เสียงกรีดปลายมีดคัทเตอร์ที่ลากผ่านกระดาษไขแผ่นหนา คือดนตรีบำบัดชนิดเดียวที่รินรดาอนุญาตให้ตัวเองเสพในยามที่โลกทั้งใบพยายามจะกลบเสียงของเธอให้หาย and ดับสูญ
รอยตัดบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อแน่น สะท้อนร่องรอยความพยายามนับร้อยชั่วโมงในการลบตัวตนเก่าทิ้ง ปลายนิ้วเรียวที่เคยด้านจากการกวาดบ้าน ซักผ้า และจัดเตรียมเสื้อผ้าสูทราคาแพงให้อดีตสามี บัดนี้ปรากฏรอยหมึกสีดำสนิทและรอยแผลเป็นจางๆ จากปลายมีด—มันคือเครื่องประดับชิ้นใหม่ที่เธอภูมิใจยิ่งกว่าเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางข้างซ้ายที่เคยถูกถอดทิ้งไว้ในลิ้นชักหัวเตียงเมื่อสามปีก่อน
"คุณรินครับ ทางโครงการ 'เดอะ แกรนด์ เรสซิเดนซ์' ส่งแบบแปลนชุดสุดท้ายมาให้ตรวจแก้รอบดวงตาค่ะ... เอ่อ รอบสุดท้ายครับ"
เสียงของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องทำงานโทนสีเทาดำ สไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่เธอออกแบบเองทุกตารางนิ้ว รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกระดานเขียนแบบ แววตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเยือกเย็นจนผู้ช่วยหนุ่มต้องรีบหลบสายตา
"โครงการนั้นไม่ใช่เป้าหมายหลักของเราครับคุณภูมิ" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ นุ่มนวล แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำยาชา "มันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งบนกระดาน ที่ฉันวางไว้เพื่อดึงให้คนที่เคยเหยียบย่ำคุณค่าของฉัน... เดินตกลงไปในหลุมที่เขาขุดขึ้นมาเองต่างหาก"
สี่ปีที่แล้ว รินรดาคือภรรยาในเงาของ ธราธิป อัครโยธิน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ชายผู้มองเห็นภรรยาเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในคฤหาสน์หลังโต เป็นผู้หญิงไร้เสียงที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะออกความเห็นในโต๊ะอาหาร วันที่เธอยื่นใบหย่าพร้อมกับรอยช้ำในจิตใจที่ไม่มีวันรักษาหาย ธราธิปเพียงแค่เซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับคำพูดที่ยังคงกรีดแทงหัวใจทุกครั้งที่นึกถึง
*'เธอคิดว่าคนอย่างเธอ ออกไปข้างนอกแล้วจะเอาตัวรอดได้หรือรินรดา? Without me, you are nobody.'*
คำพูดเยาะเย้ยวันนั้น กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญความอ่อนแอในตัวเธอจนหมดสิ้น จากแม่บ้านผู้ถูกลืม เธอใช้เวลาสามปีเต็มปีนป่ายขึ้นมาจากก้นเหวแห่งความอัปยศ ด้วยหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และพรสวรรค์ที่ถูกกักขังมานาน จนกระทั่งนามปากกาและชื่อเสียงของ "มัณฑนากรไร้เงา" กลายเป็นที่ต้องการตัวของบรรดาเศรษฐีและนักลงทุนระดับประเทศ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ความสำเร็จนั้น คือแผนการแก้แค้นที่วางรากฐานไว้อย่างแยบยล
และเหยื่อรายแรก... ก็กำลังเดินเข้ามาติดกับดัก
"คุณธราธิปจองโต๊ะที่ห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรม V-Imperial ไว้ครับ..." ภูมิลลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "เขาบอกว่าต้องการพบหัวหน้าทีมออกแบบของ 'Rinrada Studio' ด้วยตัวเอง เพื่อคุยเรื่องการรีโนเวทเพนต์เฮาส์เรือธงของโครงการใหม่... และเขาดูเหมือนจะยืนยันว่าต้องเป็นคุณรินเท่านั้นที่จะรับงานนี้"
รินรดานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่ถือดินสอหยุดชะงัก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่า เธอกำลังจะได้พบเขา... อดีตสามีผู้ทระนงตนว่ากุมชะตาชีวิตคนอื่นไว้ในมือ แต่บัดนี้ บริษัทของเขากำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างเงียบๆ และโครงการเพนต์เฮาส์เรือธงนั้นคือความหวังสุดท้ายที่จะกู้ชื่อเสียง
