แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักข้ามพื้นผิวกระจกใสของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เสียงเนื้อกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังทึบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบห้าของอาคารสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ
ธราธิปไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงยังคงจดจ้องอยู่กับกราฟฟังก์ชันการเงินที่ดิ่งลงเหวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาวะวิกฤตของโครงการคฤหาสน์หรูมูลค่าพันล้านกำลังบีบคั้นลมหายใจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศแห่งนี้ จนผู้บริหารหนุ่มผู้ทะเยอทะยานไม่มีเวลาแม้แต่จะเงยหน้ามองเศษเสี้ยวของมนุษย์เดินดิน
"นี่คือผลงานการออกแบบโครงสร้างภายในสามโปรเจกต์ล่าสุดของผม... หรือจะเรียกว่า 'ทางรอด' ของคุณในเวลานี้ก็ได้ครับ คุณธราธิป"
น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ ทุ้มนุ่ม และแฝงความเยือกเย็นจนน่าประหลาด เป็นน้ำเสียงที่ถูกควบคุมโทนไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีร่องรอยของความหวาดหวั่น แม้ว่าเบื้องหน้าเขาคือชายผู้เคยมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายชีวิตของผู้คนด้วยปลายนิ้ว
ธราธิปชะงักมือที่กำลังเคาะโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่วินาทีแรกที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของมัณฑนากรนิรนามผู้ยืนอยู่หลังโต๊ะ คำพูดดูถูกที่เตรียมจะพ่นออกมากลับติดอยู่แค่ลำคอ
ร่างนั้นสวมสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตจนดูราวกับเกราะคุ้ม AURA ความมั่นใจ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว แว่นกันแดดกรอบใหญ่ถูกถอดออกวางไว้ข้างแฟ้มเอกสาร เปิดเผยดวงตากลมโตคู่คมที่ฉายแววเยชาและว่างเปล่า ราวกับเธอกำลังมองซากปรักหักพังที่เธอเป็นคนจุดไฟเผาด้วยมือตัวเอง
รินรดา... แม้จะผ่านมาหลายปี ทว่าเงาสะท้อนในความทรงจำกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทับซ้อนกันอย่างน่าตกใจ แม้บุคลิกภายนอกจะเปลี่ยนจากหญิงสาวผู้เงียบงัน หงิมๆ และยอมจำนนต่อโชคชะตา กลายมาเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยอำนาจการควบคุมและรัศมีแห่งความเฉียบขาด แต่วิญญาณที่อยู่เบื้องหลังดวงตานั้น เขายังคงจำมันได้แม่นยำ... รินรดาภรรยาเก่าที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า
ธราธิปสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักธุรกิจผู้ถือไพ่เหนือกว่าเช่นเคย
"แปลกดี..." ธราธิปเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยัน "บริษัทออกแบบระดับท็อปของประเทศส่งคนมาสมัครเป็นดีไซเนอร์นิรนามในโครงการที่กำลังจะเจ๊งของผมเนี่ยนะ? คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่ขนาดที่จะเซ็นสัญญากับใครก็ไม่รู้ที่แม้แต่ประวัติการทำงานจริงยังถูกปกปิดไว้หรือไง?"
รินรดายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าสวยคมไม่ปรากฏรอยยิ้มหรือความหวาดหวั่น เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าวอย่างถือวิสาสะ ท่าทีนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจจนธราธิปต้องหรี่ตามอง
"โครงการ 'Aethelgard' กำลังจะพังพินาศเพราะความผิดพลาดในการบริหารจัดการและการออกแบบที่ไร้จิตวิญญาณ คุณธราธิป... ลูกค้ากระเป๋าหนักกลุ่มเป้าหมายของคุณปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญา เพราะบ้านตัวอย่างของคุณมันให้ความรู้สึกเหมือน 'กรงขังราคาแพง' มากกว่าบ้าน" รินรดาเอ่ยทวนคำวิจารณ์ที่เจ็บแสบที่สุดของบริษัทคู่แข่ง โดยที่น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบราとกำลังรายงานสภาพอากาศ
ธราธิปขบกรามแน่น สันกรามของชายหนุ่มนูนเด่นขึ้นด้วยความโกรธ เภทภัยทางธุรกิจที่เขากำลังเผชิญอยู่ถูกคนตรงหน้าขุดขึ้นมาตบหน้าฉาดใหญ่กลางห้องประชุมต่อหน้าผู้ช่วยที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่มุมห้อง
"คุณกล้ามากนะ..." ธราธิปคำรามในลำคอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อใช้อำนาจกดดัน "คิดว่ารู้เรื่องธุรกิจของผมดีแค่ไหน ถึงกล้ามาเหยียบที่นี่แล้วพูดจาสามหาวแบบนี้?"
"ผมไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับคุณเรื่องธุรกิจครับ..." รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเฉียบคมดั่งใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด "ผมมาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอที่คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธต่างหาก"
เธอยื่นมือเรียวเปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะออก หน้ากระดาษแปลนการออกแบบภายในถูกกางออกต่อหน้าธราธิป ทันทีที่สายตาของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กวาดมองผ่านเส้นสาย สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว เส้นสายการออกแบบที่ปรากฏบนกระดาษไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสวยงามหรูหรา แต่มันคือผลงานระดับปรมาจารย์ที่เข้าใจ 'จิตวิทยาของพื้นที่' อย่างลึกซึ้ง ทุกมุม ทุกแสงเงา และทุกสัมผัสของวัสดุถูกจัดวางอย่างมีชั้นเชิง มันคือบ้านที่สามารถโอบกอดผู้อยู่อาศัย แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความอึดอัดและลึกลับราวกับเขาวงกตที่หาทางออกไม่เจอ
มันเป็นสไตล์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์... เอกลักษณ์ที่ธราธิปจำได้ดีว่าอดีตภรรยาของเขามีพรสวรรค์ด้านนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ในอดีต... เขาไม่เคยชายตาแลมันเลยแม้แต่น้อย
"นี่มัน..." ธราธิปพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทะเยอทะยานในฐานะนักธุรกิจถูกกระตุ้นขึ้นทันทีเมื่อเห็นหนทางรอดพ้นจากการล้มละลาย "คุณต้องการเท่าไหร่? ค่าตัวของคุณ... ผมจ่ายให้ได้หมด ขอแค่เซ็นสัญญานี้แล้วเริ่มงานพรุ่งนี้เลย"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่บางเบาจนแทบไม่เรียกว่ารอยยิ้ม แต่มันกลับทำให้ธราธิปรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เงินไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเป็นอันดับแรกครับ... คุณธราธิป" รินรดากล่าวเสียงเย็นเยียบ เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับความเย็นชาของผู้หญิงตรงหน้าลอยเข้าแตะจมูกชายหนุ่ม "เงื่อนไขของผมมีอยู่ข้อเดียว..."
ธราธิปชะงัก รอฟังคำขาดด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
"ผมจะรับหน้าที่เป็นมัณฑนากรนิรนามผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้... แต่คุณต้องให้สิทธิ์ผมในการตัดสินใจ 'ทุกขั้นตอน' ของการตกแต่งภายในแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาแทรกแซง... แม้กระทั่งตัวคุณเอง" รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด "และที่สำคัญที่สุด... คุณต้องเซ็นสัญญายกกรรมสิทธิ์พื้นที่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์หลังนั้น ให้เป็นสิทธิ์ขาดของผมแต่เพียงผู้เดียว... ตลอดระยะเวลาที่โครงการนี้ยังดำเนินการอยู่"
ธราธิปขมวดคิ้วมุ่นทันที เงื่อนไขบ้าบออะไรกัน? ยกกรรมสิทธิ์พื้นที่ส่วนตัวในคฤหาสน์พันล้านให้คนแปลกหน้าครอบครองระหว่างการก่อสร้าง? แต่มองจากสถานการณ์ปัจจุบัน เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว โครงการนี้คือลมหายใจสุดท้ายของบริษัท หากโปรเจกต์นี้พัง เขาไม่เพียงแต่ล้มละลาย แต่ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตจะป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต
"ตกลง..." ธราธิปกัดฟันพูด ยื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา "ผมเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่ให้คุณก็ได้... แต่บอกชื่อแซ่ของคุณมาให้ชัดเจนซะที ดีไซเนอร์นิรนามคนเก่ง คุณชื่ออะไร?"
รินรดารับปากกาที่ถูกยื่นกลับมาอย่างเชื่องช้า เธอจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสัญญาด้วยลายมือที่มั่นคงและเฉียบคม ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังอดีตสามีที่กำลังเซ็นชื่อกำกับด้วยความกระวนกระวายใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขากกำลังเซ็นใบมรณะบัตรให้กับความสุขทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิตของตนเอง
"ชื่อของผมเหรอครับ..." รินรดาเอ่ยทวนเสียงแผ่วเบา ขณะดึงเอกสารสัญญากลับมาไว้ฝั่งตนเอง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม "จำไว้ให้ดีล่ะครับคุณธราธิป... เพราะต่อจากนี้ คุณจะได้ยินชื่อนี้ไปจนกว่าความพินาศจะมาเยือน... ผมชื่อ 'ริน'..."
เสียงประตูกระจกห้องทำงานเปิดผางออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือเล็กถือแท็บเล็ตหน้าจอแตกยับเยือนเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขานุการสาวละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เด็กผู้ชาย... เด็กผู้ชายคนนั้นที่แอบหนีเข้ามาในไซต์งานก่อสร้างคฤหาสน์ Aethelgard เมื่อครู่... เขา... เขาถูก รปภ. ควบคุมตัวไว้ได้แล้วค่ะ! และ... และหน้าตาของเด็กคนนั้น..."
ธราธิปหันขวับไปมองหน้าเลขานุการด้วยความหงุดหงิด "หน้าตาเด็กมันทำไมวะ ถึงต้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาขนาดนี้!"
เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตที่แสดงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของไซต์งานให้ประธานหนุ่มดู พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้โลกทั้งใบของธราธิปหยุดหมุนทันที
"เด็กคนนั้น... หน้าตาถอดแบบมาจากคุณตอนเด็กทุกประการเลยค่ะท่านประธาน... และที่สำคัญที่สุด เด็กคนนั้นเรียกคุณว่า... 'คุณพ่อ' ค่ะ!"
— บันทึกคนจร
มัณฑนากรไร้เงากับภาพวาดที่เขาสั่งทำ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับภาพวาดที่เขาสั่งทำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
