เสียงสวบสาบของตาข่ายไนลอนที่ถูกลูกบาสเกตบอลพุ่งแหวกผ่าน เป็นเพียงเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในโรงยิมอเนกประสงค์ของมหาวิทยาลัยในยามบ่ายนี้
คินยืนนิ่งอยู่ตรงเส้นสามคะแนน ปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดไร้รอยเปื้อนขนานไปกับเส้นสนาม ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาและเด็ดขาด มือหนาส่งลูกบาสเกตบอลสีส้มสลับลายดำให้เมฆที่ยืนถือคลิปบอร์ดอยู่ข้างสนามด้วยจังหวะที่แม่นยำราับจับวาง
"รายชื่อตัวจริงรอบคัดเลือกวันนี้ มีใครขาดอีกไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท แต่แผ่รังสีความกดดันออกมาจนผู้เล่นสำรองที่นั่งรออยู่บนอัฒจันทร์ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดัง
"ตามลิสต์ขาดแค่คนเดียวครับ..." เมฆก้มมองกระดาษในมือ เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเจือความเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "น้องปีหนึ่งโควตาพิเศษ... คนที่นายบอกว่า 'ฝีมือดีแต่ระเบียบวินัยติดลบ' ไงครับ"
คินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรอบหน้ากระตุก กฎเหล็กของเขาคือความตรงต่อเวลาและการแต่งกายที่ถูกต้องตามระเบียบของทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัย การที่ใครสักคนกล้ามาสายในวันคัดตัวรอบสุดท้าย เท่ากับการประกาศสงครามเงียบกับอำนาจเบ็ดเสร็จของกัปตันทีมอย่างเขา
"หมดเวลาผ่อนผันแล้วครับ ขีดฆ่าชื่อทิ้งได้..." คำสั่งเฉียบขาดหลุดจากริมฝีปากของคิน ก่อนที่เขาจะหันหลังเตรียมเดินไปหยิบขวดน้ำ
*เอี๊ยด—!*
เสียงประตูเหล็กบานใหญ่ท้ายโรงยิมถูกผลักเปิดออกกว้างด้วยแรงเหวี่ยง แรงเสียดทานของบานพับส่งเสียงดังสนั่นจนทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว คินหยุดชะงักฝีเท้า เมฆหรี่ตามองผ่านแสงแดดที่ทาบทับเข้ามาจากด้านนอก และแล้วร่างโปร่งบางในชุดลำลองธรรมดาที่สุดก็ก้าวเข้ามา
พายไม่ได้สวมเสื้อแข่งของมหาวิทยาลัย ไม่แม้แต่จะใส่เสื้อกล้ามบาสเกตบอลตามระเบียบปฏิบัติ เจ้าตัวสวมเสื้อฮู้ดดี้สีดำตัวโคร่ง กางเกงวอร์มผ้าสำลีเนื้อนิ่มที่ปลายขารุ่ยเล็กน้อย และที่สะดุดตาที่สุดคือรองเท้าผ้าใบสเก็ตบอร์ดแบรนด์สตรีทที่ไม่มีพื้นผิวสำหรับยึดเกาะสนามในร่มเลยแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งถือกระป๋องน้ำอัดลม ส่วนอีกข้างควงลูกบาสเกตบอลเล่นอย่างไร้ความเกรงกลัว
บรรยากาศในโรงยิมดิ่งวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหยดเหงื่อกระทบพื้น
คินหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้าไปหาผู้มาใหม่ด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง ดวงตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริกด้วยความกวนประสาท พายไม่ได้หลบสายตาแถมยังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน
"นายคิดว่าที่นี่คือสนามเด็กเล่นหน้าหอพักหรือไงครับ ถึงได้แต่งตัวเหมือนเดินออกมาซื้อขนมปากซอยแบบนี้" คินเอ่ยเสียงต่ำ รangกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนผู้เล่นรอบข้างถอยกรูด
พายยิ้มมุมปาก ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะโยนลูกบาสในมือให้คินรับไว้อย่างกะทันหัน "อ้าว...กัปตันไม่ได้บอกเหรอครับว่า ผมถนัดเล่นบาสด้วยความรู้สึก ไม่ใช่ด้วยกระดาษกฎระเบียบแผ่นเดียว"
"สิทธิ์ในการคัดตัวของนาย... ถูกยกเลิกตั้งแต่วินาทีที่นายก้าวเข้ามาสายครึ่งชั่วโมงแล้วครับ เชิญกลับไปได้" คินยื่นลูกบาสคืนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศ แต่มือเรียวของพายกลับคว้าหมับไว้ได้อย่างนิ่มนวล รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวาน
"ผมว่ากัปตันใจร้อนเกินไปหน่อยนะครับ..."
