กลิ่นอับชื้นของชั้นหินปูนผสมกับคราบสนิมเหล็กตีเข้าจมูกอย่างรุนแรง ท่ามกลางแสงไฟจากคบเพลิงฉุกเฉินที่สั่นไหวตามแรงลมใต้พิภพ เงาดำทอดตัวยาวพาดผ่านผนังศิลาโบราณ สลักลวดลายรูปสัตว์อสูรและอักษรลิ่มที่ถูกกัดกร่อนตามกาลเวลา
"คุณกำลังจะบอกให้เราทำลายประวัติศาสตร์ครึ่งหนึ่งเพื่อแลกกับความเสี่ยงที่อาจไม่มีอยู่จริงอย่างนั้นหรือครับ เรย์"
เสียงของดร.อคินดังขึ้น ทำลายความเงียบงัดในห้องโถงใต้ดิน เขายืนกอดอก มือข้างหนึ่งขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความไม่ไว้วางใจ แววตาของนักโบราณคดีสายอนุรักษ์นิยมฉายความกรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิด
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานในความเวิ้งว้าง เขานั่งยبطลงชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหิน ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือหนังปัดฝุ่นหนาที่ทับถมบนแท่นบูชาหินอ่อนสีดำสนิท แสงไฟสีส้มสะท้อนดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายท้าทาย
"ประวัติศาสตร์เหรอครับ ดร.อคิน? สิ่งที่คุณกำลังปกป้องด้วยกฎระเบียบและตำราเรียนคร่ำครึ มันเป็นแค่อนุสรณ์สถานของความโง่เขลาที่ถูกแต่งเติมโดยผู้ชนะต่างหาก" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา "ถ้าเรายังมัวแต่ก้มหน้าขุดทีละเซนติเมตรตามตำรามาตรฐาน อีกสามวันออกซิเจนในนี้หมดลง เราคงได้กลายเป็นแค่โครงกระดูกอีกชุดหนึ่งในซากอารยธรรมนี้... ในฐานะตัวอย่างศึกษาชิ้นใหม่ ไม่ใช่ผู้ค้นพบ"
อคินขbยับกรามแน่น สันจมูกกระตุกเล็กน้อยด้วยความอึดอัดใจ เขาเกลียดความจริงข้อนี้ — ความจริงที่ว่าเรย์พูดถูก ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และระเบียบปฏิบัติที่เขาถือ ศาสนาแห่งความถูกต้องที่เขาเคารพมาตลอดชีวิต กำลังพาพวกเขาเดินเข้าสู่ทางตันในเขาวงกตแห่งนี้ แผนผังห้องโถงที่ได้จากการสำรวจด้วยเรดาร์ทะลุพื้นดิน (GPR) บ่งบอกชัดเจนว่าเบื้องหลังกำแพงศิลาหนาเตอะสามเมตรนี้มีห้องลับอยู่ แต่วิธีการเจาะแบบปกติจะทำให้โครงสร้างทั้งหมดถล่มลงมาทับพวกเขาจนแหลقสลาย
"แต่ข้อเสนอของคุณมัน..." อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ พยายามดึงสติกลับมาสู่ความเป็นมืออาชีพ "การใช้แรงระเบิดแรงดันต่ำควบคุมทิศทางเพื่อเปิดช่องผนังรับน้ำหนัก มันเป็นวิธีของพวกค้าของเก่าเถื่อน ไม่ใช่นักโบราณคดี"
"เราต่างก็ขุดคุ้ยความตายขึ้นมาขายความสนใจเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ ดำเนินการตามวิธีของคุณคือการรอความตายอย่างมีเกียรติ แต่วิธีของผมคือการเอาชีวิตรอดและกระชากหน้ากากความลับที่พวกมันซ่อนไว้" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสอบส่วนในชุดลุยป่าเต็มยศขยับเข้าประชิดอคินทีละน้อย กลิ่นอายอันตรายและสัญชาตญาณดิบเถื่อนแผ่ออกมาจากตัวของนักถอดรหัสสายมืดคนนี้ จนอคินสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ซ่านในอากาศ
ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเหลือเพียงก้าวเดียว แววตาของอคินเต็มไปด้วยความระแวงระวัง ขณะที่เรย์กลับมองเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย — มันคือความดึงดูดของสองขั้วอำนาจที่ต่อต้านกันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่อยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายเส้นเดียวกัน
"ถ้าผนังนั่นพังลงมาแล้วไม่ใช่ห้องสมุดโบราณอย่างที่คุณคาดการณ์ล่ะครับเรย์?" อคินถามเสียงกระซิบ ลมหายใจอุ่นกระทบเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่าย
"ถ้ามันไม่ใช่... คุณก็มีสิทธิ์เอาปืนในซองนั่นยิงผมได้ทันทีเลยครับ ดร.อคิน" เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ แต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ "ว่ายังไงล่ะครับ จะยอมให้เกียรติผมเป็นคนจุดชนวนความบ้าคลั่งครั้งนี้ด้วยกันไหม?"
