ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 13

เดินทางสู่ถิ่นอาถรรพ์

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“รอยร้าวพวกนั้น… ไม่ได้เกิดจากฐานรากทรุดตัวหรอกค่ะรณกร แต่มันคือ ‘รอยฉีก’ ของมิติ” อาจารย์รินรดากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของรถออฟโรดที่กำลังไต่ระดับความสูงขึ้นสู่เทือกเขาห่างไกล แสงไฟหน้ารถสาดกระทบเพียงฝุ่นควันและแมกไม้ที่หนาทึบจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า รณกรกำพวงมาลัยแน่นจนนิ้วซีดขาว เขามองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่มีวันเห็น—โครงสร้างพลังงานสีดำทมิฬที่บิดเบี้ยวราวกับรอยแผลเป็นขนาดมหึมาทาบทับอยู่บนผืนป่าแห่งนี้ มันไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่มันคือ ‘กรงขัง’ ที่ถูกสร้างขึ้นจากวิชาอาคมชั้นสูง “ผมเห็นแล้วครับอาจารย์... ยิ่งเข้าใกล้เขต ‘เรือนร้างไร้เงา’ แรงกดทับที่หน้าอกผมก็ยิ่งรุนแรง เหมือนมีใครบางคนเอาคานเหล็กนับร้อยตันมาทับไว้บนปอด” ชายหนุ่มตอบ เสียงของเขาแหบพร่า สายตาของเขาจดจ้องไปยังภาพนิมิตที่ซ้อนทับกับความเป็นจริง สถาปัตยกรรมไม้โบราณที่ดูเหมือนจะสลายตัวไปนานแล้ว แต่กลับมีเส้นสายของ ‘พลังงานสีหม่น’ เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายคล้ายใยแมงมุมที่สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง รินรดาหันมามองเขา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นดูเรียบเฉย ทว่าในมือของเธอกลับถือไพ่ทาโรต์ชุดพิเศษที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมา เธอคลี่ไพ่ใบหนึ่งออก—มันคือไพ่ *The Tower* ที่ภาพบนหน้าไพ่กำลังเปลี่ยนไป มันไม่ได้แสดงถึงตึกที่พังทลายด้วยสายฟ้า แต่เป็นภาพของมือที่ไร้ตัวตนกำลังขยี้ก้อนอิฐจนเป็นผุยผง “คุณมองเห็นโครงสร้างที่ตายไปแล้ว แต่คุณอาจยังไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอเราอยู่ข้างหน้า คือสถาปัตยกรรมที่ ‘ยังมีชีวิต’” เธอเอ่ยเสียงเบาพลางเก็บไพ่เข้าซองหนัง “สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างเพราะภัยพิบัติ แต่มันถูก ‘ผนึก’ เพื่อกักขังบางอย่างที่สถาปนิกในยุคโบราณไม่ต้องการให้ใครได้พบเห็นอีกต่อไป” รถจอดสนิทลงที่หน้าซุ้มประตูศิลาที่หลงเหลือเพียงครึ่งเดียว บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนน่าขนลุก ไม่มีเสียงแมลง ไม่มีเสียงลม มีเพียงเสียงหายใจของรณกรที่เริ่มหอบถี่ เขาลงจากรถ มือคว้าอุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นพลังงานที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง แต่เข็มวัดกลับตีกลับจนสุดสเกลก่อนจะเกิดประกายไฟ ทันใดนั้นเอง ทุกอย่างรอบตัวก็เปลี่ยนไป เส้นสายพลังงานที่รณกรเห็นเริ่มเรืองแสงสีม่วงคล้ำ มันไม่ได้อยู่นิ่ง แต่กลับเลื้อยพันเหมือนเถาวัลย์ขึ้นมาบนตัวเขา สถาปัตยกรรมของอาคารไม้เบื้องหน้าที่ควรจะผุพัง กลับปรากฏชัดเจนขึ้นในสายตาของเขา—มันคือโถงขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อ ‘บูชา’ อะไรบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นดิน “อาจารย์... สถาปัตยกรรมนี่มันไม่เป็นไปตามหลักฟิสิกส์เลย” รณกรพึมพำ เขาหยิบกระดาษผังเมืองที่ร่างไว้ขึ้นมาดู ทว่าลายเส้นบนกระดาษกลับเริ่มเลื่อนไหลและเปลี่ยนแปลงไปตามสายตาของเขา “จุดศูนย์กลางของโถงนั่น มันไม่ใช่เสารับน้ำหนัก แต่มันคือ ‘ทางผ่าน’ ของกระแสวิญญาณที่ถูกฝังไว้ด้วยมนตรา!” รินรดาเดินไปหยุดที่หน้าประตูหลัก เธอไม่ได้แตะต้องมัน แต่ใช้นิ้วเขียนอักขระลงบนอากาศ ประตูกลไกที่ปิดตายมานับร้อยปีค่อยๆ เคลื่อนตัวออกด้วยเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับกระดูกที่หักออกจากกัน กลิ่นอายโบราณที่อัดแน่นด้วยความแค้นและกาลเวลาพุ่งปะทะร่างของทั้งสองจนต้องก้าวถอยหลัง “รณกร ระวังตัวให้ดี” รินรดาเตือน เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “สถาปัตยกรรมนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้คนอยู่ แต่มันถูกออกแบบมาให้เป็น ‘กรงขัง’ และตอนนี้... เหมือนจะมีบางอย่างรู้ตัวแล้วว่าผู้เฝ้ากรงได้กลับมา” สิ้นเสียงของเธอ ความมืดมิดภายในห้องโถงก็ม้วนตัวเข้าหากันจนกลายเป็นรูปเป็นร่าง มันไม่ใช่ผีร้ายที่น่ากลัว แต่เป็นเงาของ ‘สถาปนิก’ ในชุดโบราณที่ไร้ใบหน้า มือของเงาร่างนั้นชี้ตรงมาที่รณกร ก่อนที่ผนังห้องโถงจะเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระเบื้องพื้นระเบิดออก กลายเป็นกรงเหล็กแหลมคมพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศทาง! รณกรใช้ไหวพริบดึงโครงสร้างพลังงานที่เขาเห็นมาเป็นโล่กำบัง เขาคว้ามืออาจารย์สาวแล้วกระโดดหลบเข้าซอกเสาที่ยังพอมีเสถียรภาพ ทว่าในวินาทีที่เขากดปุ่มเปิดใช้งานอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า—มันไม่ใช่แจ้งเตือนระบบทั่วไป แต่มันคือเสียงสัญญาณที่รณกรไม่เคยได้ยินมาก่อน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสถาปัตยกรรมระดับ SSS - 'วิหารแห่งการล่มสลาย'] [ภารกิจลับ: บอสลับ 'สถาปนิกผู้สาบสูญ' เริ่มต้นการตื่น! กระแสพลังงานในพื้นที่เข้าสู่ภาวะวิกฤต!] [คำเตือน: คุณและคู่หูถูกระบุว่าเป็น 'สิ่งแปลกปลอม' ในผังอาคมที่สมบูรณ์แบบ... การทำลายโครงสร้างนี้คือทางรอดเดียว หรือการยอมจำนนต่อพันธนาการ?] ในขณะที่กรงเหล็กพุ่งเข้าหาเขาทั้งสอง รณกรสังเกตเห็นว่าที่ฐานเสากลางโถง มีรอยสลักที่คุ้นตาอย่างประหลาด—มันเป็นตราสัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนสร้อยคอที่เขาเก็บได้จากซากปรักหักพังในวันที่ครอบครัวเขาเสียชีวิต! “รินรดา! หยุดก่อน!” เขาร้องขึ้นขณะที่เงาร่างไร้ใบหน้านั้นหยุดกึกอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องไปทั่วทั้งโถงว่า *‘ในที่สุด... ทายาทแห่งผู้ทำลายก็กลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยขโมยไป’* รณกรตัวแข็งทื่อเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นเงามืดออกมา—มันไม่ใช่ผี แต่มันคือร่างแยกของเขาในวัยที่แก่กว่านี้ และในมือของมันกำลังถือพิมพ์เขียวของตึกที่เคยถล่มลงมาในอดีตนั้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ใจกลางปริศนาครั้งนี้ไปพร้อมกับรณกรและอาจารย์รินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%