"พอได้แล้วครับคุณคิน"
เสียงทุ้มทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากทางอัฒจันทร์ฝั่งประธาน โค้ชใหญ่ของทีมก้าวลงมาจากบันได สายตาคมกวาดมองทั้งคินและพายสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน โค้ชตบไหล่กว้างของคินเบาๆ สองครั้งเชิงปราม
"เด็กคนนี้ไม่ได้ลงทะเบียนในระบบปกติครับ... เขาคือคนที่อธิการบดีส่งตรงมาให้ทดสอบฝีมือเป็นกรณีพิเศษ เพราะฉะนั้น กฎเรื่องชุดลำลอง... ผมอนุญาตเป็นกรณีพิเศษครับ" โค้ชพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่เปิดโอกาสให้คินแย้ง
คินขบกรามแน่นขึ้นจนขึ้นสันนูน ความหงุดหงิดพุ่งพล่านในอก ไม่ใช่เพราะโดนหักหน้า แต่เพราะเขายอมไม่ได้ที่ระเบียบวินัยซึ่งตนเองสร้างและรักษามาตลอดนับแรมปี จะถูกทำลายลงเพียงเพราะเด็กอวดดีคนนี้คนเดียว
เขากวาดสายตามองพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนระแวง แต่ในขณะเดียวกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางกับรอยยิ้มเย้าแหย่นั้นกลับสร้างความปั่นป่วนแปลกประหลาดในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก
เมฆเดินเข้ามาตบไหล่คินเบาๆ พร้อมกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ใจเย็นๆ ครับกัปตัน... ดูท่าทางแล้ว งานนี้เราคงไม่ได้ซ้อมกันแบบสงบสุขแน่ๆ"
คินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ เขาหันกลับไปสบตากับพายอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่ก้าว จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูก
"อยากพิสูจน์ตัวเองนักใช่ไหมครับ..." คินโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง ทว่าทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนพายชะงักไปชั่วขณะ "งั้นก็ลงสนามมาตัวต่อตัวกับผมเดี๋ยวนี้... ถ้าทำแต้มจากผมไม่ได้แม้แต่แต้มเดียว ไสหัวออกไปจากทีมนี้ตลอดกาล!"
พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่ฉายแววอันตราย ดวงตากลมโตทอประกายความสนุกสนานราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด
"รับคำท้าครับกัปตัน... แต่ถ้าผมชนะ กัปตันต้องเลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ... แล้วก็เลิกทำหน้าเป็นยักษ์ใส่ผมสักทีนะครับ"
คินแค่นหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน ร่างสูงหมุนตัวเดินกลับไปยังกลางสนาม ชูนิ้วเรียกคู่ต่อสู้ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ขณะที่พายโยนกระป๋องน้ำอัดลมทิ้งลงถังขยะอย่างแม่นยำก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามด้วยฝีเท้าเบาสบาย
เสียงหวีดสัญญาณนัดหมายดังขึ้นพร้อมเพรียงกับแรงกดดันรอบตัวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด คินย่อตัวลงต่ำ กางแขนออกเพื่อป้องกันพื้นที่ ขณะที่พายเผชิญหน้าห่างกันเพียงช่วงแขน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประจุไฟฟ้าแห่งความดึงดูดและแรงปะทะพุ่งชนกันกลางอากาศจนแทบระเบิด
พายแกล้งขยับตัวเข้ามาประชิดจนหน้าอกแทบแนบชิดกับอกแกร่งของคินโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับปลายคางของกัปตันหนุ่มอย่างจังในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด คินชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะระเบียบกลับสะดุดวูบอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาริมหู...
"ระวังตัวไว้ให้ดีนะครับ... หัวใจกัปตันอาจจะหลุดออกมานอกสนามก่อนที่เกมจะจบก็ได้นะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ สัญญาว่าจะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมครับ
เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายชูตเตอร์สายคลั่งรัก•ตอนที่ 2
ระบบทีมที่สั่นคลอน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายชูตเตอร์สายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
