ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 11

จุดเปลี่ยนก่อนพายุเข้า

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
“คุณกรคะ... อย่าเพิ่งดึงไพ่ใบนั้นขึ้นมาเด็ดขาดนะคะ” เสียงเตือนของอาจารย์รินราดาดังขึ้นแทรกเสียงกระแสไฟฟ้าสถิตที่กรีดร้องหวีดหวิวอยู่ภายในห้องควบคุมใต้ดินของอาคารพาณิชย์เก่าแก่แห่งนั้น กลิ่นอับชื้นของอิฐปูนที่ผุกร่อนผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมของเหล็กเส้นโครงสร้างที่ถูกมนต์ดำกัดกร่อนจนขึ้นสนิมสีเลือด รณกรชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะสัมผัสกับสำรับไพ่ทาโรต์โบราณ ซึ่งวางอยู่บนแท่นคอนกรีตกลางซากปรักหักพัง ไพ่ใบสุดท้ายของคดีตึกเก่าระอุความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง เขาใช้ ‘เนตรโครงสร้าง’ มองทะลุกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่บิดเบี้ยวผิดรูป เส้นใยพลังงานสีเทาหม่นที่เคยพันธนาการอาคารหลังนี้ไว้บัดนี้ขาดสะบั้นลงแล้ว หลังจากการไขปริศนาโครงสร้างมรณะและการปลดปล่อยวิญญาณสถาปัตย์ที่ถูกกักขัง คดีแรกที่พรากเอาหยาดเหงื่อและสมาธิไปนับสัปดาห์สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ความโล่งใจยังไม่ทันได้ทาบทับลงบนบ่า ความเย็นยะเยือกแปลกประหลาดก็แล่นริ้วขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต รณกรค่อยๆ ลดมือลง หันไปมองหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีเข้มผู้ยืนกอดอกอยู่หน้ากองเอกสารโบราณ ดวงตาของอาจารย์รินรดาลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้หลวมๆ ปรกลำคอระหง ท่าทีสงบนิ่งของเธอไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลย กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก “ผมแค่คิดว่า... มันจบแล้วเสียอีกค่ะ อาจารย์” รณกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยล้า “โครงสร้างพลังงานของตึกนี้ถูกปรับสมดุลตามหลักฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรมศาสตร์แล้ว วิญญาณของสถาปนิกยุคอาณานิคมท่านนั้นก็เดินทางไปสู่สุคติแล้วด้วย ทำไมไพ่ในสำรับถึงยังแผ่รังสีอาฆาตออกมาอีกละคะ” รินรดาส่ายหน้าช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมเพื่อตรวจสอบลวดลายบนกระดาษโบราณที่เพิ่งกู้ชีพขึ้นมาจากใต้ซากตึก “คุณกรคะ... คุณมองเห็นแค่ ‘โครงสร้างทางกายภาพและพลังงานตกค้าง’ ของตึกนี้ แต่คุณมองไม่เห็น ‘รากเหง้า’ ที่มันเกาะเกี่ยวอยู่หรอกค่ะ คดีที่เราเพิ่งปิดไปเมื่อครู่ มันไม่ใช่จุดสิ้นสุด... แต่มันเป็นเพียงแค่การเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้านตัวจริงต่างหาก” สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไป อุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว สำรับไพ่ทาโรต์บนแท่นคอนกรีตไม่ได้วางนิ่งสนิทอีกต่อไป แต่มันเริ่มสั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูง ไพ่แต่ละใบดีดตัวขึ้นจากโต๊ะทีละใบอย่างไร้แรงโน้มถ่วง หมุนวนกลางอากาศราวกับพายุทอร์นาโดขนาดจิ๋ว รณกรก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เนตรโครงสร้างของเขากลับมาทำงานอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่แค่ห้องใต้ดินธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่เส้นใยพลังงานสีเทาหม่นที่ควรจะสลายไป กลับเชื่อมโยงออกไปนอกตัวอาคาร ทอดยาวผ่านใต้พื้นดิน ทะลุกำแพงเมืองออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด มันพุ่งตรงไปยังใจกลางมหานคร—พุ่งตรงไปยังตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจที่ครอบครัวของเขาเคยประสบอุบัติเหตุตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อน! “นี่มัน... อะไรกันคะ?” รณกรเค้นเสียงถาม มือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพของโครงสร้างพลังงานขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายรากแก้วฝังรากลึกอยู่ใต้ผืนแผ่นดินนี้ รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้มือเรียวแตะลงบนไหล่กว้างของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านกระแสพลังงานอุ่นๆ ช่วยดึงสติลูกศิษย์หนุ่มผู้กำลังถูกความโกรธและความแค้นเข้าครอบงำ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่จริงจังเป็นที่สุด “ตั้งสติไว้ค่ะคุณกร ปมที่เราเพิ่งแก้ไปเป็นเพียงแค่ ‘ด่านทดสอบชั้นนอก’ สำรับไพ่ทาโรต์สำรับนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำนายอนาคตเล่นๆ แต่มันคือ ‘กุญแจ’ และ ‘แผนผัง’ ของพิธีกรรมไสยเวทระดับมหภาค สถาปัตยกรรมทุกแห่งที่คุณมองว่าพังทลายลงอย่างมีเงื่อนงำ... แท้จริงแล้วมันถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันเป็นตาข่ายยักษ์เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของคนทั้งเมือง” รณกรสูดลมหายใจเข้าลึก, พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเดือดพล่าน เขาวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ประเดประดอนเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นมืออาชีพ “ถ้ามันคือตาข่ายพลังงาน... แสดงว่าเหตุการณ์ตึกถล่มในอดีต รวมถึงคดีตึกเก่านี้ ล้วนมาจากเงื้อมมือของ ‘สถาปนิกคนเดียวกัน’ ที่ใช้ศาสตร์มืดบิดเบือนโครงสร้างวิศวกรรมเพื่อเป้าหมายบางอย่างสินะคะ” “ถูกต้องค่ะ” รินรดาพยักหน้ารับ แววตาภายใต้กรอบแว่นฉายแววเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก “และตอนนี้... เมื่อคุณทำลายโหนดพลังงานจุดแรกพังลง ตัวการใหญ่ที่หลับใหลอยู่ใต้รากฐานของตึกระฟ้าใจกลางเมืองก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของคุณแล้วค่ะ” ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน ไพ่ทาโรต์ใบนอกสุดที่หมุนวนอยู่กลางอากาศก็หยุดกะทันหัน มันร่อนลงมาปักลงบนพื้นคอนกรีตเบื้องหน้ารณกรอย่างแม่นยำราวกับมีใครจงใจปาลงมา ลวดลายบนหน้าไพ่สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีแดงฉาน เป็นภาพของ ‘หอคอยที่ถูกสายฟ้าฟาดพังทลายลงมา (The Tower)’ แต่ทว่า... ตรงใจกลางภาพนั้นกลับมีเงาสถาปนิกไร้หน้าคนหนึ่งยืนยันตระหง่าน ชูแปลนผังอาคารที่หยดหยาดด้วยเลือดสดๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับกำลังประกาศสงครามครั้งใหม่กับผู้ที่บังaชาญกล้ามาแตะต้องผลงานของมัน ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนลึกลับจากระบบไสยเวทโบราณที่สถิตอยู่ในจิตสำนึกของรณกรก็ดังขึ้นก้องกังวานในหัว โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า: *[ระบบตรวจพบการปลุกพลังงานระดับ SSS: 'สถาปนิกแห่งความมืด' ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว]* *[ภารกิจต่อเนื่องบังคับเปิดใช้งาน: 'ถอดรหัสโครงสร้างแห่งความตาย' — เป้าหมาย: หยุดยั้งพิธีกรรมฝังรากตึกระฟ้ามหานครภายใน 72 ชั่วโมง]* *[คำเตือน: หากล้มเหลว โครงสร้างวิญญาณของคุณจะถูกผนึกไว้ในฐานรากนิรันดร์]* รณกรจ้องมองหน้าไพ่ใบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้และความโกรธแค้นที่ได้รับการปลดปล่อย เขาหันไปสบตากับอาจารย์รินรดาที่พยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงอนุมัติ “ดูท่าทาง... งานเลี้ยงฉลองปิดคดีของเราคงต้องเลื่อนออกไปก่อนแล้วสินะคะ, อาจารย์” รณกรเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไพ่ใบนั้นขึ้นมาถือไว้แน่นจนกระดาษโบราณสั่นสะเทือนตามจังหวะชีพจรของเขา “เตรียมตัวให้พร้อมนะคะคุณกร... เพราะพายุลูกใหญ่ที่แท้จริง กำลังจะพัดถล่มเราในอีกไม่กี่วินข้างหน้านี้แล้วค่ะ” --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%