กลิ่นอับของฝุ่นปูนเก่าและคราบน้ำมันเครื่องที่ฝังรากลึกมานานหลายทศวรรษ ไม่ได้ทำให้สถาปนิกสาวผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบอย่างพิมพ์รตารู้สึกหวั่นเกรงเท่ากับ... เสียงตบโต๊ะปังใหญ่ที่ดังสะท้อนก้องโกดังร้าง
“ถ้าคิดจะเอา ‘สไตล์มินิมอล’ มาแปะไว้บนสนามรบของฉันละก็... เชิญไสหัวกลับตึกสูงติดแอร์ของคุณไปได้เลยค่ะคุณสถาปนิก!”
พิมพ์รตาชะงักปลายปากกาไอแพดในมือ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบหันขวับไปมองต้นเสียง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช่างเซอร์ๆ สีเข้มกับกางเกงคาร์โก้เปื้อนฝุ่นกำลังยืนกอดอกพิงเสาเหล็กโครงสร้างเดิมของตึก สายตาคมดุราวกับพยัคฆ์สาวจ้องมองเธออย่างไม่ยอมลดละ เส้นผมสีเข้มรวบมัดลวกๆ มีเหงื่อซึมตามไรผมขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันและทรงพลังในคราเดียวกัน
ให้ตายเถอะ... นี่น่ะหรือธนัชชา ผู้กำกับคิวบู๊มือหนึ่งที่เกวเพื่อนรักของเธอป้ายยามานักตบนักหนาว่า ‘เท่เหมือนหลุดออกมาจากนิยาย’ แต่สิ่งที่พิมพ์รตาเห็นในตอนนี้มีแค่ยัยป่าเถื่อนปากจัดที่พร้อมจะพ่นไฟใส่เธอได้ทุกเมื่อ!
“รบกวนช่วยใช้สมองส่วนหน้าประมวลผลก่อนจะพ่นวาจาไร้รสนิยมออกมาด้วยนะคะคุณผู้กำกับ” พิมพ์รตาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิด ร่างบางในสูทเบลเซอร์สีเทาอ่อนเนียบกริบตัดกับบรรยากาศดิบเถื่อนของโรงถ่ายโดยสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อยอย่างเป็นพิธีรีตองก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา “นี่คือโปรเจกต์รีโนเวต ‘The Action Studio’ ไม่ใช่ค่ายฝึกทหารเกณฑ์ พื้นที่ตรงนี้ต้องการการจัดระเบียบโครงสร้าง แสงสว่าง และความปลอดภัย ไม่ใช่ให้คุณเอาคานเหล็กมาห้อยโหนโจนยันจนเสี่ยงตึกถล่ม!”
ธนัชชาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองผู้หญิงตรงหน้าที่สูงไล่เลี่ยกันแต่กลับเต็มไปด้วยออร่าความเย่อหยิ่งและจู้จี้จุกจิกจนน่าหมั่นไส้ ผู้หญิงอะไร... ตัวก็แค่นี้ แต่ทำไมปากคอเราะร้ายถึงได้ใจขนาดนี้
“จัดระเบียบ? สถาปนิกอย่างพวกคุณรู้อะไรเกี่ยวกับ ‘แรงปะทะ’ ของฉากแอ็กชันบ้างคะ?” ธนัชชาก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์รตามากขึ้นจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายเหงื่อจางๆ และกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก “นักแสดงของฉันต้องกระโดดทะลุกระจก ต้องเหวี่ยงตัวลงมาจากชั้นลอย และต้องระเบิดถังแก๊สตรงมุมโน้น! ถ้าคุณเอาผนังกระจกใสแจ๋วมาตั้งตาม ‘พิมพ์เขียวโลกสวย’ ของคุณ มีหวังวันแรกที่เปิดกล้อง นักแสดงฉันได้กลายเป็นโกจิฉีกซองเพราะวิ่งชนกระจกแตกคาที่แน่ๆ”
“ก็เพราะฉันรู้ไงคะ ถึงได้ออกแบบทางหนีทีไล่และโซนเซฟตี้ไว้หมดแล้ว!” พิมพ์รตากลั้วหัวเราะในลำคอด้วยความเหลืออด ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้เลนส์ไอแพดจิ้มลงบนหน้าจอเพื่อโชว์โมเดล 3D ที่ทำมาอย่างหยาดเหงื่อแรงกาย “ดูนี่ค่ะ! โซนกระจกที่คุณห่วงนักห่วงหนา ฉันเปลี่ยนเป็นกระจกนิรภัยพิเศษที่รองรับแรงกระแทกได้ถึงสามร้อยกิโลกรัม แถมยังมีระบบซับแรงสั่นสะเทือน... แต่ขอโทษเถอะค่ะ สมองระดับคุณจะจินตนาการภาพความปลอดภัยแบบนี้ออกหรือเปล่า หรือชินกับการใช้ชีวิตแบบดิบเถื่อนจนลืมไปแล้วว่าความปลอดภัยคือพื้นฐานของมนุษย์!”