ความโลภและความมั่นใจในอำนาจ จะเป็นสิ่งที่ฆ่าผู้ชายอย่างธราธิปให้ตายทั้งเป็น
"รับนัดครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "บอกเขาว่า ฉันจะไปตรงเวลา... ในฐานะที่ปรึกษาคนใหม่ ที่จะมาพลิกโฉมชีวิตของเขาใหม่ทั้งหมด"
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างเพรียวระหงดูทรงอำนาจและน่าเกรงขرام รินรดามองเงสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ผู้หญิงในกระจกคนนี้ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกควบคุมไว้อย่างดีภายใต้หน้ากากของนักออกแบบสาวผู้ประสบความสำเร็จ
รถยนต์หรูคันดำจอดเทียบหน้าโรงแรมหزูใจกลางเมือง รินรดาก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างาม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมมักส์จางๆ ลอยอบอวลรอบตัวเธอ ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านประตูหมุนกระจกใส เปรียบเสมือนการประกาศสงครามที่ไม่มีวันถอยหลัง
ที่โต๊ะอาหารมุมสุดของห้องอาหาร ธราธิป อัครโยธิน กำลังนั่งไขว่ห้าง ใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเครียดประดับอยู่ตามหางตา กำลังจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือ เขาดดูแก่ลงไปถนัดตาจากความกดดันทางธุรกิจในรอบปีที่ผ่านมา และในวินาทีที่ร่างระหงในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ เขาก็เงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตาคมกริบของธราธิปเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในความทรงจำ แต่ถูกรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของหญิงสาวตรงหน้ากลบ ริมฝีปากที่เคยเยาะเย้ยในอดีตบัดนี้เม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณธราธิป..." รินรดายื่นมือเรียวออกไปเบื้องหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเธองดงาม ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "ฉัน รินรดา... มัณฑนากรผู้ที่จะมารับผิดชอบในการชุบชีวิตซากปรักหักพัง... เอ๊ย โครงการเพนต์เฮาส์ของคุณครับ"
ธราธิปชะงักไปชั่ววินาที มือหนาที่ยื่นออกไปสัมผัสมือเธอกลับเย็นเฉียบอย่างประหลาด กระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาตามสันหลังของเขา ราวกับเสียงกระซิบจากยมบาลที่กำลังทวงถามสัญญาเลือดในอดีต
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนระหว่างอดีตสามีภรร จะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงใสของเด็กชายวัยประมาณสามขวบก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสาหินอ่อน
"คุณแม่ครับ! คุณป้าบอกว่าคุณแม่สัญญาว่าจะพาผมไปกินไอศกรีมหลังเลิกงานไม่ใช่เหรอครับ?"
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ในชุดเสื้อผ้าแบรนด์ดัง วิ่งเข้ามาควชายเสื้อสูทของรินรดา รินรดาก้มตัวลงลูบศีรษะลูกชายด้วยสายตารักใคร่สุดหัวใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีที่ตอนนี้ใบหน้าเผือดสีไร้เลือด ราวกับเห็นผีในเวลากลางวัน
ธราธิปมองหน้าเด็กชายสลับกับใบหน้านิ่งเรียบของอดีตภรรยา ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อโครงหน้าของเด็กชายคนนั้น... ถอดแบบมาจากเขาทุกระเบียดนิ้วโดยไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นและการชำระบาปครั้งนี้ด้วยกันนะครับ — บันทึกคนจร
มัณฑนากรไร้เงากับภาพวาดที่เขาสั่งทำ•ตอนที่ 1
ในเงามืดของอดีต
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัณฑนากรไร้เงากับภาพวาดที่เขาสั่งทำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
