กลิ่นฉุนกึกของควันกำมะถันและละอองผงแร่มานาที่ฟุ้งกระจายอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดิน คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า ตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีคำว่า “การพักผ่อน” พจนานุกรมของลีโอ
เสียงโลหะกระทบเหล็กดัง “กริ๊ง... ตึ้ง!” เป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนก้องผนังหินแกรนิตเสริมเวทมนตร์ บนโต๊ะคราฟต์ตัวยาวเต็มไปด้วยเศษซากวัตถุดิบระดับหายาก ทั้งเกล็ดมังกรวารีหิมะ เขาสัตว์อสูรเงาพสุธา และขวดแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวเรืองแสงสีม่วงเข้ม รอบตัวเขามีหน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าลอยเคว้งคว้างนับสิบจอ แสดงค่าสถิติ อัตราส่วนผสม และเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จที่วิ่งขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าวัตถุดิบชุดสุดท้ายจะทนความร้อนได้ไม่เกินหนึ่งพันสองร้อยองศานะครับ ถ้าฝืนหลอมรวมกับแร่ไททาเนียมเวทมนตร์ในขั้นตอนนี้ โครงสร้างผลึกด้านในคงจะแตกร้าวทั้งหมดเป็นแน่”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเอง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นวิเคราะห์มองจ้องภาพจำลองสามมิติของดาบยาวที่กำลังขึ้นรูปในเตาหลอมเวท ลีโอขยับนิ้วมือเรียวยาวอย่างคล่องแคล่วเพื่อปรับลดอุณหภูมิของเปลวเพลิงสีครามลงสององศาเซลเซียสอย่างแม่นยำราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดหัวใจ
“ขยันขันแข็งเกินไปแล้วมั้งครับ พ่อช่างตีผู้ร่ำรวย... ระวังเถอะว่าถ้าหักโหมจนพลังจิตตกวูบตอนอยู่ในดันเจี้ยน ฉันจะไม่แบกนายกลับมาเมืองหลวงให้เปลืองแรงหรอกนะ”
เสียงหวานใสแต่แฝงความเย้าหยวนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เซเลน่าในชุดคลุมนักเวทสีรัตติกาลกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังชั้นดี มือเรียวบางถือแก้วไวน์เวทมนตร์ที่ไร้แอลกอฮอล์ พลางส่งสายตาพินิจพิเคราะห์มองแผ่นหลังชุ่มเหงื่อของชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขน
ลีโอเหลือบสายตากลับมามองเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา “ถ้าผมพลาดท่าขึ้นมาจริงๆ อาจารย์คงไม่ใจร้ายปล่อยให้ลูกศิษย์คนโปรดกลายเป็นอาหารของสัตว์อสูรในดันเจี้ยนซากโบราณสถานบูรพาทิศหรอกครับ... จริงไหมครับ?”
“ใครเป็นลูกศิษย์นายกัน หลงตัวเองเสียจริง” เซเลน่าแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่แก้วไวน์ในมือกลับหมุนวนช้าๆ อย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่... ของเล่นชุดใหม่ที่นายเตรียมไว้สำหรับการสำรวจครั้งนี้ มั่นใจแค่ไหนเชียว? ฉันเห็นนายง่วนอยู่กับมันมาสามวันเต็มๆ จนแทบไม่ยอมแตะต้องอาหารฟื้นฟูพลังเลยนะ”
ลีโอยื่นมือไปแตะหน้าต่างระบบเพื่อยืนยันการหลอม ชั่วพริบตานั้น เสียงเตือนทุ้มต่ำของระบบก็ดังขึ้นก้องโสตประสาท
*[ติ๊ง! กระบวนการคราฟต์ 'ดาบวารีอัคคีทมิฬ' ระดับตำนาน (Legendary) สำเร็จสมบูรณ์]*
*[คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟและน้ำ 45%, มีโอกาส 15% สร้างสถานะ 'แช่แข็งระอุ' แก่เป้าหมาย, ความทนทาน: 9,000/9,000]*
เขาหยิบดาบยาวที่ยังคงไอความร้อนระอุผสมไอเย็นยะเยือกขึ้นมาพินิจพิจารณา เนื้อโลหะสะท้อนประกายแสงสีรุ้งลึกล้ำ ลวดลายสลักบนตัวดาบประณีตงดงามราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอก นี่คืออาวุธสำรองที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมอันแปรปรวนภายในดันเจี้ยนระดับท้าทายโดยเฉพาะ
