เสียงโลหะกระทบอากาศดัง "หวีด" แหลมคม แหวกความเงียบงันของค่ำคืนรัตติกาลราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณเร่ร่อน
ณ ลานฝึกร้างท้ายจวนตระกูลหลี่ ที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน แสงจันทร์สีนวลนวดสาดส่องลงมากระทบกับคมหอกสีดำสนิท ไร้ซึ่งประกายสะท้อนแสงใดๆ ราวกับมันกำลังกลืนกินแม้กระทั่งแสงสว่างรอบตัว
หลี่ซ่านยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นหิน สองมือประสานกุมด้ามหอกมั่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายซึมตามกรอบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์ ดวงตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายความแค้นระอุสีแดงฉานอยู่เบื้องลึก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวที่ระเบิดออกมาอย่างไร้ทิศทาง หากแต่เป็นความแค้นที่ถูกเคี่ยวกรำจนเย็นยะเยือก ดั่งน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะเสียดแทงหัวใจของศัตรูให้แหลกสลายในคราเดียว
"วิชาหอกสุริยันกลืนจันทรา... กระบวนท่าที่เจ็ด พายุดับดารา"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำลอดไรฟันอย่างแผ่วเบา ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของสายลมยามดึก หากแต่เป็นเพราะร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นหลังที่ยังคงสร้างความเจ็บปวดทุกครั้งยามที่กล้ามเนื้อหดตัว แต่กระนั้น หลี่ซ่านมิได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย ความเจ็บทางกายเหล่านี้... ยังน้อยนิดนักเมื่อเทียบกับความเจ็บปวดในวันที่เขาต้องยืนมองบิดาและมารดาถูกประหารชีวิตต่อหน้าต่อตาด้วยข้อหาสมคบคิดกับกบฏ ทั้งที่ตระกูลหลี่จงรักภักดีต่อราชสำนักมาโดยตลอด
*ฟึบ!*
ร่างของหลี่ซ่านพุ่งทะยานออกไปราวกับเงาสلัก หัวหอกทมิฬในมือหมุนวนรวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศคำรามต่ำ มันคือวิชาประจำตระกูลที่สาบสูญ วิชาที่ราชสำนักพยายามกวาดล้างให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้มีใครล่วงรู้ความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ทุกคราที่ปลายหอกสะบัดออกไป มันมิใช่เพียงการฝึกซ้อมกระบวนท่า หากแต่มันคือการระบายความอัดอั้นตันใจ การทวงถามความยุติธรรมจากสวรรค์ที่ไร้ซึ่งความปรานี
ในขณะที่เขากำลังจะตวัดหอกเป็นวงโค้งสุดท้ายเพื่อปิดฉากกระบวนท่า ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนก็ทำให้เขาต้องชะงักกึก
"ใคร..."
หลี่ซ่านตวัดปลายหอกพุ่งตรงไปยังเงาดำเบื้องหลังกำแพงผุพังทันทีอย่างไร้ความลังเล ปลายหอกทมิฬหยุดชะงักห่างจากลำคอระหงของสตรีผู้หนึ่งเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับคมเหล็กเย็นยะเยือก แต่นางกลับไม่มีท่าทีตื่นกลัวแม้แต่น้อย
แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าเรียวได้รูป ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววรู้ทันและมีความระอาเจืออยู่เล็กน้อย นางคือ ไป๋จู คุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดี ผู้ซึ่งควรจะนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มในห้องหรูหรา หาใช่มายืนลอบสังเกตการณ์ในสถานที่อัปมงคลเช่นนี้
"ฝีมือรวดเร็วกว่าคราวก่อนไม่น้อย... แต่จิตสังหารยังคงรุนแรงเกินไป หลี่ซ่าน เจ้ากำลังใช้ความแค้นนำทางหอก หาใช่หัวใจ" ไป๋จูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นางค่อยๆ ยกมือเรียวขึ้นปัดปลายหอกออกห่างจากลำคออย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าอาวุธในมือเขาเป็นเพียงกิ่งไม้แห้ง
หลี่ซ่านหรี่ตาลงเล็กน้อย ดึงหอกกลับมาข้างกายโดยสัญชาตญาณ สีหน้าของเขายังคงเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ "เจ้ามาที่นี่ทำไม ไป๋จู ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณหนูสูงศักดิ์เช่นเจ้าควรจะเอาตัวเข้ามาเกลือกกลั้ว"
"หากข้าไม่มา เจ้าคงกระอักเลือดตายไปก่อนที่จะได้ล้างแค้นให้ตระกูลแล้วกระมัง" ไป๋จูสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจรอยแผลบนร่างกายของชายหนุ่ม "เจ้าฝืนฝึกวิชาหอกสุริยันกลืนจันทราในคืนที่หยินหยางแปรปรวนเช่นนี้ ลมปราณย้อนกลับเข้าสู่หัวใจ เป็นการรนหาที่ตายชัดๆ"
"นั่นไม่ใช่เรื่อง1ที่เจ้าต้องใส่ใจ" หลี่ซ่านตอบเสียงแข็ง หันหลังให้พางัดเอาผ้าดิบมาเช็ดคราบเหงื่อและเลือดบนคมหอก
ไป๋จูถอนหายใจเบาๆ นางเดินเข้าไปประชิดด้านหลังของเขาโดยที่หลี่ซ่านไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบจะแตะลงบนจุดชีพจรกลางแผ่นหลังของเขาอย่างแม่นยำ กระแสลมปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่กล้ามเนื้อได้อย่างน่าอัศจรรย์
"ข้าไม่ได้ว่างงานจนมีเวลามาเดินเล่นยามวิกาลหรอกนะ หลี่ซ่าน" ไป๋จูกล่าวชิดใบหูด้านซ้าย น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นหลายส่วน "ข่าวลับที่เจ้าฝากให้ข้าสืบ... บัดนี้ข้าได้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับ 'ตราหยกพยัคฆ์ทมิฬ' ที่หายไปในคืนวันประหารแล้ว"
มือที่กำลังถือผ้าเช็ดหอกชะงักค้างทันที หลี่ซ่านนิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอพลันกระตุกวูบ ตราหยกพยัคฆ์ทมิฬ... สิ่งของชิ้นเดียวที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลหลี่ และเป็นหลักฐานมัดตัว 'คนผู้นั้น' ที่อยู่เบื้องบน
"อยู่ที่ไหน" หลี่ซ่านหันกลับมาถามทันที น้ำเสียงเจือความสั่นเครือเล็กน้อยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้
ไป๋จูสบตาเขาตรงๆ แววตานางฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชื่อสถานที่ที่ทำให้หลี่ซ่านถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"มันอยู่ในมือของคนที่เจ้าคาดไม่ถึงที่สุด... และคืนนี้ คนผู้นกำลังเดินทางมาที่จวนร้างแห่งนี้เพื่อพบเจ้า"
*ตึง!*
สิ้นเสียงของไป๋จู เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าจวนร้าง พร้อมกับเงาร่างนับไม่ถ้วนที่พุ่งทะยานเข้ามาปิดล้อมลานฝึกแห่งนี้ไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา แสงคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นทำลายความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวoเราะเยียบเย็นที่ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
"ไม่นึกเลยว่า... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลี่ จะแอบมาฝึกหมางเมินวิชาบรรพบุรุษในที่อัปמงคลเช่นนี้จริงๆ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 2
หอกทมิฬใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!