วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 4

เสียงสั่งการที่สั่นประสาท

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะที่เด็ดขาดและไร้ความลังเล จนทำให้ศิลาที่กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ต้องชะงัก รังสีอำมหิตพุ่งวาบขึ้นในดวงตาทันที เขาดึงสายตาออกจากใบหน้าตื่นตระหนกของเพียงขวัญช้าๆ ก่อนจะหันขวับไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนจากเพลิงปรารถนาเป็นความเยือกเย็นยะเยือกในพริบตาเดียว "เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยอนุญาตโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเคาะซ้ำ ประตูไม้เนื้อแข็งราคาแพงถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างของหัวหน้าฝ่ายบัญชีประจำไร่อ้อยที่ก้มหน้าน้อยๆ ด้วยความเกรงกลัว ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะเข้ามา "คุณศิลาครับ รายงานสรุปยอดการส่งออกล็อตล่าสุดจากสหกรณ์มาถึงแล้วครับ... ทางนั้นแจ้งว่ามีตัวเลขส่วนต่างที่ยังไม่ลงตัว" ศิลาไม่ได้ขยับกายออกห่างจากโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงยังคงยืนบังร่างของเพียงขวัญที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้หนังเบื้องล่าง สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาดกลับมามองเอกสารในมือลูกน้องสลับกับใบหน้าซีดเผือดของผู้หญิงที่อยู่ใต้เงาอิทธิพลของเขาในเวลานี้ "วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไป" ศิลาสั่งสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก "เอ่อ... คือว่าให้ผมรอเซ็นอนุมัติเลยไหมครับ" ลูกน้องคนเดิมถามด้วยน้ำเสียงลังเล "ฉันบอกให้ออกไป" ศิลาเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยจนอีกฝ่ายไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ รีบวางแฟ้มลงบนมุมโต๊ะแล้วถอยหลังกรูดออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุด เมื่อเสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดังขึ้น ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ศิลาหันกลับมามองเพียงขวัญที่กำลังสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ ร่างบางขยับตัวพยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่า... ไวเท่าความคิด มือหนาใหญ่ของวิศวกรหนุ่มกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวเล็กไว้ได้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นสร้างความเจ็บปวด แต่มันมั่นคงและเด็ดขาดจนไม่มีทางดิ้นหลุด "จะรีบไปไหนล่ะคุณเพียงขวัญ" ศิโนโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความดุดันอยู่ห่างจากใบหน้าหวานไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายบุรุษเพศพัดปะทะเข้ากับผิวแก้มเนียนจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด "ปล่อยฉันค่ะ... คุณศิลา ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันแบบนี้" เพียงขวัญเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แววตาจะไหวระริกด้วยความตื่นกลัว แต่ศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นในตัวกลับไม่ยอมก้มหัวให้ง่ายๆ เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามดึงข้อมือกลับ "สิทธิ์งั้นเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกจนเพียงขวัญสัมผัสได้ "ในไร่นี่... ไม่มีคำว่าสิทธิ์ของคุณหรือสิทธิ์ของฉัน มีแต่คำสั่งของผมคนเดียวเท่านั้นจำไว้" เขาออกแรงกระตุกเบาๆ ร่างบางก็เซถลาเข้าหาแผงอกกว้างตามแรงดึงโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นไอแดดและดินของความเป็นชายฉกรรจ์โอบล้อมตัวเธอไว้ทุกทิศทาง ศิลาใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอต้องสบตาเขาตรงๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจริมฝีปากอิบอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนจะไล่สายตาลงมายังลำคอระหงที่ไหวตามจังหวะชีพจรเต้นเร็วรัว "คุณมันเผด็จการ... ป่าเถื่อน!" เพียงขวัญเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ใช่... ผมมันทั้งดิบและเถื่อน" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบพร่าต่ำเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม "และคุณก็รู้ดีว่า... ต่อให้คุณจะเก่งมาจากไหน หรือถือตัวว่าเป็นนักตรวจสอบบัญชีมือสะอาดมาจากกรุงเทพฯ แค่ไหน บนผืนดินของผม... คุณก็เป็นได้แค่ผู้หญิงที่ต้องยอมจำนนต่อหน้าผมเท่านั้น" สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้เรื่อยจากคางมนลงมาตามลำคอ ทำให้ผิวเนื้อของเพียงขวัญขนลุกเกรียว ความรู้สึกวับวามแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ร่างกายของเธอปฏิเสธความใกล้ชิดนี้ไม่ได้อย่างน่าเจ็บใจ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที ศิลาจ้องมองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปตามสัมผัสของเขา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างผู้เหนือกว่า เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้แข็งกระด้างและพยายามสร้างกำแพงหนาเตอ5ขึ้นมาป้องกันตัวเอง แต่ภายใต้ท่าทีดื้อรั้นนั้น ร่างกายของเธอกลับทรยศด้วยการสั่นสะเทือนทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ "หยุดนะ..." เพียงขวัญครางแผ่วเบาเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้ซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองไว้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเก่งจริง... ก็ผลักผมออกสิครับ เพียงขวัญ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาดุจดั่งสัตว์ป่ากระหายเหยื่อทอประกายลึกล้ำ ก่อนที่เขาจะประกบจูบลงมาอย่างไร้การปรานี บด 3ขยี้ริมฝีปากนุ่มด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเรียกร้องแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอจนหลอมละลายในพริบตา เพียงขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงประท้วงทั้งหมดจะถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อวงแขนแกร่งรัดรึงรอบเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสอันวาบหวามและดุเดือดที่เขาเป็นผู้กำหนดแต่เพียงผู้เดียว ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยคลื่นเสน่หาอันรุนแรงที่ซัดสาดเข้ามาจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาจนต้องจำนนต่อรสจูบที่ลึกซึ้งและดึงดูดอย่างไม่มีทางหลีกหนี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์และไฟปรารถนาที่กำลังโหมกระหน่ำ ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทไว้เมื่อครู่กลับถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนงานพบศพคนสนิทของคุณอยู่ท้ายไร่!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ --- ธานินทร์แดนเถื่อน ---
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเลือดร้อนกับนางเอกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%