เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 19

ศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงกระสือปืนเหล็กกล้าขึ้นลำดัง "แกร็ก" สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด กลิ่นอายของความตายและควันปืนลอยกรุ่นเคล้ากับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง คาร์ลอสยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบานกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามวิกาลอันระยิบระยับ ทว่าแววตาคมกริบสีนิลของเขากลับมืดสนิทไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ สันกรามคมกัดเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน "คุณศรา... ศัตรูเก่าของนายที่เรารวบรวมหลักฐานจะเล่นงานมัน มันรู้ทันและร่วมมือกับตำรวจสากล พาคนบุกมาล้อมตึกเราไว้หมดแล้วครับนาย!" เสียงรายงานของลูกน้องคนสนิทขาดหายไปเมื่อฝ่ามือหนาโบกไล่ให้ถอยออกไป รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างน่ากลัว เธอไม่รู้ว่าเกมอำนาจของโลกมืดนี้จะจบลงเช่นไร แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้คือความตึงเครียดที่บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ก่อนที่สถานการณ์ภายนอกจะปะทุ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงโต้เถียงของบอดี้การ์ดหน้าห้องก็ดังขึ้น ประตูบานคู่หรูหราถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต "คาร์ลอส!" เสียงหวานใสที่เจือความร้อนรนและคุ้นเคยดังขึ้นในความเงียบ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่ม "คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายขนาดนี้ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงคุณแค่ไหน!" นาตาชา... หญิงสาวผู้เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขาในวันที่เขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จทางตอนใต้ของยุโรป อดีตผู้หญิงที่เคยใช้เรือนร่างและมันสมองร่วมฝ่าฟันสมรภูมิความตายกับคาร์ลอส บัดเธอกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้งในยามที่เพลิงสงครามกำลังโหมกระหน่ำ คาร์ลอสค่อยๆ หมุนตัวกลับมามองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกวาดสำรวจเรือนร่างเย้ายวนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี นิ่งงันไร้ซึ่งรอยยิ้มต้อนรับ "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่... นาตาชา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างเยียบเย็น นาตาชาไม่เพียงไม่หวาดกลัว เธอยังสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่นระยะห่างจนแทบชิดติดแผงอกกว้าง เรียวแขนเนียนยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างคุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนที่เคยผูกติดอยู่กับความทรงจำสีเลือดลอยแตะจมูก "ฉันได้ข่าวว่าคุณกำลังโดนศราเล่นงาน... ฉันจะปล่อยให้ผู้ชายของฉันตายไม่ได้หรอกนะ คาร์ลอส" เธอกระซิบชิดริมฝีปากหยักลึก พร้อมกับส่งสายตาท้าทายเหลือบมองไปยังรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่มุมห้อง "เด็กนี่ใครกัน? ผู้หญิงแก้ขัดแก้เบื่อในยามคับขันงั้นเหรอ?" รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพหญิงสาวสวยเฉี่ยว ทรงเสน่ห์ และเต็มไปด้วยความมั่นใจคนนั้น ยืนเคียงคู่กับคาร์ลอสได้อย่างเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก ความจริงที่ว่าเธอก็เป็นแค่ "เชลย" และ "เครื่องมือระบายอารมณ์" ถูกตอกย้ำด้วยสายตาเหยียดหยามคู่นั้นอย่างเจ็บแสบ คาร์ลอสไม่ตอบคำถาม เขาปรายตามองเรียวแขนที่โอบรอบคอตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นบีบข้อศอกของนาตาชาแล้วแกะออกอย่างไม่ไยดี แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด "อย่าล้ำเส้น... นาตาชา" คาร์ลอสเอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหยุดหายใจ "เธอมีสิทธิ์อะไรถึงกล้าก้าวก่ายเรื่องของฉัน และที่สำคัญ... เธอกล้าดียังไงถึงเข้ามาในพื้นที่ของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต" นาตาชากัดริมฝีปากอย่างขัดใจ แต่รอยยิ้มเย้ายวนก็ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "ฉันมาช่วยคุณนะคาร์ลอส ศรมันตั้งใจจะฮุบทุกอย่างของคุณ รวมถึงตัวคุณด้วย ตำรวจสากลข้างล่างนั่นฉันจัดการเจรจาเบื้องต้นให้แล้ว แต่คุณต้องร่วมมือกับฉัน... พาฉันหนีออกไปจากที่นี่ด้วยกัน" ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด สถานการณ์ภายนอกตึงเครียดเกินกว่าจะประมาท ศราไม่ใช่ศัตรูไก่กา มันมีหลักฐานและอำนาจมืดหนุนหลัง การปะทะกันตรงๆ ในตอนนี้อาจทำให้สูญเสียมากกว่าที่คิด แต่การจะให้เขากลับไปซorควงแขนกับผู้หญิงในอดีตอย่างนาตาชา... ไม่มีวันนั้น ในจังหวะนั้นเอง คาร์ลอสเหลือบไปเห็นแววตาไหวระริกและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันของรินรดา ร่างบางกำลังถอยหลังทีละก้าว ราวกับต้องการหายตัวไปจากตรงนั้น ความหึงหวงดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้พุ่งทะยานขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ "คิดจะไปไหน... รินรดา" คาร์ลอสเอ่ยเรียกเสียงกร้าว ร่างสูงก้าวข้ามผ่านนาตาชาไปอย่างไร้เยื่อใย ตรงดิ่งเข้าไปกระชากข้อแขนเรียวเล็กของรินรดาเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง "ปล่อยนะ... ไปดูแลคนของคุณเถอะค่ะ ฉันมันก็แค่เชลยไร้ค่า..." รินรดาพยายามบิดข้อมือหนีด้วยความน้อยใจและทิฐิที่ถูกเหยียบย่ำ "เงียบ!" คาร์ลอสคำรามลั่น ดวงตาดำมืดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มคลอด้วยหยาดน้ำใส มือหนาเชยคางเธอขึ้นบังคับให้รับจูบดุเดือดที่ไร้ความปรานีริมฝีปากหยักกระชับบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างรุนแรงเพื่อระบายความหงุดหงิดและประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้านาตาชา รสจูบทั้งดิบเถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งแต่ยิ่งขัดขืน เขายิ่งรัดร่างเธอแน่นขึ้นจนแทบจมหายไปในอ้อมแขน ลิ้นร้อนรุกรานกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากจนเธอแทบละลายคาอ้อมอก ความเจ็บปวดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามและแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ลง นาตาชายืนมองภาพนั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น เล็บคมจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนเลือดซึม "คาร์ลอส! คุณทำบ้าอะไร! ผู้หญิงต่ำๆ แบบนี้มันมีค่าอะไรเทียบกับฉันได้!" คาร์ลอสผละริมฝีปากออกจากรินรดาช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจรดแผงอกเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ เขาหันกลับไปมองนาตาชาด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความรู้สึก ราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ "เธอไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใคร... นาตาชา" คาร์ลอสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดบาดลึก "และจำใส่สมองเอาไว้ ว่าต่อให้ฉันจะเหลือตัวคนเดียว หรือตายในกองเพลิงนี้ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายฉัน... ก็ไม่ใช่เธอ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ นาตาชากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองที่พุ่งถึงขีดสุด ก่อนที่เธอจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างน่ากลัว "ปากดีนักนะคาร์ลอส... งั้นก็เชิญรับมือกับกองทัพของศรตามลำพังเถอะ ดูซิว่านายกับอี,ตัวภาระนี่จะรอดไปได้สักกี่น้ำ!" พูดจบร่างเพรียวก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย เสียงประตูปิดลงดังสนั่นสะท้อนก้องความตึงเครียดที่กลับมาเยือนอีกครั้ง เพนต์เฮาส์ทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัด รินรดายืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนที่ยังคงโอบรัดเธอไว้อย่างแน่นหนา ลมหายใจอุ่นร้อนของคาร์ลอสเป่ารดอยู่ข้างใบหู มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความสั่นเทา แม้การกระทำของเขาจะดิบเถื่อน แต่มันกลับแฝงไปด้วยความห่วงหาที่ยากจะปฏิเสธ "กลัวเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดขอบหู ลมหายใจร้อนผ่าวทำให้ขนกายของเธอลุกชัน "ปล่อยฉันเถอะค่ะ... คุณควรไปจัดการปัญหาข้างนอก..." รินรดาพยายามเอ่ยเสียงสั่น คาร์ลอสไม่ฟัง เขาพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนจะดันเธอกระแทกเข้ากับผนังห้องกระจกเบาๆ ร่างสูงทาบทับกักขังเธอไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่ง แววตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาด้วยความหลงใหลที่ระอุขึ้นท่ามกลางวิกฤต "ปัญหาข้างนอกฉันจัดการเองได้..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นประสาทสัมผัส "แต่ปัญหาตรงหน้าฉัน... เธอต้องเป็นคนชดใช้มันให้หมดคืนนี้" รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงลากไล้ผ่านคางมนลงมาที่ลำคอระหง แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอดึงดันจนแทบคลั่ง ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากหยักกำลังจะประทับจูบลงมาอีกครั้ง เสียงบีบแตรสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างก็ดังขึ้นสะเทือนเลื่อนลั่น! กระจกใสบานยักษ์สั่นสะเทือนตามแรงระเบิด พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สว่างวาบไปทั่วตึก ไฟฟ้าภายในเพนต์เฮาส์ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่ม คาร์ลอสชะงักเล็กน้อย ดวงตาดำมืดวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียม เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่แขวนความตายไว้บนเส้นด้าย "ศรมันมาเร็วกว่าที่คิด... แต่จำไว้ รินรดา ต่อให้ตึกนี้จะถล่มลงมาทับเราทั้งเป็น เธอก็ไม่มีวันได้ไปไหนจากฉันทั้งนั้น" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%