้านพักตากอากาศริมผาของริน ไม่ได้ทำให้คินรู้สึกตกใจเท่ากับโครงหน้าและแววตาของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในยามนี้ ดวงตาคู่นั้น... ใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นจางๆ จากอุบัติเหตุในอดีต รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันแต่นิ่งสงบ ราวกับกำลังมองดูเด็กน้อยพยายามต่อเลโก้ชิ้นสุดท้าย ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือความจริงที่ตบหน้าคินอย่างจังจนชาไปทั้งแถบ "คุณ... เป็นไปไม่ได้ ทำไมถึง..." คินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือขวาเผลอเอื้อมไปแตะกระเป๋าเสื้อด้านในที่มีอุปกรณ์สืบสวนและเครื่องมือฉุกเฉิน หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ระบบ 'Insight Eye' ในดวงตาซ้ายสั่นระริก ข้อมูลตัวเลขและค่าสถานะสีแดงฉานพรั่งพรูขึ้นมาในหัวจนพร่ามัว แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวเลขเหล่านั้น มันคือชื่อและสถานะของบุคคลตรงหน้าที่ระบบเพิ่งประมวลผลเสร็จสิ้น *เป้าหมาย: บุคคลระดับผู้บริหารเงา / ความอันตราย: ระดับ SSS* "แปลกใจมากสินะคิน?" ชายผู้สวมหน้ากากปริศนาเมื่อครู่—ซึ่งตอนนี้เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้ว—ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้สนปาร์เกต์ดัง 'ก๊อก แก๊ก' เป็นจังหวะที่กดดันประสาทสัมผัสทุกส่วน "มนุษย์เรามักจะมองหาความปลอดภัยในสถานที่ที่คิดว่าไม่มีใครเข้าถึงเสมอ เหมือนกับที่เธอเลือกบ้านพักตากอากาศหลังนี้ของรินเป็นที่หลบภัย... แต่เธอลืมไปหรือเปล่า ว่ารินเองก็เป็นคนของที่นี่ตั้งแต่แรก" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ คินหันขวับไปมองอาจารย์รินที่ยืนอยู่ไม่ไกล หญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แววตาคู่คมกริบมองตรงไปยังชายผู้นั้นด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว ไม่มีเสียงอุทาน ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการทรยศ—มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคลี่คลายตัวมันเอง "อาจารย์..." คินพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกผิดหวังและสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก "อาจารย์รู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหมครับ?" รินถอนหายใจเบาๆ เสียงถอนหายใจที่ยาวนานราวกับแบกรับภาระมานับทศวรรษ เธอปรายตามองคินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับชายผู้เป็นปริศนา "ฉันไม่ได้รู้ทุกเรื่องหรอกคิน..." รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล "แต่ฉันรู้ว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ แกะรอยสุนัขล่าเนื้ออย่างนาย ก็ไม่มีทางล่อให้ 'ท่านประธาน' ออกมาจากรังลับได้หรอก" *เปรี้ยง!* ราวกับมีค้อนยักษ์ทุบลงที่ศีรษะของคิน ความจริงทั้งหมดถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันในเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่คดีแรกจนถึงปัจจุบัน การเคลื่อนไหวขององค์กร การเบาะแสที่มักจะทิ้งไว้ให้เขาตามเจอได้อย่างพอดิบพอดี และการสนับสนุนที่ดูเหมือนบังเอิญ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... แต่มันคือ 'แผนการ' แผนการใหญ่ที่รินและชายคนนี้ร่วมมือกันจัดฉากขึ้น เพื่อใช้เขา—คิน—เป็นสะพานเชื่อมไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง "ผมเป็นแค่หมากตัวหนึ่งสินะครับ..." คินแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง ดวงตาที่เคยเฉียบคมและเต็มไปด้วยความมั่นใจในยามสืบคดี บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา การไขคดี การวิเคราะห์จิตวิทยา การวิ่งวุ่นหาหลักฐาน... มันก็เป็นแค่บทละครที่พวกคุณเขียนบทไว้ให้ผมแสดงตามงั้นเหรอ?" "อย่ามองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นสิ เจ้าหนู" ชายผู้มีรอยแผลเป็นแย้มยิ้มกว้างขึ้น เขายกมือขึ้นตบเบาๆ สองครั้ง เสียงก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน "ถ้าเธอเป็นแค่หมาก เธอกคงตายตั้งแต่คดีแรกที่โกดังร้างแล้วล่ะ สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมด ความสามารถในการมองเห็นความผิดปกติที่แม้แต่ตำรวจมืออาชีพยังมองไม่เห็น... นั่นคือของจริง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม 'ฉัน' ถึงต้องลงทุนสร้างเธอขึ้นมา" "สร้างผม?" คินขมวดคิ้วแน่น สติปัญญาและทักษะการวางแผนทั้งหมดกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้า "หมายความว่ายังไง?" "องค์กรของเราไม่ได้ต้องการคนเก่งที่ทำตามคำสั่งแบบไร้สมอง" รินก้าวเข้ามาแทิงกลางระหว่างทั้งสองคน