“ระดับตำนาน... ถือว่าน่าพอใจครับ” ลีโอวางดาบลงในกล่องเก็บไอเทมบุด้วยนวมกำมะหยี่อย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับจอมเวทสาว “แต่ดาบเล่มนี้เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่เราต้องพกพาไปเท่านั้นครับ อาจารย์ลองดูนี่สิครับ”
เขากวาดมือเรียกหน้าต่างแสดงรายการไอเทมสำรองที่จัดเตรียมไว้ทั้งหมดขึ้นกลางอากาศ รายละเอียดยาวเหยียดปรากฏแก่สายตา:
1. **ยาฟื้นฟูพลังชีวิตขั้นสูง (High-Grade HP Potion)** จำนวน 50 ขวด - สูตรผสมพิเศษที่เพิ่มอัตราการฟื้นฟูต่อเนื่อง 300 หน่วยต่อวินาที นาน 3 นาที (ลดระยะเวลาคูลดาวน์ลง 20% จากทักษะเฉพาะตัวของลีโอ)
2. **ยาล้างพิษเงาโลหิต (Blood Shadow Antidote)** จำนวน 30 ขวด - จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต่อ
3. **ลูกแก้วผนึกมานาฉุกเฉิน (Emergency Mana Orb)** จำนวน 10 ลูก - ใช้สำหรับกรณีที่พลังเวทหมดกะทันหัน สามารถเติมมานา 100% ได้ทันทีโดยไม่ต้องร่ายเวท
4. **ระเบิดควันพรางตาธาตุแสง (Light-Element Smoke Bomb)** จำนวน 20 ลูก - ใช้สำหรับหลบหนีหรือตัดการมองเห็นของบอสที่มีดวงตาเวทมนตร์
5. **เกราะสนามพลังเวทพกพา (Portable Magic Barrier Generator)** จำนวน 3 ชิ้น - ไอเทมป้องกันฉุกเฉินที่สามารถรับความเสียหายแทนตัวผู้สวมใส่ได้ถึง 50,000 หน่วย
เซเลน่ากวาดสายตาอ่านรายการคร่าวๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด แม้เธอจะเป็นถึงจอมเวทผู้ทรงพลังระดับแนวหน้าของเซิร์ฟเวอร์ แต่การเตรียมความพร้อมในระดับที่ “รอบคอบจนเกือบจะเรียกว่าหวาดระแวง” เช่นนี้ คือสิ่งที่เธอไม่เคยพบเจอจากผู้เล่นคนใดมาก่อน แม้กระทั่งกิลด์ใหญ่ระดับแนวหน้าก็ยังไม่เคยจัดเตรียมยุทโธปกรณ์เสริมและยาแก้ทางได้ครอบคลุมและละเอียดถี่ถ้วนเท่านี้
“นายเนี่ยนะ... รอบคอบจนน่ากลัวจริงๆ” เซเลน่าลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าลอยแตะจมูก “การเข้าสำรวจ ‘ซากโบราณสถานราชันย์ไร้เงา’ ครั้งนี้ ทางสมาคมการค้าและกิลด์พยัคฆ์เมฆาส่งคนแอบสืบข่าวเราอยู่ไม่น้อย พวกมันคงคิดว่าเราเป็นแค่ช่างคราฟต์หน้าเลือดกับนักเวทรับจ้างธรรมดาๆ ที่อยากลองดี”
“ปล่อยให้พวกมันคิดแบบนั้นไปก่อนเถอะครับ” ลีโอยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบสะท้อนประกายความเจ้าเล่ห์ “ในโลกธุรกิจและการต่อสู้ ความประมาทของศัตรูคือสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุด ยิ่งพวกมันประเมินเราต่ำเกินไป กำไรที่เราจะกวาดกลับมาจากการสำรวจครั้งนี้ก็จะยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้นครับ”
“แล้วแผนการเดินทางล่ะ? นายจัดการเรื่องใบอนุญาตเข้าพื้นที่เขตหวงห้ามเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” เซเลน่าถามย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดของการเตรียมพร้อมออกศึก
ลีโอพยักหน้ารับช้าๆ มือขวาหยิบกระดาษหนังแก้วตราประทับสีทองอร่ามขึ้นมาโชว์ให้เห็น “เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ ผมใช้ชื่อปลอมในนาม ‘บริษัทการค้าสิงห์คราฟต์’ ยื่นเรื่องผ่าน NPC ขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวง จ่ายภาษีใต้โต๊ะไปสามหมื่นเหรียญทอง ตอนนี้ชื่อของเราถูกบันทึกว่าเป็นคณะสำรวจโบราณสถานอย่างถูกต้องตามกฎหมายของระบบแล้ว ไม่มีใครสามารถใช้ข้อหาบุกรุกมาเล่นงานเรากลางทางได้แน่นอนครับ”
“รอบคอบไร้ที่ติ... สมเป็นซีอีโอหน้าเลือดจริงๆ” เซเลน่าหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เธอเอื้อมมือไปหยิบขวดโพชันสีเขียวมรกตขึ้นมาพินิจใกล้ๆ “แล้วเจ้าตัวนี้ล่ะ? มันคืออะไร ฉันไม่เคยเห็นสูตรนี้ในตำราเวทบทไหนมาก่อนเลยนะ”
