ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นอายของปูนซีเมนต์ผสมสารเคมีเร่งA-Typeยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายความอับชื้นที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ท้องสะพานคอนกรีตยักษ์ ทิศากวาดสายตาผ่านเลนส์แว่นกรองแสงอย่างพินิจพิจารณา ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวลูบไล้ไปตามแนวรอยต่อของคานรับน้ำหนักชั้นสิบห้าของโครงการ ‘แกรนด์ โอเรียนท์’ คอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รอยแตกร้าวขนาดเส้นผม—ที่วิศวกรหน้างานอาจมองว่าเป็นเพียงผิวปูนฉาบหดตัวตามธรรมชาติ—กลับส่งเสียงกรีดร้องด้วยภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เธอเท่านั้นเป็นผู้แปลออก “มันไม่ควรจะลึกถึงระดับโครงสร้างภายในได้เร็วขนาดนี้ค่ะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของทิศาดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องชุดเพนต์เฮาส์ไร้ผนังกั้น เธอยืนอยู่ท่ามกลางโครงเหล็กเส้นที่ขึ้นสนิมบางๆ สะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากเพดานชั่วคราว ข้อมูลในพิมพ์เขียวฉบับจริงที่เธอถืออยู่ในมือข้างหนึ่ง ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเปิดเทียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค่าพิกัดการรับน้ำหนักที่คำนวณไว้ในกระดาษแผ่นนั้นกำลังถูกปฏิเสธโดยสภาพความเป็นจริงตรงหน้า “คุณทิศาครับ ถ้าตรวจเสร็จแล้วช่วยเซ็นอนุมัติรับมอบงานงวดนี้เลยจะได้ไหมครับ ทางคุณรวิศเขารอเอกสารไปยื่นกับทางธนาคารอยู่” ผู้ควบคุมงานก่อสร้างวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย พร้อมกับใช้มือปัดฝุ่นตามเสื้อกั๊กสะท้อนแสงของตนเองอย่างลวกๆ ทิศาหันกลับไปมอง ชั่วขณะนั้นดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นฉายแววเยียบเย็นอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ “รับมอบงานงวดนี้เหรอคะ? คุณสุชาติ แน่ใจหรือคะว่าคุณกำลังสร้างตึกให้อยู่ หรือกำลังสร้างหลุมฝังศพให้คนที่ซื้อห้องชุดราคาแปดหลักพวกนั้นกันแน่” คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผิวเนื้อ ศรุตซึ่งก้าวเข้ามาจากโถงลิฟต์ส่วนตัวในจังหวะพอดี ได้ยินประโยคดังกล่าวชัดเจนเต็มสองหู ทนายความหนุ่มในชุดสูทสีชาคูลสียอดนิยม ปราศจากเนกタイ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังสถาปนิกสาวโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของแอร์พกพาจางๆ ลอยปะทะนาสิก “ดูเหมือนว่างานฉลองเปิดตัวโครงการมูลค่าสามพันล้าน อาจจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมงานเร็วกว่ากำหนดเสียแล้วนะครับ สถาปนิก” ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความขบขันระคนระแวดระวัง เขายื่นมือถือหน้าจอแสดงผลเอกสารทางกฎหมายขึ้นมาเทียบเคียงกับพิมพ์เขียวในมือเธอ “คุณทิศากำลังมองหาข้อผิดพลาดทางวิศวกรรมเพื่อเอาไปฟ้องร้อง หรือแค่พยายามหาทางกู้ชื่อเสียงที่เคยเกือบพังทลายของตัวเองจากโปรเจกต์ ‘ดิ เอ็มเบลม’ เมื่อสองปีก่อนกันแน่ครับ?” ทิศาตวัดสายตากลับมามองผู้มาใหม่ทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความไม่พอใจที่ถูกขุดคุ้ยแผลเป็นในอดีต เธอถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม แต่มันกลับทำให้แผ่นหลังชนเข้ากับแนวเสาคอนกรีตโดยมีร่างสูงของศรุตตามมาปิดกั้นพื้นที่ด้านหน้าอย่างแนบเนียน “คุณเป็นใคร และเอาเรื่องนั้นมาจากไหน?” เธอถามเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน “ผมศรุต