เส้นผ่าศูนย์กลางของรอยร้าวบนคานคอนกรีตเสริมเหล็กแผ่นนั้นไม่ได้กว้างเกินสองมิลลิเมตร มันบางเสียจนหากเป็นสถาปนิกทั่วไปคงมองเป็นเพียงรอยหดตัวตามธรรมชาติของวัสดุหลังผ่านกาลเวลามาครึ่งศตวรรษ แต่สำหรับรณกรแล้ว เส้นสีเทาบางๆ เส้นนั้นกลับกรีดลงกลางใจของเขาอย่างรุนแรงราวกับมีใครเอาปลายมีดมาเฉือนเนื้อสดๆ
กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนและฝุ่นผงโบราณโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณและการมองเห็นที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ดวงตาคมกวาดมองพิมพ์เขียวฉบับจริงอายุห้าสิบปีที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า ในมือเรียวถือปากกาหมึกซึมราคาแพงที่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"รอยร้าวตรงนี้ ไม่ได้เกิดจากการรับน้ำหนักเกินพิกัดแน่นอนค่ะอาจารย์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของตึกเก่าแก่ย่านพระนคร รณกรเอื้อมมือไปแตะเบาๆ บนกระดาษไขแผ่นบางที่เริ่มเหลืองกรอบ ตรงตำแหน่งคานรับน้ำหนักของห้องโถงใหญ่มีเส้นอักขระประหลาดถูกวาดทับลงไปด้วยหมึกจีนสีดำสนิท เส้นสายเหล่านั้นถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ลายเส้นสถาปัตยกรรมดั้งเดิม หากไม่ใช้แว่นขยายส่องโครงสร้างพลังงานผ่านเนตรทิพย์ เขาคงไม่มีวันมองเห็นโครงข่ายไสยเวทร้ายกาจที่กำลังดูดกลืนพลังชีวิตของคนในตึกนี้ทีละน้อย
รินรดา ซึ่งยืนกอดอกพิงชั้นวางหนังสือโบราณอยู่มุมห้อง ไม่ได้ตอบรับทันที หญิงสาวในชุดสูทผ้าลินินสีครีมเรียบหรูขยับแว่นกรอบทองเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์แผ่นกระดาษไขแผ่นนั้นด้วยความเงียบขรึม กลิ่นจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาที่มักติดตัวเธอลอยวนอยู่ในอากาศ ช่วยลดทอนความตึงเครียดของบรรยากาศลงได้บ้าง
"คุณกำลังบอกว่า... ตึกนี้ไม่ได้แค่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาสินะคะ รณกร"
เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจของอาจารย์สาวเอ่ยขึ้น เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างระหงหยุดยืนเคียงข้างสถาปนิกหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบโต๊ะทำงาน ใกล้กับตำแหน่งที่รณกรกำลังชี้นิ้วค้างไว้ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนพิมพ์เขียว ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่เหน็บไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในก็ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบา เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงที่ทำให้รินรดาต้องหรี่ตาลง
"มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดในการก่อสร้าง หรือแม้แต่ความประมาทเลินเล่อค่ะอาจารย์" รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของมือ แววตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน โศกนาฏกรรมตึกถล่มที่พรากครอบครัวของเขาไปอย่างไร้ร่องรอย รอยร้าวในพิมพ์เขียวแผ่นนี้มีลักษณะทางเรขาคณิตที่ถอดแบบมาจากคืนวันนั้นไม่มีผิดเพี้ยน "นี่คือ 'ยันต์โครงสร้าง'... มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ตึกนี้พังทลายลงในมุมองศาที่คำนวณไว้แล้วอย่างแม่นยำ เพื่อปลดปล่อยพลังงานวิญญาณจำนวนมหาศาลออกมารวบรวมไว้ที่จุดศูนย์กลาง"
"ยันต์ที่แปลงสถาปัตยกรรมให้กลายเป็นสุสานเคลื่อนที่..." รินรดาพึมพำเบาๆ เธอยกมือขึ้นเสียวินาทีหนึ่งก่อนจะหยิบไพ่ทาโรต์ใบแรกออกจากสำรับ ไพ่ใบนั้นคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ แต่ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากหลังไพ่ทำให้กระดาษไขใต้โต๊ะถึงกับเกิดรอยไหม้สีน้ำตาลจางๆ "ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังเล่นสนุกกับการสร้าง 'หอคอยแห่งบาป' ขึ้นมากลางเมืองหลวงอีกครั้งนะคะ"
รณกรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา เขารู้ดีว่าความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมผสมผสานกับไสยเวทโบราณเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ มันต้องเป็นฝีมือของสถาปนิกนอกรีต หรือไม่ก็... คนจากสมาคมลับที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต
"เราต้องหยุดมันค่ะอาจารย์ ก่อนที่โครงสร้างทั้งหมดจะรับน้ำหนักของอาคมไม่ไหวและพังครืนลงมาทับผู้คนนับร้อยที่ทำงานอยู่ข้างบน" สถาปนิกหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่จุดตัดของเส้นอักขระบนพิมพ์เขียว ซึ่งเป็นจุดที่คำนวณแล้วว่าจะเกิดจุดวิกฤตการพังทลายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
รินรดายิ้มบางๆ มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับและมั่นอกมั่นใจ เธอกวาดสายตามองหน้าศิษย์เอกผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ก่อนจะพลิกไพ่ทาโรต์ใบที่ถืออยู่ให้หงายขึ้น เผยให้เห็นภาพของ 'The Tower' ไพ่แห่งการพังทลายและการตื่นรู้ที่อาบไล้ด้วยแสงสีแดงฉาน
"ใจเย็นๆ ก่อนค่ะรณกร การแก้เกมสถาปัตยกรรมไสยเวท ไม่ได้ใช้แค่ความรู้เรื่องคานและเสา แต่ต้องใช้จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งพอจะต่อรองกับสิ่งที่เรามองไม่เห็น" รินรดาเอื้อมมือไปวางทับบนหลังมือของรณกรที่กำปากกาแน่น ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของหญิงสาวส่งผ่านเข้ามา ช่วยดึงสติของชายหนุ่มให้กลับคืนสู่ความสุขุม "อีกอย่าง... ดูเหมือนว่าเจ้าของผลงานชิ้นนี้ เขาจะไม่ได้แค่ทิ้งรอยร้าวไว้ให้เราดูต่างหน้านะคะ"
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากบันไดวนด้านนอกห้องเก็บเอกสาร เสียงเหล็กกระทบกันกังวานก้อง ราวกับมีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังเดินเรียงแถวลงมาสู่ชั้นใต้ดิน ทั้งที่ตามกำหนดการแล้ว ตึกหลังนี้ควรจะถูกปิดตายและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาเหยียบย่างตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไป
รณกรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณสถาปนิกและนักล่าวิญญาณตื่นตัวเต็มพิกัด เขารemove ปากกาหมึกซึมออกแล้วกำมีดอาคมเล่มเล็กไว้ในมือแทน ดวงตากวาดมองไปรอบห้องที่เริ่มมีเงาดำแปลกประหลาดผุดขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นคอนกรีต
รินรดายังคงยืนนิ่งสงบ เธอเก็บไพ่ทาโรต์ทั้งหมดกลับเข้าสำรับอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูรณกรด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกเกรียว
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบแรกค่ะ... ดูซิว่าวิญญาณสถาปัตย์ที่ถูกขังอยู่ใต้ตึกนี้ จะต้อนรับสถาปนิกหนุ่มผู้รอดชีวิตอย่างไรดี"
ครั้นสิ้นเสียงกระซิบ ประตูเหล็กบานหนาของห้องเก็บเอกสารก็ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างโปร่งแสงของชายในชุดช่างก่อสร้างยุคโบราณที่ก้าวเข้ามาพร้อมค้อนเหล็กเล่มใหญ่ในมือ และดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังรณกรด้วยความอาฆาตมาดร้าย!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางไขปริศนาครั้งนี้ร่วมกันนะคะ
ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 1
รอยร้าวที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!