“นี่คุณ! ปากดีนักนะ!” ธนัชชากัดฟันกรอด มือหนาปัดหน้าจอไอแพดในมืออีกฝ่ายเบี่ยงออกไปเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ “ฉันไม่สนหรอกนะว่ากระจกของคุณจะรับแรงได้ถึงช้างสารหรือเปล่า แต่ถ้ามันทำให้มุมกล้องของฉันแคบลง หรือทำให้ฉากไล่ล่ามันดูไม่สมจริงเพราะติด ‘ดีไซน์โลกสวย’ ของคุณ ฉันนี่แหละที่จะเอาค้อนปอนด์มาทุบมันทิ้งด้วยมือตัวเอง!”
“เชิญเลยค่ะ! ถ้าคุณกล้าทุบทรัพย์สินในความดูแลของบริษัทฉัน แม้แต่เศษปูนก้อนเดียวคุณก็ไม่มีปัญญาชดใช้หรอกค่ะ!”
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟช็อตเปรี๊ยะๆ สองสาวต่างขั้วยืนจ้องหน้ากันเขม็ง ไม่มีใครยอมหลบสายตา แรงปะทะระหว่างความเนียบกริบไร้ที่ติกับความดิบเถื่อนดุดันแผ่ซ่านจนอากาศในโกดังแทบจะลุกเป็นไฟ เกวลินที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปดึงแขนเพื่อนสนิทแทบไม่ทัน
“เอ่อ... พิมพ์ แกใจเย็นก่อน ธันย์เขาก็แค่... หวงงานของเขา...” เกวลินพยายามไกล่เกลี่ยด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
“ไม่ต้องมาพูดเลยนะเกว ยัยนี่แหละคือภัยพิบัติระดับเจ็ดของวงการสถาปัตยกรรม!” พิมพ์รตาตวัดเสียงใส่เพื่อนสนิทก่อนจะหันกลับมาถลึงตาใส่ผู้กำกับคิวบู๊ที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะกวนประสาท “จำไว้เลยนะคะคุณธนัชชา พิมพ์เขียวนี้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดบริหารแล้ว และคุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องแม้แต่มิลลิเมตรเดียว!”
“งั้นก็คอยดูก็แล้วกันค่ะ ‘คุณสถาปนิกคนสวย’ ว่าพิมพ์เขียวแสนรักของคุณ จะรอดพ้นมือฉันไปได้สักกี่น้ำ” ธนัชชายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวพิมพ์รตาทั้งที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นตลบแบบนี้ช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงจนน่าประหลาด “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ... ฉันจะทำให้แบบแปลนของคุณมันพังไม่เป็นท่า จนคุณต้องวิ่งมาร้องไห้ซบไหล่ฉันคาโกดังนี้แน่”
พิมพ์รตานิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนเธอเห็นแพขนตาดกหนาและประกายตาท้าทายในดวงตาคู่สวยคู่นั้นได้อย่างชัดเจนเกินความจำเป็น
ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต ประตูเหล็กบานใหญ่ด้านหลังโกดังก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารกองโตในมือ
“คุณพิมพ์รตาครับ! แย่แล้วครับ! ทางเจ้าของโครงการสั่งระงับแบบแปลนชั่วคราว... เนื่องจากมีคำสั่งด่วนให้เพิ่มพื้นที่ ‘ลานประลองกลางแจ้ง’ ทะลุเข้ามาในตัวสตูดิโอตอนนี้เลยครับ!”
พิมพ์รตาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าธนัชชาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของผู้กำกับคิวบู๊สาวทันทีที่ได้ยินคำประกาศนั้น
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่โลกของยัยสถาปนิกปากแซ่บกับผู้กำกับสายซึนคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าความบรรลัยและฟินจิกหมอนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นค่ะ! ❤️ (ดอกเดซี่ริมทาง)
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแรกที่ไร้ระเบียบ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับคิวบู๊ปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!