รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี•ตอนที่ 15

ความเย็นเยียบในอากาศ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"อย่าเพิ่งแตะมันครับ เรย์" น้ำเสียงของดร.อคินราบเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะหยุดปลายนิ้วเรียวยาวของเรย์ที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสสันสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มนั้นไว้ได้ในเสี้ยววินาที ใต้โครงกระดูกโบราณที่นอนทอดร่างอยู่นับพันปี ไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นดินราวกับหลุมศพกำลังหายใจเข้าออก ลมหายใจของพวกเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในความมืดสลัวของห้องใต้ดินอารยธรรมที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ ทั้งที่เมื่อสิบนาทีสี่สิบวินาทีก่อน อุณหภูมิในห้องยังคงปกติวิสัยของโพรงใต้ดินทั่วไป ทว่าตอนนี้ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิทัลบนข้อมือของอคินกลับดิ่งฮวบลงถึงสี่องศาเซลเซียสภายในเวลาไม่ถึงอึดใจอย่างไร้สาเหตุทางฟิสิกส์ เรย์ชักมือกลับช้าๆ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นกันฝุ่นมองสลับระหว่างสมุดปกหนังที่มีคราบเลือดสดๆ เคลือบบนผิวหน้า กับใบหน้าเคร่งเครียดของนักโบราณคดีสายอนุรักษ์นิยมตรงหน้า รอยยิ้มเย้าหยอกที่มักประดับอยู่มุมปากของเธอเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังระดับสูงสุด "เลือดนั่น... ยังไม่แห้ง" เรย์กระซิบ เสียงของเธอก้องสะท้อนเบาๆ กับผนังหินศิลาแลง "และคุณก็รู้ดีว่า ผนังห้องนี้ถูกปิดตายด้วยซีลหินปูนธรรมชาติหนากว่าสามเมตรมาไม่ต่ำกว่าแปดร้อยปี ไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิต จะเพิ่งเดินเข้ามาปาดเลือดทิ้งไว้ตรงนี้เมื่อห้านาทีก่อนได้... เว้นเสียแต่ว่า เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน" อคินไม่ตอบ เขากลืนน้ำมันลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยเงาตะคุ่มของเสาหินแกะสลัก ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ทุกข้อที่เขาเคยเรียนรู้มาตลอดชีวิตการทำงานกำลังพังทลายลงทีละน้อย สมองของเขาพยายามหาคำอธิบายเรื่องอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วนี้ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซมีเทน การรั่วไหลของความเย็นจากโพรงหินใต้ดิน หรือแม้แต่ภาพหลอนทางจิตวิทยาจากความเหนื่อยล้า แต่ไม่มีสมมติฐานใดเลยที่อธิบายได้ว่า เหตุใดสมุดบันทึกโบราณเล่มนี้จึงมี 'หยดเลือดสด' ที่ยังมีกลิ่นคาวคละคลุ้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ออกซิเจนเช่นนี้ "คุณกำลังใช้ตรรกะแบบเดิมๆ อีกแล้วนะ อคิน" เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยตามวิสัย แต่นัยน์ตากลับกวาดตามองความมืดเบื้องบนอย่างไม่ประมาท "คุณเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ แต่บางครั้ง... สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ต่างหากที่กำลังพิสูจน์เรา" "ผมเชื่อในหลักฐาน ไม่ใช่จินตนาการ ไสยศาสตร์ หรือเรื่องงี่เง่าที่คุณชอบหยิบยกมาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ระเบียบของตัวเอง เรย์" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่กัดกินความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่มาโดยตลอด แม้ในยามที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า ความต่างขั้วระหว่างหลักการกับสัญชาตญาณก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างไม่บกพร่อง "และหลักฐานตรงหน้ากำลังบอกว่า มีตัวแปรบางอย่างที่เราพลาดไป สมุดเล่มนี้อาจถูกเคลือบด้วยสารเคมีบางชนิดที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทันทีที่เปิดผนึก..." "สารเคมีอะไรที่จะทำให้เลือดส่งกลิ่นคาวคลุ้งเหมือนเพิ่งเชือดสัตว์เมื่อกี้ได้ล่ะคะ... อ้อ ขอโทษที ผมเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคย" เรย์ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นเมื่อเห็นคิ้วของอคินขมวดเข้าหากันเล็กน้อยกับสรรพนามที่เธอจงใจหลุดปาก "เอาเป็นว่า เลิกเถียงกันเรื่องทฤษฎีเคมีปัญญาอ่อนนั่นแล้วมาดูนี่ดีกว่า" เรย์ใช้ด้ามปากกาเหล็กเขี่ยสมุดปกหนังเล่มนั้นให้พลิกเปิดออกอย่างระมัดระวัง โดยไม่ใช้นิ้วสัมผัสโดยตรง ท่าทางที่คล่องแคล่วและเด็ดเดี่ยวของเธอบ่งบอกถึงประสบการณ์ในพื้นที่อันตรายที่โชกโชนกว่าที่อคินมักจะปรามาสไว้เสมอ ทันทีที่ปกสมุดเปิดออก แสงจากไฟฉายคาดหัวของทั้งคู่สาดส่องลงบนหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลา ตัวอักษรหมึกสีดำที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏแก่สายตา แต่มันไม่ใช่ภาษาโบราณที่พวกเขาใช้เวลาถอดรหัสมาตลอดสัปดาห์นี้... มันคือภาษาละตินยุคกลาง และข้อความบรรทัดแรกที่เขียนด้วยลายมือสั่นระริกนั้น ทำให้อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งอีกครั้ง *‘ผู้ใดที่เปิดอ่านบันทึกนี้ จงรู้ไว้เถอะว่า เงาที่ยืนอยู่ข้างหลังท่าน... ได้เริ่มต้นนับถอยหลังลมหายใจของคุณแล้ว’* บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบสงัดลงทันที ราวกับเสียงกาลเวลาหยุดเดิน ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากอากาศภายนอกอีกต่อไป แต่มันพุ่งตรงมาจากความรู้สึกเสียวสันหลังวาบที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของทั้งดร.อคินและเรย์ อคินไม่รอช้า เขารีบหันขวับไปมองด้านหลังทันทีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ไฟฉายในมือส่องกราดไปทั่วความมืดมิดของมุมห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงเงาตะคุ่มของหินงอกหินย้อยที่ทอดยาวบิดเบี้ยวราวกับร่างไร้วิญญาณ ไม่มีใคร... ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากพวกเขา ทว่า ในวินาทีที่อคินหันกลับมามองที่ศพและสมุดบันทึกอีกครั้ง... ลมหายใจของเขาก็แทบจะหยุดกั้น เมื่อหยดเลือดสดๆ บนหน้าปกสมุดไม่ได้หยดนิ่งอยู่กับที่อีกต่อไป แต่มันกำลังไหลย้อนศรขึ้นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ไหลขึ้นไปรวมกันเป็นรูปร่างของสัญลักษณ์ประหลาดที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตำราโบราณคดีเล่มไหนเลยในโลกนี้ และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วง—*ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง*—ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของอุโมงค์เบื้องล่าง ที่ซึ่งควรจะเป็นทางตันไม่มีทางออกไปไหนได้อีกแล้ว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับใต้ชั้นหิน กับดักวิญญาณนักโบราณคดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%