กลิ่นแชมเปญราคาแพงเคล้าเสียงหัวเราะเยาะหยันในความสำเร็จของคนอื่น—คือบรรยากาศที่ธันวาเกลียดชังที่สุดในค่ำคืนนี้
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสวารอฟสกี้สาดส่องลงบนห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง ทว่าไม่มีสิ่งใดสามารถขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมอยู่ขั้วหัวใจของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้านได้เลย ในงานฉลองครบรอบสิบปีของบริษัท ธันวายืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติ ใบหน้าคมคายฉาบรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อการเข้าสังคม ทว่าดวงตากลับเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย
เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อไต่เต้าขึ้นมาสู่จุดสูงสุดนี้... แม้จะต้องเหยียบย่ำหัวใจของใครบางคนให้แตกสลายเป็นผุยผงก็ตาม
"คุณธันวาคะ ยินดีด้วยจริงๆ กับความสำเร็จในวันนี้นะคะ บริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนน่าชื่นชมเลยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยของเซเลบสาวชื่อดังคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับเรียวแขนที่เอื้อมมาคล้องเกาะแขนเขาอย่างถือวิสาสะ
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ฝืนยกมุมปากขึ้นตอบรับตามมารยาท "ขอบคุณครับ... เอ่อ ขอบคุณมากครับ"
ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเขากระตุกวาบเมื่อเผลอพลั้งปากใช้คำสรรพนามที่คุ้นเคย—คำว่า 'ครับ' ที่เคยใช้พูดกับใครบางคน... คนที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันก้าวกลับเข้ามาในชีวิตนี้ได้อีก
พลัน แสงไฟรอบตัวราวกับถูกหรี่ลงครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณดิบในตัวธันวาเตือนภัยอย่างรุนแรง ขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลังเมื่อกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกการ์เดเนียสีขาว ลอยเข้ามาแตะจมูก กลิ่นเดียวกับที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ท้ายบ้านหลังเก่า... กลิ่นประจำตัวของรินรดา
ธันวาผละออกจากคู่สนทนาอย่างเสียมารยาท เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวไปทั่วห้องโถงกว้าง
และแล้ว... หัวใจของเขาก็หยุดเต้นไปชั่วขณะ
ณ มุมอับสายตาใกล้เสาโรมันหินอ่อนร่างหอ ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทไร้ที่ติกำลังยืนพิงเสาอยู่อย่างสง่างาม ทว่าเยือกเย็นราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและเรียวไหลมน แต่สิ่งที่ทำให้ธันวารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง คือ 'รอยยิ้ม' ที่มุมปากของเธอ
มันไม่ใช่รอยยิ้มของกวางน้อยผู้หวาดกลัวและยอมจำนนต่อโชคชะตาเหมือนในอดีต... แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อผู้โง่เขลาติดอยู่ในกรงขัง
รินรดาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ แสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าเรียวรูปไข่ที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่กลับทรงพลังและสะกดทุกสายตา ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"แปลกใจอะไรหรือคะ คุณธันวา... หน้าตาของคุณเหมือนคนกำลังเห็นผีไม่มีผิดเลยนะคะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดريดแทงเข้าโสตประสาท ธันวาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนหาคำพูดใดๆ มาเอื้อnเอ่นไม่ได้ เขารู้จักผู้หญิงคนนี้... ไม่สิ เขาเคยคิดว่าเขารู้จักเธอดีที่สุด แต่สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ ช่างแปลกหน้าและน่ากลัวเสียจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"คุณ... ริน... คุณเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร งานนี้จำกัดเฉพาะแขกรับเชิญที่มีการ์ด..." เสียงของธันวาแหบพร่า มือหนาที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเล็กน้อยจนของเหลวสีอำพันกระฉอกโดนปลายนิ้ว
รินรดายกมุมปากขึ้นอีกนิด รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงไว้ด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ เธอยื่นมือเรียวที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำออกไป หยิบแก้วแชมเปญอีกแก้วจากถาดของบริกรที่เดินผ่านมาอย่างใจเย็น ก่อนจะจิบมันช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะ
"บัตรเชิญเหรอคะ? น่าแปลกจัง ทั้งๆที่เลขาของคุณ... หรือแม้แต่ตัวคุณเอง น่าจะเป็นคนส่งมันมาให้ฉันแท้ๆ" รินรดาเอียงคอมองด้วยแววตาซุกซน แต่มันกลับทำให้ธันวาเสียวสันหลังวาบ "อ้อ ลืมไปค่ะ ช่วงนี้คุณคงงานยุ่งจนความจำเสื่อมสินะคะ ถึงได้ลืมภรรยา... อดีตภรรยาที่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างฉันไปได้ลงคอ"
คำว่า 'อดีตภรรยา' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาหินที่หล่นทับอกของธันวา
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น แขกเหรื่อคนอื่นๆ เริ่มหันมามองความผิดปกติที่เกิดขึ้นตรงมุมห้อง ธันวารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนแก้ผ้าอยู่ท่ามกลางสายตานับร้อย เขารีบก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา ใช้ร่างสูงใหญ่ของตนบังสายตาผู้คน พร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะปนกับความหวาดกลัว
"เธอต้องการอะไร รินรดา! เงินทองเท่าไหร่ฉันก็ให้เธอได้หมดแล้วนี่! เราหย่ากันขาดแล้ว ทำไมเธอถึงไม่ไปให้พ้นๆ ชีวิตฉันเสียที!"