ที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทคุณรวิศ… และคนที่รู้ดีว่าคุณกำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะทำให้มหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างรetคาสิโน เอ้ย รวิศ ล้มละลายได้ในพริบตาเดียว” ทนายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดผ่านความเย็นของห้องโล่ง “แต่เชื่อผมเถอะครับว่า ในเกมนี้ กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อความยุติธรรม แต่มันมีไว้เพื่อคนที่มีอำนาจซื้อมากที่สุดต่างหาก” ทิศาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น ภายในอกระอุด้วยความโกรธกรุ่นแต่ในขณะเดียวกันความท้าทายก็พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะหยัน “งั้นก็แปลว่าคุณคงลืมไปแล้วสินะคะว่า ตึกหลังนี้ต่อให้มีกฎหมายคุ้มครองหนาแน่นแค่ไหน แต่ถ้าฐานรากมันร้าวจากข้างใน… ต่อให้เป็นทนายฝีมือดีที่สุดในประเทศ ก็ไม่มีปัญญาค้ำมันไว้ได้หรอกค่ะ” บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบหยดเป็นหยาดน้ำ ศรุตหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความสนใจที่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เธอไม่ใช่สถาปนิกอ่อนต่อโลกที่มีดีแค่วาดภาพตึกสวยๆ แต่เธอคือพายุลูกย่อมๆ ที่พร้อมจะพัดพาเอาความลับโสโครกทั้งหมดของรวิศออกมาสู่แสงสว่าง ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงบันไดหนีไฟฝั่งตรงข้าม พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องผ่านโครงเหล็กมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ “ใครวะ? ใครอยู่ในนั้น!” เสียงตะโกนห้าวของรปภ.หน้างานดังขึ้น ตามด้วยเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังแซกซอดฟังไม่ได้ศัพท์ ศรุตคว้าข้อมือเรียวของทิศาไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบิดจากฝ่ามืออุ่นจัดทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสะบัดออก ทนายหนุ่มก็ดึงร่างบางเข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่ ปิดปากเธอด้วยฝ่ามือหนาในขณะที่ลมหายใจของเขารดรินอยู่ใกล้ชิดจนผิวแก้มสัมผัสกับกระดุมเสื้อสูท ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาตะคุ่มของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินตรวจตราทีละห้อง ทิศานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนกึ่งบังคับของศรุต กลิ่นกายสะอาดผสมความเครียดของเขาปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนอย่างประหลาด ปลายนิ้วเรียวของเขาที่แตะอยู่เหนือเรียวปากเธอไม่ได้ให้ความรู้สึกคุกคาม แต่กลับสร้างความวูบวาบแปลกประหลาดที่เธอเกลียดชังที่จะยอมรับว่ามันตื่นเต้น ศรุตโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงลมหายใจ “ถ้าพวกมันเจอคุณถือพิมพ์เขียวแผ่นนี้อยู่กับผม… เกมที่เราสองคนกำลังจะเริ่มเล่น มันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะคะ คนสวย” ทิศาตวัดสายตาขึ้นมองเขาในความมลสลัวของโครงสร้างตึกที่ยังไม่เสร็จสิ้น ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะชนกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อันตรายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผลประโยชน์ทับซ้อนกำลังเผา และในวินาทีที่เงาไฟฉายสาดส่องเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ที่ขอบประตูห้องชุดนั้นเอง ศรุตก็เลื่อนมือลงมาโอบกระชับเอวคอดของเธอไว้แน่นแนบชิด พร้อมกับก้มลงกระซิบคำขาดที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “ทางเลือกเดียวตอนนี้… คือคุณต้องร่วมมือกับผม” มิดไนท์คิส
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับสถาปนิกไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%