เธอยืนบังคินไว้เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แม้สีหน้าจะยังคงเย็นชา "เราต้องการคนที่มองเห็นความมืดมิดของมนุษย์ได้ทะลุปรุโปร่ง และกล้าพอที่จะตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง... แม้ว่าสิ่งนั้นจะต้องแลกมาด้วยมือที่เปื้อนเลือดก็ตาม" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายของความกดดันจากคนทั้งสองแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น คินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความโกรธ ความสับสน และความอยากรู้อยากเห็นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในใจ เขารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์แบบ บ้านพักตากอากาศหลังนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ระบบสื่อสารทั้งหมดถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เขารู้สึกได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตภูเขา "แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะครับ?" คินเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ กับชายผู้เป็นประธานองค์กรเงา แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลง "ถ้าผมบอกว่าผมจะไม่เล่นตามเกมของพวกคุณอีกต่อไป และจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดนี้ให้โลก ภายนอกรู้ด้วยมือของผมเองล่ะ?" ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหาย เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและคาดเดาไม่ได้ เขามองคินราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "มีความกล้าดีนี่... สมกับที่เป็นเด็กที่รินเลือก" ชายผู้นั้นกล่าวพร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "แต่เธอลืมไปแล้วหรือคิน? ว่าคำตอบที่เธอตามหามาตลอดเกี่ยวกับ 'คดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสิบปีก่อน' ที่พรากครอบครัวของเธอไป... มันไม่ได้อยู่ที่สถานีตำรวจ หรือในแฟ้มคดีลับของทางการ" คินสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ชื่อของคดีนั้น... คดีที่เขาเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ คดีที่ทำให้เขาก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนักสืบนี้ ถูกยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหน้าตาเฉย "คุณ... รู้เรื่องนั้นได้ยังไง?" เสียงของคินแหบพร่า "เพราะฉันเป็นคนเดียวที่เก็บ 'ชิ้นส่วนที่เหลือ' ของคดีนั้นเอาไว้ยังไงล่ะ" ชายคนนั้นเอ่ยเสียงกระซิบ ราวกับเสียงปีศาจที่กำลังล่อลวงให้มนุษย์ก้าวตกหลุมพราง "ถ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมด ถ้าอยากรู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังความตายของพ่อแม่เธอ... จงเดินมาข้างหน้า แล้วเซ็นชื่อลงในเอกสารฉบับนี้ซะ" พลัน ชายคนนั้นก็หยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทออกมาจากด้านหลัง วางลงบนโต๊ะไม้ตัวกลางห้อง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน คินก้มมองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือขวาสั่นเทาเล็กน้อย ความลังเลฉายชัดเจนบนใบหน้า นี่คือทางแยกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา การก้าวไปข้างหน้าหมายถึงการยอมรับความร่วมมือกับองค์กรเงาที่เขาตามล่ามาตลอด แต่อาจแลกมาด้วยความจริงที่เขาโหยหามาครึ่งชีวิต ในขณะที่คินกำลังจะยื่นมือออกไปสัมผัสกับแฟ้มเอกสารนั้น ทันใดนั้นเอง... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าต่างสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า [ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากภายนอก: วัตถุอันตรายกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดในรัศมี 500 เมตร] [คำเตือนระดับ SSS: บุคคลปริศนาคนที่สามกำลังบุกรุกเข้ามาทางระเบียงด้านหลัง!] [ภารกิจฉุกเฉินถูกกระตุ้น: "ทางเลือกสุดท้ายของนักสืบ" — จงตัดสินใจภายใน 10 วินาทีว่าจะร่วมมือหรือต่อสู้!] คินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปมองทางระเบียงกระจกด้านหลัง ม่านสีขาวกำลังปลิวไสวตามแรงลมที่พัดโหมกระหน่ำยามค่ำคืน เงาร่างหนึ่งที่สูงใหญ่และเต็มไปด้วยไอสังหารกำลังพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับประกายแสงเย็นเยียบของคมมีดที่สะท้อนกับแสงไฟในห้อง! และก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างของเงานั้นก็พังกระจกเข้ามาพร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ทำให้เลือดในกายของคินเย็นเฉียบ— "เจอตัวสักที... ประธานผู้ซ่อนตัวอยู่หลังฉาก!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าทำหน้าแบบนั้นตอนสืบคดีสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%