รินรดายังคงนิ่งสงบ เธอไม่ถอยหนีแรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่า กลับกัน เธอยิ่งขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นหอมเย็นของการ์เดเนียโอบล้อมตัวเขาไว้ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงของอดีตสามี
"เงินเหรอคะ? คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกนี้ซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ สินะคะ... ธันวา" เธอเรียกชื่อเขาห้วนๆ ไร้ซึ่งคำนำหน้าแสดงความเคารพใดๆ ทั้งสิ้น "คุณคิดว่าการเซ็นใบหย่าและการโยนเงินก้อนโตให้ฉัน มันจะลบล้างความผิดบาปที่คุณทำไว้ได้หมดจริงๆ งั้นเหรอคะ?"
นิ้วเรียวบางเอื้อมขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของธันวา ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองที่มองไม่เห็น ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้ธันวารู้สึกเหมือนกำลังถูกมีดกรีดลงบนเนื้อ
"ความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ... น้ำตาหยดสุดท้ายที่ฉันต้องกลืนกินเข้าไปในคืนที่ฝนตกหนักวันนั้น... คุณคิดว่าดอกเบี้ยมันขึ้นมาเท่าไหร่แล้วล่ะคะ?" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูของเขา น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นจนซึมลึกเข้าสู่กระดูกดำ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะคะคุณอดีสามีผู้แสนดี"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่ห้องจัดเลี้ยงเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว—สิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตกำลังจะย้อนกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างจากเขา
ในจังหวะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิง เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"และในค่ำคืนนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบสิบปีอันยิ่งใหญ่ของเรา ทางบริษัทมีเซอร์ไพรส์พิเศษ... ขอเรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านรับชมวีดิทัศน์ประวัติความเป็นมาและความสำเร็จของท่านประธานธันวา ณ จอโปรเจกเตอร์ใหญ่ด้านหน้าเลยครับ!"
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวกลบเสียงทุ้มต่ำของธันวาที่กำลังจะเอ่ยห้าม ร่างสูงชะงักงัน เขาหันขวับไปมองจอโปรเจกเตอร์ขนาดมหึมาที่กำลังสว่างวาบขึ้นด้วยความรู้สึกใจหายวาบ
รินรดายิ้มหวานหยดย้อยให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ปล่อยให้ธันวาเผชิญหน้ากับหน้าจอเบื้องหน้าเพียงลำพัง
ภาพบนจอฉายภาพความสำเร็จของบริษัทในยุคเริ่มต้น ไล่เรียงมาจนถึงภาพงานแต่งงานอันหรูหราของธันวา... ทว่า ภาพถัดมากลับไม่ใช่ภาพการทำงานหรือหน้าตาของหุ้นส่วนธุรกิจ
มันคือภาพถ่ายเอกสารใบลึกลับแผ่นหนึ่ง ที่ถูกซูมเข้าไปจนเห็นตัวหนังสือและลายมือชื่ออย่างชัดเจน
ธันวาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ขาของเขาก้าวไม่ออกเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนจอยักษ์นั้น... มันคือ *ใบรับรองผลตรวจดีเอ็นเอ* ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ระบุเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันทางพันธุกรรมกับตัวเขา สูงถึง 99.99%
และใต้ภาพใบตรวจดีเอ็นเอนั้น ปรากฏภาพถ่ายระยะประชิดของเด็กชายวัยสี่ปวบคนหนึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับธันวาอย่างไร้ที่ติ กำลังยืนส่งยิ้มเย็นเยียบมายังกล้อง... รอยยิ้มเดียวกับรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนฆาตกรรม•ตอนที่ 1
ภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนฆาตกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