อคินนิ่งงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้ความกดดันมหาศาล เขามองข้ามไหล่ของเรย์ไปยังเสาหินที่เริ่มมีรอยแตกร้าวจากการทรุดตัว เสียงอื้ออึงต่ำๆ ของหินที่ขยับตัวดังขึ้นเป็นระยะ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการจำศีล เวลาเหลือน้อยเต็มที การตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ — หรือฝังกลบพวกเขาไว้ชั่วนิรันดร์
นิ้วเรียวยาวของอคินเอื้อมไปแตะที่รีโมตจุดชนวนในมือของเรย์ แรงสัมผัสจากปลายนิ้วส่งผ่านความลังเลและยอมจำนนต่อสัญชาตญาณ
"ถ้าเราตายที่นี่ ผมจะสาปแช่งคุณไปจนถึงชาติภพหน้าแน่นอนครับ เรย์" อคินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความพึงพอใจ "ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ดร.อคิน"
นิ้วของทั้งสองคนทาบทับกันลงบนปุ่มควบคุม เรย์ออกแรงกดลงไปพร้อมกับที่อคินพยักหน้ายอมรับชะตากรรม
*ตูม—!*
แรงระเบิดแรงดันต่ำถูกจำกัดวงไว้อย่างแม่นยำ ผนังศิลาโบราณพังทลายลงเกิดเป็นกลุ่มควันฝุ่นสีเทาคละคลุ้ง แสงไฟฉายสาดส่องผ่านกลุ่มควันหนาทึบเข้าไปยังพื้นที่ภายในห้องลับที่ถูกปิดตายมานับพันปี กลิ่นอายของความลับโบราณพวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้า ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ห้องสมุดอารยธรรมสูญหายอย่างที่เรย์คาดการณ์ไว้ และไม่ใช่ซากปรักหักพังที่อคินหวาดกลัว...
เบื้องหน้าของพวกเขา คือโครงกระดูกมนุษย์นับสิบร่างนั่งคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพงศิลา ท่าทางราวกับกำลังกราบไหว้บางสิ่ง และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ กะโหลกศีรษะทุกร่างไม่มีร่องรอยของการตายตามธรรมชาติ แต่ถูกเจาะรูขนาดใหญ่จากด้านหลังด้วยเครื่องมือโลหะโบราณ — และตรงกลางห้องนั้น มีแท่นหินวางวัตถุลึกลับชิ้นหนึ่งที่กำลังส่งแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนออกมาอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลัง "เต้นระบำ" และรอคอยให้ใครบางคนเดินเข้าไปหา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางลงสู่ห้วงลึกแห่งปริศนานี้ไปกับผม บันทึกนักโบราณคดีครับ
รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 10
ทางแยกแห่งความเชื่อ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!