กลิ่นควันปืนจางๆ ในโกดังร้างย่านชานเมืองยังไม่จางหายดี เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ย่ำทำลายความเงียบสงบลงอย่างไร้ความปรานี คาร์ลอส กวาดสายตาดุดันราวนักล่ากระหายเลือดมองสำรวจรอยเลือดหยดสุดท้ายที่พื้นซีเมนต์ แววตาคมกริบสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า เขากำปืนสั้นในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
รินรดา... เธอคิดว่าหนีพ้นมือพญายมอย่างเขาไปได้สินะ
"ท่านครับ ลูกน้องฝั่งเราปิดล้อมทุกเส้นทางออกนอกเมืองแล้วครับ" เสียงรายงานจากบอดี้ในชุดสูทสีดำดังขึ้นอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่านายใหญ่ของเขากำลังอยู่ในโหมด "คลั่ง" ขั้นสุด
"พลิกแผ่นดินหาก็ต้องเจอตัวเธอ ถ้าใครมันกล้าซ่อนเธอแม้แต่ปลายเล็บ... ส่งมันไปลงนรกซะ"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม คาร์ลอสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวนในอก ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหลังผสมปนเปไปกับความหิวกระหายที่อยากจะกักขังร่างบอบบางนั้นไว้ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง ภาพรอยยิ้มหยิ่งทะนงและหยาดน้ำตาคลอหน่วยของเธอยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง มันทั้งทรมานและเย้ายวนจนเขาแทบคลั่งตายอยู่แล้ว
ในขณะเดียวกัน รินรดากำลังซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เก่าโทรมริมแม่น้ำ ร่างระหงสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัว เสื้อผ้าเนื้อบางเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอรู้ดีว่าการหนีจากมาเฟียระดับคาร์ลอสเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ศักดิ์ศรีและรอยแผลในใจมันค้ำคอจนเธอไม่อาจกลับไปยอมเป็นทาสบำเรอกามบนเตียงของเขาได้อีก
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ เพียงสองครั้ง แต่กลับสร้างความตื่นตระหนกให้เธอดั่งฟ้าผ่า รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกKกว้างด้วยความหวาดผวาเมื่อลูกบิดประตูเริ่มหมุนช้าๆ
แกร็ก...
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี คาร์ลอสยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แววตาของเขาพุ่งตรงมาที่เธอราวกับเสือดาวที่พบเหยื่ออันโอชะในกรงแคบๆ
"คิดว่าจะหนีพ้นมือฉันไปได้ไกลแค่ไหนกัน หืม... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับบีบอัดอากาศรอบตัวจนเธอบริเวณนั้นแทบหายใจไม่ออก รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว
"อย่าเข้ามานะ... คาร์ลอส!" เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามหยิบแจกันดอกไม้พลาสติกขึ้นมาป้องกันตัว แต่มันช่างดูไร้ความหมายสิ้นดีในสายตาของเขา
มาเฟียหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในพริบตาเดียว มือหนาคว้าข้อมือเล็กบอบบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
"เก่งนักนะ... กล้าดียังไงถึงขโมยหัวใจแล้วยังกล้าหนีฉันมาแบบนี้" คาร์ลอสกดเสียงต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธปนความต้องการที่พุ่งพล่าน
รินรดาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง "ปล่อยฉันนะ! นายมันคนบ้า โรคจิต!"
"ใช่... ฉันมันบ้า และเพราะเคนที่เธอกำลังด่าอยู่นี่แหละ ที่ทำให้เธอต้องครางใต้ร่างฉันทุกค่ำคืน!"
สิ้นคำพูด คาร์ลอสก็ประกบจูบริมฝีปากเธอดุเดือดทันทีอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมาหลายวัน รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกเขา แต่แรงอันน้อยนิดนั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือร้าย
รสจูบที่เริ่มจากความดิบเถื่อนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้น เมื่อมือหนาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่ว บดเบียดแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มสาง รสชาติหวานล้ำในโพรงปากที่เขาโหยหาทำให้สติของทั้งคู่เริ่มพร่าเลือน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นไฟสวาทที่แผดเผาทั้งห้องให้ร้อนระอุ
คาร์ลอสอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมถอนจูบออกแม้แต่น้อย รินรดาเผลอโอบรอบคอเขาโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างกายลอยหวือ ก่อนที่เธอจะถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนอนนุ่มกลางห้องอย่างไม่เบามือแต่นุ่มนวลพอที่จะไม่ให้บาดเจ็บ
ร่างสูงทาบทับลงมาทันที ความเป็นชายที่ตื่นตัวพองโตแนบชิดผ่านเนื้อผ้าสร้างความสั่นสะท้านให้รินรดาจนต้องหลับตาปี๋ มือหนากระชากเสื้อผ้าชุดเดิมของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ
"มองฉันสิ... รินรดา มองตาฉัน แล้วบอกซิว่าเธอไม่ต้องการฉัน" คาร์ลอสกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนเธอสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันช่ำชองของเขาอย่างรวดเร็ว ความซาบซ่านแล่นริ้วไปทั่วทุกอณูผิว
ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่พรุมจูบตั้งแต่ซอกคอขาวระหงลงมาถึงเนินอกอิ่ม มือหนาบีบเคล้นคลึงเคล้นความนุ่มหยุ่นอย่างเอาแต่ใจ สร้างเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความลืมตัว ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงเพลิงสวาทที่เขาสาดซัดเข้าใส่จนร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
เมื่อความพร้อมมาถึง การประสานร่างก็เกิดขึ้นอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง คาร์ลอสเคลื่อนกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง เร่งเร้าอารมณ์จนรินรดาต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน เสียงครางหวานหูผสานกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงก้องกังวานไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ รสชาติแห่งการลงทัณฑ์ครั้งนี้ช่างหวานล้ำและทรมานจนแทบขาดใจ ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดและพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ
แต่ทว่า... ในขณะที่บทรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงฝ่าเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับเสียงปืนที่ถูกปลดเซฟดังชัดเจนเข้ามาในโสตประสาท
คาร์ลอสชะงักการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ดวงตาดุร้ายหันขวับไปมองที่ประตูก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปาก รินรดาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเงาดำทึบหลายร่างทาบทับผ่านบานกระจกใสหน้าห้อง... พวกมันตามมาเจอเร็วกว่าที่คิด
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน
เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 36
ล่าล้างแค้น
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!