"วางกระเป๋าใบนั้นลงเดี๋ยวนี้ เรน"
เสียงทรงอำนาจของพรรณรายดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดิน ปลายรองเท้าส้นสูงของเธอหยุดชะงักลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา ความเย็นเยียบจากน้ำเสียงนั้นไม่ได้ทำให้เรนสะดุ้งไหว หากแต่เป็นเพียงแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เธอกระชับสายกระเป๋าเดินทางในมือแน่นขึ้น
เรนไม่หันกลับไปมอง เธอสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของ 'คุกสีเทา' แห่งนี้บัดนี้กลับให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก
"ทำไมต้องวางคะ?" เรนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์สั่นคลอนอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง "ของที่อยู่ในนี้คือสมบัติส่วนตัวที่ดิฉันหามาเองด้วยน้ำพักน้ำแรง ส่วนของที่คุณให้...ดิฉันคืนไว้บนเตียงในห้องนอนใหญ่หมดแล้ว รวมถึงแหวนแต่งงานที่ไร้ความหมายนั่นด้วย"
พรรณรายก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากโคมระย้าเหนือหัวสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธขึ้งและ...สิ่งที่เรนอ่านไม่ออก บางทีอาจเป็นความสับสน หรือความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจการควบคุมที่เธอเคยถือครองไว้เบ็ดเสร็จ
"เธอจะไปไหน? คิดว่าโลกข้างนอกนั่นมันจะสวยงามกว่าการอยู่ที่นี่งั้นเหรอ? อย่าลืมสิว่าทุกอย่างที่เธอมี ทุกโอกาสที่เธอได้รับ มันมาจากนามสกุลที่เธอใช้"
เรนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเฉียบคมราวกับใบมีด "นามสกุลที่คุณยัดเยียดให้เพื่อแลกกับการเป็นหุ่นโชว์เครื่องประดับในงานสังคมน่ะเหรอคะ? พาย... คุณพูดเหมือนดิฉันติดหนี้บุญคุณชีวิตคุณ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าที่ผ่านมา คุณจ่ายค่าตอบแทนให้ดิฉันด้วยความเมินเฉยและการดูแคลนมาโดยตลอด"
เรนหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตภรรยา ดวงตาของเธอว่างเปล่าจนพรรณรายชะงักไปครู่หนึ่ง มันไม่ใช่สายตาของคนที่พ่ายแพ้ แต่มันคือสายตาของคนที่ปลดแอกตัวเองออกจากโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นแล้วจริงๆ
"ดิฉันไม่ได้เดินออกจากที่นี่เพื่อหาความสวยงามค่ะ ดิฉันเดินออกไปเพื่อทวงคืน 'เวลา' ที่เสียไปให้กับคนที่ไม่เคยเห็นค่ามันต่างหาก"
พรรณรายก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ จากกายของพรรณรายยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจเสมอ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดยั้งหัวใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาของเรนได้อีกต่อไป มือเรียวของพรรณรายคว้าข้อมือของเรนไว้แน่น
"ถ้าฉันไม่ปล่อยให้เธอไปล่ะ?"
"คุณจะทำอะไรคะ? กักขังดิฉันเหมือนที่ทำมาตลอดสามปีงั้นเหรอ?" เรนเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย "เชิญเลยค่ะ ถ้าคุณคิดว่าการทำลายชื่อเสียงของตัวเองให้ฉาวโฉ่ในแวดวงธุรกิจเป็นสิ่งที่คู่ควรกับศักดิ์ศรีของตระกูลพรรณราย"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของพรรณรายที่สะท้อนถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เรนค่อยๆ แกะมือของอีกฝ่ายออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น ราวกับกำลังปลดเปลื้องภาระชิ้นสุดท้ายที่ผูกมัดเธอไว้กับอดีต
"ที่นี่ไม่ใช่บ้านค่ะพาย มันเป็นเพียงห้องนิทรรศการที่เก็บสะสมความเจ็บปวดของดิฉัน"
เรนหันหลังกลับ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวบนพรมปูพื้นหนานุ่มให้ความรู้สึกเหมือนการเดินออกจากหลุมฝังศพที่เธอขุดไว้ให้ตัวเองมานานแสนนาน
เมื่อมาถึงประตูบานใหญ่ที่เปิดอ้าออกสู่โลกกว้าง แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยหนักอึ้งในใจกลับมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่แสนสุขสงบ เรนรู้ดีว่าชีวิตหลังจากนี้ไม่ง่าย แต่มันจะเป็นชีวิตที่เธอเป็นผู้ลิขิตเอง ไม่ใช่ใครอื่น
ทว่า ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตูคฤหาสน์สีเทาแห่งนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากสวนด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงใสไร้เดียงสาของเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งไล่ตามลูกบอลสีสดใสมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"มัมครับ! ลูกบอลเด้งมาทางนี้ครับ!"
เรนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรีบเบี่ยงตัวบังเด็กน้อยไว้ แต่ไม่ทันการณ์... พรรณรายที่เดินตามออกมาติดๆ ชะงักค้างไปทันทีเมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ดวงตาของพรรณรายเบิกกว้างเมื่อจ้องมองใบหน้าของเด็กชายอย่างละเอียด ความละม้ายคล้ายคลึงบนโครงหน้านั้น... ราวกับภาพสะท้อนของเธอในวัยเด็กที่ถูกถอดแบบออกมาเป๊ะๆ พรรณรายมองสลับระหว่างเด็กน้อยกับเรนด้วยความตกตะลึงจนตัวสั่น
"นั่นใคร... เรน... เด็กคนนี้เป็นใครกัน?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในรอยแค้นครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ ควีนบีทูโกสัญญาว่าจะพาพวกคุณไปพบกับตอนต่อไปที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ
ดีไซเนอร์สาวทิ้งทวนคอลเลกชันแค้น•ตอนที่ 2
ก้าวแรกนอกคฤหาสน์สีเทา
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์สาวทิ้งทวนคอลเลกชันแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