ลีโอก้มมองตามปลายนิ้วเรียวของเธอ “อ๋อ... นั่นคือ ‘ยาเร่งปฏิกิริยาประสาทสัมผัส’ ครับ ผมคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมาเองโดยดึงเอาเอ็นไซม์จากต่อมพิษของแมงมุมเงามาสกัดร่วมกับรากโสมร้อยปี เมื่อดื่มเข้าไป มันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของประสาทสัมผัสและสายตาขึ้น 50% เป็นเวลาสิบนาทีครับ แลกมาด้วยอาการอ่อนล้าเล็กน้อยหลังจากยาหมดฤทธิ์”
เซเลน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา การคิดค้นสูตรยาขึ้นมาใหม่ในเกม VRMMO ที่ระบบถูกควบคุมด้วยปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ง่ายๆ นอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งด้านเคมีเวท โครงสร้างข้อมูล และการคำนวณความสมดุลของระบบ ลีโอไม่ได้เป็นแค่ช่างคราฟต์ธรรมดา... เขามีมันสมองระดับอัจฉริยะที่พร้อมจะพลิกคว่ำกระดานเศรษฐกิจของเกมนี้ได้ทุกเมื่อ
“นายเนี่ย... บางครั้งก็ทำให้ฉันสงสัยนะว่า สมองของนายทำด้วยอะไรกันแน่ ลีโอ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าสวยคมขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ลีโอไม่ถอยหนี เขากลับส่งยิ้มอบอุ่นและเป็นสุภาพบุรุษเช่นเคย ดวงตาสีเข้มมองสบตาเธอตรงๆ “สมองของมนุษย์เงินเดือนผู้รักความสงบและเกลียดความจนไงครับอาจารย์... หวังว่าเราจะร่วมมือกันกวาดสมบัติล้ำค่าจากดันเจี้ยนนั้นมาได้โดยไม่มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะเสียก่อนนะ”
เซเลน่าแค่นเสียงเบาๆ ในลำคออย่างหมั่นไส้ แต่ใบหูขาวเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ โดยที่เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นกลบเกลื่อน “ใครจะไปรู้ล่ะ... บางที ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ที่นายว่า อาจจะกำลังรอต้อนรับเราอยู่ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าเขตดันเจี้ยนแล้วก็ได้นะ”
สิ้นคำพูดของเซเลน่า เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์จากภายนอกห้องปฏิบัติการก็ดังขึ้น “ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!” ติดต่อกันสามครั้ง พร้อมกับหน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานารอบพื้นที่เขตหวงห้ามบูรพาทิศ มีผู้เล่นกลุ่มใหญ่กว่าห้าสิบคนกำลังเคลื่อนพลปิดล้อมเส้นทางเข้าสู่ดันเจี้ยน 'ซากโบราณสถานราชันย์ไร้เงา' ล่วงหน้า!]*
ลีโอหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเยือกเย็นลงถนัดตา เขากดเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดลงในกระเป๋าเก็บไอเทมอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบหมวกคลุมศีรษะมาสวมทับแล้วหันไปมองคู่หูสาวที่ยืนเตรียมพร้อมเรียกคถาเวทมนตร์ขึ้นมาถือในมือ
“ดูเหมือนว่า... แขกที่เราพูดถึง จะใจร้อนกว่าที่คิดไว้นะครับอาจารย์” ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเฉียบคม “เตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ ได้เวลาไปเปิดตลาดการค้า... บนซากศพของพวกมันกันแล้ว”
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของลีโอและเซเลน่าด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนคราฟต์ตัวร้ายกับเป้าหมายตีตลาดล้านเหรียญ•ตอนที่ 24
เตรียมเสบียงและยุทโธปกรณ์
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคราฟต์ตัวร้ายกับเป้าหมายตีตลาดล้านเหรียญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!